Yasmin Ullah หญิงสาวชาวโรฮิงญาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนจะได้รับโอกาสให้เดินทางไปอาศัยอยู่ในเมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เธอกำลังร่วมทำแคมเปญระดมทุนรับบริจาคในเว็บไซต์ LaunchGood เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในประเทศพม่าท่ามกลางเหตุการณ์ความรุนแรงที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ แคมเปญนี้ริเริ่มก่อตั้งโดยสตรีชาวโรฮิงญาที่นำทีมโดยคุณแม่ของเธอเอง

Yasmin ได้ออกมาพูดต่อหน้าสาธารณะตามมัสยิดในชุมชนและสื่อกระแสหลักต่างๆ เช่น CBC เกี่ยวกับชะตากรรมของชาวโรฮิงญาซึ่งรวมไปถึงสถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวและญาติพี่น้องของเธอเองที่อาศัยอยู่ในประเทศพม่าในปัจจุบัน

และนี่คือบทสัมภาษณ์ของเธอที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ https://muslimlink.ca ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของมุสลิมในแคนาดา Halal Life เห็นว่ามีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจความรู้สึกของชาวโรฮิญา จึงถอดความมานำเสนอในภาษาไทย

ช่วยแนะนำตัวให้เรารู้จักด้วยค่ะ

ดิฉันชื่อ Yasmin Ullah เป็นชาวโรฮิงญาที่เกิดในรัฐยะไข่ และได้รับความโปรดปรานให้มีโอกาสเป็นชาวแคนาดาเมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง ชีวิตฉันกลายเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทยตั้งแต่อายุประมาณ 3 ขวบพร้อมๆ กับพ่อแม่ของฉัน ญาติพี่น้องของฉันส่วนใหญ่ยังคงอาศัยอยู่ในประเทศพม่า มันได้กลายเป็นความกังวลใจสำหรับพวกเราทุกคน ทุกครั้งที่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่นั่น เราทำได้เพียงแค่ภาวนาว่าเราจะไม่ต้องตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง แล้วเห็นภาพทางสื่อออนไลน์ว่าญาติพี่น้องของเราต้องตกอยู่ในสภาพอันแสนโหดร้าย หรือต้องมารับรู้ว่าพวกเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว   มันเป็นความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจที่ต้องมารับรู้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะตั้งแต่ที่กลุ่มทหารฝ่ายรัฐบาลเริ่มปิดล้อมทุกหมู่บ้านในรัฐยะไข่ทางตอนเหนือ และคอยจู่โจมสังหารผู้คนไม่เลือกหน้า อีกทั้งยังเผาบ้านเรือนราษฎรอย่างไร้ซึ่งความปราณี

ญาติพี่น้องของฉันหนีออกมาได้หนึ่งอาทิตย์ แต่แล้วก็ตัดสินใจกลับไปยังบ้านเกิดเหมือนเดิมในที่สุด พวกเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ตัดสินใจอยู่ที่นั่นต่อแทนการหนีตายเพื่อเอาตัวรอด พวกเขาอยากตายในบ้านเกิดมากกว่า บ้านเกิดที่เป็นถิ่นฐานแห่งประวัติศาสตร์และรากเหง้าของตัวพวกเขาเอง แม้ว่าพวกเราที่นี่พร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือให้พวกเขาออกมาได้ก็ตามที ด้วยระเบิดที่ฝังไว้เป็นกับดักตลอดเส้นทางหนีตายและการต้องข้ามแดนด้วยกระมังที่ทำให้พวกเขาต้องหวาดกลัว พวกเขาคงคิดว่าไม่มีหนทางหรือวิธีการอื่นใดที่พอจะช่วยให้ฝ่าด่านเหล่านั้นไปได้อีกแล้ว เนื่องจากยายของฉันไม่สามารถเดินได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าลุงของฉันจะต้องแบกเธอไว้บนหลังไปตลอดทาง ตัวเขาเองก็มีน้องสาวอีกคนหนึ่งและเด็กทารกอีกสองคนต้องรับผิดชอบเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะต้องดูแลภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ซึ่งใกล้ครบกำหนดคลอดในอีกไม่นานนี้ มันจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายดายสำหรับพวกเขา เช่นเดียวกับที่มันไม่ง่ายดายสำหรับพวกเราที่จะต้องยอมรับความจริงเหล่านี้ นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งเรื่องเล่าจากญาติสนิทที่สุดของเราคนหนึ่งเท่านั้น

มันคือความหวาดกลัวที่ต่อเนื่อง พวกเขาต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่พวกเราเองก็ไม่ต่างกัน พวกเราใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดกลัวที่จะสูญเสียพวกเขา ท่ามกลางความรุนแรงที่ไร้สติและอาชญากรรมของเหล่าทหารพม่าที่พยายามจะฆ่าชาวโรฮิงญา มันทำให้เราเกิดความรู้สึกอยากปกป้องคนที่เรารักเหลือเกิน แต่สิ่งเดียวที่เราทำได้คือตะโกนออกไปอย่างสุดกำลัง ด้วยหวังเพียงว่ามันจะดังพอที่จะทำให้ผู้มีอำนาจเหล่านั้นได้ยินและหันมามอง มันคือชะตากรรมอันแสนโหดร้ายที่จะสามารถยุติลงได้ด้วยการเข้ามาแทรกแซงของนานาชาติเพียงทางเดียวเท่านั้น

ทำไมครอบครัวของคุณจึงตัดสินใจออกจากพม่า? และทำไมคุณถึงมาที่แคนาดา?

พ่อแม่ของฉันตัดสินใจออกจากพม่าเนื่องจากการจำกัดสิทธิและเสรีภาพที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผนวกกับอนาคตที่ดูเหมือนจะมืดมนสำหรับพวกเราทุกคน เราคิดเพียงว่าที่อื่นข้างนอกย่อมดีกว่าที่ที่คุกรุ่นไปด้วยความเกลียดชังและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างที่นั่น เราเคยอยู่ประเทศไทยในฐานะผู้ลี้ภัยมาก่อน และเราก็ลำบากมาก เราเฝ้ารออย่างหมดอาลัยตายอยากมานาน 16 ปี หวาดกลัวกับสิ่งที่ชีวิตจะนำพาในวันข้างหน้า แต่แล้วในที่สุดก็ขอบคุณอัลลอฮที่พ่อของฉันได้พบกับเจ้าหน้าที่องค์กรเอกชนชาวแคนาดากลุ่มหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังให้เราได้มีโอกาสมาอยู่ในแคนาดา และคอยให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่จำเป็นขณะเราใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้จนเราสามารถตั้งตัวได้จนทุกวันนี้

ชีวิตของคุณและครอบครัวในแวนคูเวอร์เป็นอย่างไรบ้าง?

ช่วงแรกมันก็ลำบากเหมือนเช่นที่ผู้ลี้ภัยอื่นๆ อาจเคยเล่าให้คุณฟัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันขึ้นเราก็เริ่มรู้สึกสบายใจกับตัวตนของเรามากขึ้น เรายังคงต้องพยายามนึกอะไรให้ออกเวลาเจอสิ่งต่างๆ ในช่วงแรกๆ แม้จะอยู่ในประเทศนี้มา 6 ปีแล้วก็ตาม แต่การที่เราสามารถเข้าถึงในทุกสิทธิและเสรีภาพได้นั้นไม่เคยหยุดสร้างความประหลาดใจให้กับฉันเลย ฉันทำได้แม้กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ หรือสามารถอุทธรณ์อะไรก็ตามที่ฉันเห็นว่ามันไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ได้ เรายังคงตื่นตะลึงกับสิ่งเหล่านี้ เพราะก่อนหน้านี้เราไม่เคยได้มีโอกาสทำเช่นนั้นเลย เราแค่รู้สึกว่าผู้คนอีกมากมายไม่ค่อยได้ใส่ใจกับโอกาสตรงนี้มากนัก

คุณอยากให้ชาวแคนาดารับรู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญาบ้าง ?

ฉันเชื่อแน่ว่าพวกเราส่วนใหญ่คงได้เห็นคลิปวิดีโอหรือภาพความทารุณป่าเถื่อนที่พี่น้องชาวโรฮิงญาของเราต้องเผชิญมาตลอดที่ผ่านมาแล้ว แต่ฉันไม่อยากให้เราคิดแค่ว่ามันเป็นความเจ็บปวดที่เราช่วยอะไรไม่ได้หรือทำอะไรได้ไม่มากเพื่อที่จะหยุดมัน ใช่..จริงอยู่ที่ชาวโรฮิงญาอาจจะอยู่อีกฟากหนึ่งของโลก แต่ความจริงที่ว่าพวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน พวกเขาไม่ต่างอะไรจากเรา โหยหาที่จะมีโอกาสได้หายใจเหมือนคนอื่นเช่นกัน เหล่านี้ควรจะเพียงพอที่จะสะกิดเตือนให้เราหันมาทำอะไรบางอย่างเพื่อยุติความเจ็บปวดทรมานของพวกเขากัน ทุกชีวิตที่บริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหนผิวพรรณใดก็ไม่ควรจะต้องมาทนทุกข์ทรมานเฉกเช่นเดียวกับที่ชาวโรฮิงญาต้องประสบทุกวันนี้ ฉันหวังอย่างยิ่งว่าการที่ชาวแคนาดาได้เห็นตัวตนของฉันจะช่วยทำให้พวกเขานึกออกและเข้าใจได้มากขึ้นว่า ชาวโรฮิงญานั้นไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากพวกคุณเลย พวกเรามีความวิริยะอุตสาหะและพร้อมที่จะอุทิศตนเองให้กับสังคมเช่นเดียวกับคนทั่วไป

ในขณะที่กองกำลังทหารพม่าได้พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้คนทั้งโลกรู้ว่า อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ขัดต่อหลักการและกฎหมาย ฉันหวังอย่างยิ่งว่าชาวแคนาดาคงจะไม่ตกเป็นเหยื่อของวาทะชวนเชื่อเหล่านั้น ความเกลียดชังและสันติภาพไม่มีทางดินไปด้วยกันได้ เราจึงต้องไม่ปล่อยให้สิ่งที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังครอบงำเราเด็ดขาด

การเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันคือหนึ่งในวิถีความเป็นชาวแคนาดาที่เด่นชัด ฉันหวังว่าพวกเราทุกคนคงจะใช้โอกาสนี้ร่วมกันออกมาแสดงความคิดเห็น และช่วยกันทำให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้รับรู้ว่าเราไม่ต้องการมีส่วนร่วมในความเงียบเฉยของพวกเขาเลย การเงียบเฉยคือการสมรู้ร่วมคิด และเพื่อที่จะยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เราจึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและการตระหนักจากทุกฝ่าย เพื่อที่ว่ารัฐบาลของเราและผู้มีอำนาจในหน้าที่จะเริ่มทำอะไรบางอย่าง หรือเข้าไปแทรกแซงเพื่อที่จะยุติชะตากรรมอันเลวร้ายของกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ที่โดนข่มเหงรังแกมากที่สุดในโลก เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสกลับไปถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง และได้รับสิทธิในฐานะพลเมืองชาวพม่าอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับคนทั่วไป

ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่มักจะพูดในสิ่งเดียวกันว่า “หากเมื่อใดที่บ้านเกิดของเราสงบสุขและเราสามารถกลับบ้านได้ เราก็จะกลับ”

ทำไมคุณและแม่ของคุณจึงตัดสินใจเข้าไปมีส่วนร่วมในการระดมทุนรับบริจาคเพื่อพี่น้องชาวโรฮิงญาในพม่าครั้งนี้ ?

ฉันรู้สึกว่ามันคือภาระหน้าที่ในฐานะชาวโรฮิงญาคนหนึ่งที่มีชีวิตสุขสบายกว่า ไม่เพียงเพื่อที่จะทำให้โลกได้รับรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในพม่าเท่านั้น แต่เพื่อที่จะสร้างแนวทางให้ผู้คนได้มีโอกาสเข้ามาช่วยเหลือกันมากขึ้น มันคือสิ่งที่เล็กน้อยที่สุดที่ฉันสามารถทำให้พี่น้องของฉันได้ และฉันคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตหากฉันไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างน้อยๆ ก็ขอแค่ได้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของพวกเขาบ้าง แม่ของฉันเสนอว่าเราควรจะช่วยกันระดมทุนรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือพี่น้องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และฉันก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง มันทำให้รู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบล้วนๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลือก เพราะท้ายที่สุดแล้วฉันจะต้องกลับไปตอบคำถามพระเจ้าให้ได้ว่าฉันได้ทำอะไรให้แก่พี่น้องของฉันแล้วบ้าง หลังจากที่ได้รู้ในสิ่งที่ฉันรู้และได้เห็นในสิ่งที่ฉันเห็น ฉันจึงจำเป็นต้องทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ในฐานะชาวโรฮิงญาคนหนึ่ง ฉันมักจะเห็นผู้ชายมากมายที่ยืนอยู่แถวหน้าคอยต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพให้เกิดขึ้นในพม่า ฉันคิดว่าเราทุกคนสามารถตักตวงประโยชน์จากความสมดุลได้ และฉันก็เชื่อว่าในฐานะผู้หญิงเราสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาถกเป็นประเด็นให้โลกรู้มากขึ้นได้ มันอาจเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิงชาวโรฮิงญาที่ต้องทุกข์ทรมานอยู่เงียบๆ ในขณะนี้ แม่ของฉันคือต้นคิดของโครงการและเป็นผู้ริเริ่มระดมทุนเพื่อการบริจาคเหล่านี้ทั้งหมด (ขออัลลอฮทรงตอบแทนเธอมากมาย) และท่านก็มักจะผลักดันให้ฉันก้าวออกไปช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ความโหดร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น เรามักจะเห็นผู้หญิง เด็กเล็ก และคนชราได้รับผลกระทบมากที่สุด ฉันจึงคิดว่าแล้วใครล่ะที่จะให้การช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้ได้ดีที่สุดถ้าไม่ใช่ผู้หญิงเอง มันคือความสมดุลที่อาจเป็นที่ต้องการมานานก่อนหน้านี้แล้ว และเราหวังอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงชาวโรฮิงญาอีกมากมายให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเรา หรือริเริ่มทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาด้วยตัวเองเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องเราอีกมากมาย

ติดต่อบริจาคในแคมเปญของ Yasmin Ullah ได้ที่นี่   Help Rohingya in Crisis in Burma

 

แปลและเรียบเรียงโดย : Andalas Farr
ที่มา : Vancouver-Based Rohingya Canadian Crowdfunding to Help the Rohingya Still in Burma

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร