หลายประเทศเริ่มเป็นกังวลเมื่อการประท้วงในปาเลสไตน์ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะยุติ หลังจากที่อิสราเอลควบคุมการเข้าออกของชาวปาเลสไตน์ในสถานสักการะอันศักดิ์สิทธิ์อย่างมัสยิดอัล-อักศอ

สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลต่อกรณีพิพาทบริเวณมัสยิดอัล-อักศอ ส่งผลให้ประชาคมโลกเรียกร้องให้มีการคลี่คลายสถานการณ์และกลับสู่สถานภาพเดิมตามกฎกติกาที่ได้เคยตกลงกันไว้ ว่าชาวมุสลิมจะได้รับสิทธิในการปฏิบัติศาสนกิจในบริเวณมัสยิด ในขณะที่ชาวยิวนั้นได้สิทธิในการเยี่ยมเยียนแต่ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจ

สถานการณ์เริ่มขึ้นเมื่อชาวปาเลสไตน์ปฏิเสธการเข้าไปละหมาดภายในมัสยิดอัล-อักศอ หลังจากที่อิสราเอลได้ทำการติดตั้งเครื่องตรวจความปลอดภัยชนิดใหม่หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล 3 คนได้ลอบยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวอิสราเอล 2 นายก่อนที่พวกเขาจะถูกไล่ล่าภายในบริเวณมัสยิดจนถูกยิงเสียชีวิตในที่สุด

จากนั้นทางการอิสราเอลจึงยกเลิกการอนุญาตละหมาดวันศุกร์และทำการปิดล้อมบริเวณมัสยิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจต่อชาวปาเลสไตน์เป็นอย่างยิ่ง

โดยปกติแล้วประชาชนนับพันคนมักจะรวมตัวกันที่มัสยิดแห่งนี้เพื่อทำการละหมาดวันศุกร์ร่วมกัน

สองวันหลังการห้ามละหมาดวันศุกร์และการปิดล้อม มัสยิดอัล-อักศอได้ถูกเปิดทำการอีกครั้งพร้อมกับการติดตั้งเครื่องจับตรวจโลหะที่บริเวณประตูทางเข้า ด้วยเหตุนี้ชาวปาเลสไตน์จึงมองว่าอิสราเอลเริ่มล่วงล้ำและคุกคามสถานสักการะอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มากจนเกินไป

ในการประท้วงครั้งนี้ชาวปาเลสไตน์ได้ทำการละหมาดในบริเวณด้านนอกของประตูมัสยิด

ในขณะที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยของอิสราเอลได้ควบคุมการประท้วงที่เกิดขึ้นรายวันตลอดสัปดาห์อย่างเคร่งครัด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย

สถานที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของมัสยิดอัล-อักศอและโดมทองแห่งหินสักการะ ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สามของศาสนาอิสลามต่อจากมักกะฮ์และมะดีนะห์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย ขณะเดียวกันสถานที่นี้ก็ถือเป็นซากปรักหักพังของพระวิหารชาวยิวเช่นกัน

ประชาคมโลกจากประเทศต่างๆ ได้แสดงความหวั่นวิตกต่อสถานการณ์ดังกล่าวและเรียกร้องให้อิสราเอลและจอร์แดนที่ได้รับอำนาจในการดูแลบริเวณมัสยิดแห่งนี้หันมาเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย

ตุรกี

“การจำกัดขอบเขตต่อชาวมุสลิมในการเข้าไปละหมาดในมัสยิดอัล-อักศอนั้นถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้” ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan แห่งประเทศตุรกีกล่าว “การปกป้องความเป็นอิสลามและความศักดิ์สิทธิ์ของอัลกุดส์ (เมืองเยรูซาเล็ม) และ อัลฮารอมอัชชารีฟ (บริเวณมัสยิดอัล-อักศอ) นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวมุสลิมทั่วโลก”

“มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เมื่อการเข้าไปในมัสยิดของชาวมุสลิมและชาวปาเลสไตน์ถูกกีดกันเช่นนั้น”  Ibrahim Khan โฆษกแห่งประธานาธิบดีกล่าว “เราขอตีความหมายของการเคลื่อนไหวดังกล่าวว่าเป็นการเปลี่ยนสถานภาพที่มีอยู่เดิมของมัสยิดอัล-อักศอ”


เลบานอน

ในแถลงการณ์โดยสำนักสื่อของประธานาธิบดี Michel Aoun แห่งเลบานอนระบุว่าทประธานาธิบดีได้ “ประณามและติเตียนการรุกรานอีกครั้งของอิสราเอลต่อสถานสักการะอันศักดิ์สิทธิ์อย่างมัสยิดอัล-อักศอ และร่วมประณามการปิดประตูทางเข้ามัสยิดที่ไม่ให้ผู้ปฏิบัติศาสนกิจได้มีโอกาสเข้าไป”

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุด้วยว่า “การรุกรานอีกครั้งของทางการอิสราเอล…คือส่วนหนึ่งในแผนการของชาวอิสราเอลที่วางเป้าหมายจะครอบครองสถานสักการะอันศักดิ์สิทธิ์ หลังจากที่ได้แย่งชิงดินแดนปาเลสไตน์ไปแล้ว มันคือส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์และประชากรศาสตร์ที่มีอยู่ดั้งเดิมของดินแดนปาเลสไตน์”


สหรัฐอเมริกา

ในแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทางทำเนียบขาวได้กล่าวว่าสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นบริเวณมัสยิดดังกล่าวนั้นถือเป็นเรื่องที่ “น่าวิตกกังวล”

แถลงการณ์กล่าวว่า “ทางการสหรัฐอเมริกาเรียกร้องประเทศอิสราเอลและจอร์แดนให้แสดงความจริงใจในการลดความตึงเครียดและร่วมกันหาแนวทางแก้ไขที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของสาธารณชนและสถานที่ดังกล่าว ตลอดจนดำรงไว้ซึ่งสภาพเดิมที่มีอยู่ให้ได้”


จอร์แดน

Ayman al-Safadi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจอร์แดนบอกกับผู้แทนระดับสูงจากสหภาพยุโรป Federica Mogherini ว่าทางการจอร์แดนได้ใช้ความพยายามอย่างหนักในการเรียกร้องสันติภาพให้คืนสู่ปกติและสิ้นสุดวิกฤติการณ์ดังกล่าว บนพื้นฐานของหลักการว่าด้วยความปลอดภัย ความมั่นคงและการเคารพให้เกียรติของอิสราเอลต่อประวัติศาสตร์ของกรุงเยรูซาเล็ม

นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของประชาคมโลกในการร่วมมือกันลดความรุนแรงของสถานการณ์และป้องกันไม่ให้เกิดความตึงเครียดที่มากไปกว่านี้ ด้วยการยกเลิกปฏิบัติการทั้งหมดของอิสราเอลที่พยายามเรียกร้องให้เกิดความจริงใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้าแผ่นดิน


อียิปต์

ในแถลงการณ์ซึ่งโพสต์บนเฟซบุ๊กโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดความรุนแรงดังกล่าวและเตือนไม่ให้สร้างความตึงเครียดในมัสยิดอัล-อักศอมากไปกว่านี้

แถลงการณ์ดังกล่าวได้เรียกร้องให้อิสราเอล “หยุดความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์และสถานสักการะอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น และให้เคารพสิทธิในการปฏิบัติศาสนกิจของชาวปาเลสไตน์ ไม่พยายามเพิ่มเครื่องมือตรวจวัดใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและอาจลดโอกาสในการได้มาซึ่งสันติภาพ ความเข้าใจอันดีบนพื้นฐานการแก้ไขปัญหาของสองรัฐดังกล่าวนี้”


ซาอุดีอาระเบีย

คณะมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบียได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกออกมาแสดงความรับผิดชอบในการยับยั้งการกระทำต่างๆ ที่ “สร้างความเจ็บปวดต่อความรู้สึกของชาวมุสลิมทั่วโลก”

ในมติประชุมรายสัปดาห์ที่มีกษัตริย์ซัลมานผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองดูแลมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่ง ได้อธิบายถึงการกระทำของอิสราเอลว่าเป็นพัฒนาการที่น่าอันตราย ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกครอบครองนั้นยุ่งยากและซับซ้อนขึ้นไปอีก


แอฟริกาใต้

ผู้นำมุสลิมแห่งแอฟริกาใต้และกลุ่มคุ้มครองสิทธิพลเมืองได้ประณามการกระทำของอิสราเอลในการจำกัดขอบเขตการเข้าออกมัสยิดอัล-อักศอซึ่งเป็นสถานสักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของอิสลามว่า

“เราได้เรียกร้องอิหม่ามและผู้นำศาสนาทั่วประเทศให้พูดเน้นย้ำในปาฐกถาละหมาดสำหรับวันศุกร์นี้(คุตบะฮ์)เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในมัสยิดอัล-อักศอ และได้จัดให้มีการชุมนุมแสดงพลังสามัคคีเพื่อพี่น้องมุสลิมในปาเลสไตน์อีกด้วย” Shakir Baker ผู้จัดการฝ่ายการจัดการแห่งมูลนิธิอัลกุดส์บอกกับสำนักข่าว Anadolu

“เราขอเรียกร้องให้พี่น้องมุสลิมทั่วโลกมาร่วมกันถือศีลอดทุกวันพฤหัสบดีจนกว่ามัสยิดอัล-อักศอจะได้รับอิสรภาพกลับคืนมา”


สมาพันธ์นักปราชญ์มุสลิมนานาชาติ (IUMS)

ทางสมาพันธ์นักปราชญ์มุสลิมนานาชาติได้เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกรวมพลังสามัคคีร่วมกับผู้ปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิดอัล-อักศอเนื่องในวาระ “วันศุกร์แห่งโทสะ”

แถลงการณ์โดยกลุ่มดังกล่าวระบุว่า “เราได้เรียกร้องให้ชาวมุสลิมทั่วโลกใช้วันศุกร์นี้เป็นโอกาสในการร่วมแสดงถึง “วันศุกร์แห่งโทสะ” เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของไซออนิสต์ในกรุงเยรูซาเล็มและผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น”


สหภาพยุโรป

“เราขอเรียกร้องรัฐอิสราเอลและจอร์แดนให้หันมาจับมือทำงานร่วมกัน และพยายามทุกวิถีทางในการหาทางแก้ปัญหาที่สามารถรับรองความปลอดภัยให้กับทุกสิ่งอย่าง รวมถึงเคารพความศักดิ์สิทธิ์ของสถานสักการะแห่งนี้ และอนุรักษ์ไว้ซึ่งสภาพคงเดิมที่มีอยู่ของสถานที่นี้ด้วย” Maja Kocijancic โฆษกประจำผู้แทนระดับสูงแห่งสหภาพยุโรป Federica Mogherini กล่าว

“เช่นกันนี้เราขอเรียกร้องผู้นำทางการเมืองและศาสนาทุกคนให้ช่วยกันดูแลรับผิดชอบ และร่วมมือในการเรียกร้องความสันติสุขให้กลับคืนมาดังเดิม เราจะยังคงคอยตรวจตราความคืบหน้าต่างๆ เหล่านี้อย่างใกล้ชิด”

แปลและเรียบเรียงโดย : Andalas Farr
ที่มา : World reacts to Israel-Palestinian fallout over al-Aqsa

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร