Mohamed al-Azawi และภรรยา เล่าให้ฟังถึงวิถีรอมฎอนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งต่อเนื่องในประเทศอิรัก

ก่อนการโจมตีของสหรัฐอเมริกาที่นำมาซึ่งการครอบครองพื้นที่ในประเทศอิรักเมื่อปี ค.ศ.2003 ครั้งหนึ่ง Mohamed al-Azawi เคยทำงานเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยในกรุงแบกแดด แต่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเขาจึงจำเป็นต้องทิ้งลูกและภรรยาในช่วงวิกฤติสงคราม แล้วอพยพออกไปตั้งรกรากใหม่อยู่ในประเทศจอร์แดน ซีเรีย บาห์เรน และสุดท้ายที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ที่เขาพำนักอาศัยตั้งแต่ปี ค.ศ.2010 เป็นต้นมา

“คุณอยากรู้เรื่องราวของรอมฎอนในประเทศอิรักใช่ไหม?” Mohamed พูดด้วยรอยยิ้มพลางเปิดประตูต้อนรับ

ในบ้านดูเงียบเหงา Mohamed อยู่ตัวคนเดียวมาเกือบทั้งปี แต่วันนี้มีภรรยาของเขา Hayfaa ที่บังเอิญมาเยี่ยมนานๆ ครั้งอยู่ที่บ้านด้วย เธอยิ้มเอ็นดูในความกุลีกุจอของสามี

“ผมคงเล่าเรื่องรอมฎอนให้คุณฟังได้แค่ตอนก่อนเกิดสงคราม และผมคงไม่มีข้อมูลเรื่องอาหารในเดือนรอมฎอนหรอกนะ” Mohamed กล่าวเพิ่มเติม “เรื่องนั้นภรรยาของผมคงรู้ดีกว่าเยอะ”

เขาหยิบรีโมทเพื่อจะเบาเสียงโทรทัศน์ที่เปิดค้างอยู่ขณะนั้นแล้วพูดว่า “เราจะได้ไม่เสียสมาธิ” แต่ภรรยาของเขากำชับว่าเขาควรจะปิดโทรทัศน์นั้นไปเสียเลย แต่เขาหยอกล้อกลับมาว่า “มันเป็นธรรมเนียมของชาวอิรักที่จะต้องเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้เป็นฉากหลัง”

Mohamed ใช้ชีวิตวัยเด็กในกรุงแบกแดด ในบ้านที่สมาชิกในครอบครัวมักจะรวมตัวกันนั่งข้างหน้าจานอาหารเพื่อละศีลอดอย่าง kubbab ข้าว threed และพุดดิ้ง mahalabiya ถูกวางเสริฟเรียงรายอยู่บนพื้น

“ตอนผมเด็กๆ เรามักจะเอากระปุกแยมเปล่าๆ ใส่เทียนลงไปข้างใน แล้วเดินถือมันไปมาเหมือนกับตะเกียง” Mohamed เล่าให้ Al Jazeera ฟัง เขาเล่าย้อนกลับไปในวันวานที่มีเด็กๆ เดินไปเคาะตามประตูบ้านต่างๆ เพื่อขอขนมหวานและลูกกวาด

เมื่อเดือนรอมฎอนใกล้สิ้นสุดลง เด็กๆ มักจะเฝ้ารอวันอีด (วันตรุษ) ด้วยความตื่นเต้น “เรามักจะเตรียมชุดออกอีดกันตั้งแต่เดือนรอมฎอน แล้วเอามาแขวนเตรียมไว้กันในคืนก่อนวันอีด” Mohamed เล่าให้ฟัง “เด็กๆ ทุกคนจะมุ่งหน้าไปงานเทศกาลเฉลิมฉลองวันอีดที่เต็มไปด้วยชิงช้าม้าหมุนและเกมส์ต่างๆ มากมาย และแน่นอนเราได้เงิน eidiyahs (คล้ายๆ เงินอั่งเปา) อีกด้วย”

ในช่วงที่ Mohamed ย้ายออกมาจากอิรักไม่นานหลังการโจมตีของอเมริกาในปี 2003 นั้น ภรรยาและลูกๆ ของเขายังคงอยู่ในประเทศไม่ออกไปไหน

“ผมย้ายออกจากกรุงแบกแดดตั้งแต่การโจมตีเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ ความทรงจำของผมก็เลยถูกแช่แข็งไว้กับกาลเวลา”  เขาเล่าระลึกช่วงที่เขาจากบ้านเกิดท่ามกลางการขู่เข็ญคุกคามและเล็งเป้าหมายลอบสังหารผู้รู้และนักวิชาการชาวอิรักร่วมร้อยชีวิตในช่วงสงคราม

ธรรมเนียมวิถีรอมฎอนในอิรักเริ่มพ่ายแพ้ให้กับสภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง Hayfaa เล่าให้ Al Jazeera ฟัง “แต่ฉันบอกคุณได้นะว่าครอบครัวของเราเคยมารวมตัวกันยังไง ภรรยาเพื่อนบ้านเคยเตรียมขนมหวานอย่าง maamoul  และ kubbab กันยังไง” เธอกล่าว

Hayfaa เล่าย้อนวันวานว่าครอบครัวของเธอเคยเตรียมอาหารไว้เยอะมาก จนต้องไปยืมหม้อและกระทะใบใหญ่จากร้านเบเกอรี่ริมถนนกันเลยทีเดียว “มันคืออาหารที่เราตั้งใจทำเพื่อแจก”

ในช่วงสงคราม ไฟฟ้ามักจะถูกตัดบ่อยๆ เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถ ทำอาหารพื้นเมืองหลายอย่างไว้รับประทานได้  ทางรัฐบาลอิรักเองก็เริ่มตัดงบประมาณอาหารบางส่วนให้กับแต่ละครัวเรือน พยายามกำจัดทุกอย่างออกไปจนเหลือแต่ข้าวสารคุณภาพต่ำที่ “ได้กลิ่นเหมือนพลาสติกเวลาหุง” Hayfaa กล่าว

หลายครอบครัวไม่สามารถที่จะเลี้ยงรับรองแขกได้อีกแล้ว เนื่องจากหัวหน้าครอบครัวส่วนใหญ่หากไม่ถูกจำคุกก็ต้องเสียชีวิต

“ภายหลังการโจมตีของอเมริกาเป็นต้นมา คุณไม่อาจสัมผัสถึงความสุขของเดือนรอมฎอนได้อีกแล้ว เมื่อสมาชิกในครอบครัวของคุณเริ่มหายจากไปทีละคน และครอบครัวส่วนใหญ่ไม่สามารถเชิญชวนใครให้มาร่วมรับประทานอาหารละศีลอดด้วยกันเนื่องจากหัวหน้าครอบครัวได้จากไปแล้ว” Mohamed เล่าต่อไป “แต่สมาชิกครอบครัวก็ยังคงรวมตัวกันเพื่อละศีลอดนั่นแหละ ยังคงมีภาพผ้าปูถูกวางบนพื้นในห้องรับแขกให้ได้เห็นอยู่บ้าง คนหนุ่มสาวหรือคนแก่ หญิงและชาย ล้อมวงละศีลอดพร้อมกัน”

หนึ่งในเมนูหลักที่ Hyfaa มักจะเตรียมไว้ล่วงหน้าคือ Kibbeh (ขนมก้อนกลมยัดไส้เนื้อบด) ซึ่งเธอจะทำเตรียมเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วเอาออกมาทอดทีละนิดในแต่ละวัน

“ในกรุงแบกแดดคุณจะรู้ว่าเป็นรอมฎอนก็ตอน 10 นาทีก่อนละศีลอด ตอนที่คุณเห็นเด็กๆ วิ่งรี่ไปเคาะตามประตูแต่ละบ้านพร้อมอาหารในมือ” Hyfaa เล่าพร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงวันวาน “มันเป็นจานอาหารที่หยิบยื่นกันไม่มีวันจบจากแต่ละบ้าน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องคืนจานคุณจะไม่รู้ว่าจานของใครเป็นของใคร  แต่ตอนนี้ใครๆ ก็ไม่มีปัญญาจะเป็นคนใจกว้างอย่างนั้นได้อีกแล้ว”

“เนื่องจากไฟฟ้าไม่พอเพียง จึงมีไม่กี่คนที่สามารถรับชมประกาศเริ่มต้นเดือนรอมฎอนจากโทรทัศน์ได้” เธอกล่าว จึงมีอาสาสมัครขับรถไปตามละแวกหมู่บ้านแล้วตะโกนดังๆ ให้ทราบกันว่า “พรุ่งนี้รอมฎอนนะ” มัสยิดต่างๆ ก็เปิดเสียงออกอากาศจากลำโพงดังๆ ด้วยคำกล่าว “Allahu Akbar” (“อัลลอฮผู้ยิ่งใหญ่”) เพื่อเตรียมต้อนรับเดือนแห่งความประเสริฐนั้น

ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอบวกกับสถานะช่องแข็งในตู้เย็นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ จึงทำให้หลายครอบครัวจำเป็นต้อง “เตรียมอาหาร “Kibbeh’’ อย่างแสนกระวนกระวายและต้องทอดให้เสร็จภายในวันเดียวกันนั้นเลย” มันคือภารกิจที่แสนเหนื่อยหน่ายจริงๆ  Hayfaa ยืนยัน

“มันยังคงเป็นช่วงรอมฎอน และเราก็ยังคงต้องทำอาหาร” เธอพูดเงียบๆ

แต่ธรรมเนียมวิถีรอมฎอนส่วนใหญ่ก็เริ่มหายจากสังคมไปทีละน้อย ท่ามกลางความย่ำแย่ของเศรษฐกิจและสถานการณ์ความปลอดภัยที่ไม่มั่นคงของประเทศ Mohamed กล่าว “คุณสามารถเจอกับภาวะที่คุณกำลังเดินทางไปมัสยิดหรือไปละศีลอดที่บ้านเพื่อน แล้วจู่ๆ ก็มีคาร์บอมบ์ขึ้นโดยไม่รู้ตัว” เขากล่าวต่อไป “มีการหายตัวไปอย่างลึกลับเช่นกัน ผู้คนจึงหมกมุ่นอยู่กับการเอาตัวรอดกันทั้งนั้น”

เมนูเดือนรอมฎอนเป็นอะไรที่ต้องใช้วัตถุดิบราคาค่อนข้างสูง ชาวอิรักหลายครอบครัวที่ต้องลำบากยากจนเพราะพิษสงครามจึงสามารถหาเลี้ยงปากท้องได้เพียงแค่มะเขือทอดไว้เป็นอาหารเพื่อละศีลอดเท่านั้น

Mohamed นึกไปถึงรายการท้องถิ่นทางโทรทัศน์ของอิรักรายการหนึ่งที่ชื่อ Your Iftar Is On Us ที่ทางทีมงานของรายการจะเดินไปเคาะตามประตูบ้านของคนยากจนในกรุงแบกแดด

“พวกเขาจะพาคนจนเหล่านั้นไปช้อปปิ้งซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นต่างๆ พวกเขาจะซื้อเครื่องใช้สอยในครัวเรือนให้กับครอบครัวคนจน แล้วพวกเขาจะปิดท้ายรายการในแต่ละตอนด้วยการมอบเงินบริจาค เพื่อให้คนจนเหล่านั้นได้มีโอกาสเฉลิมฉลองและซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ในวันอีด” Mohamed เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้ม “มันเป็นสิ่งดีๆ ที่น่ามอง โดยเฉพาะกับอะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้”

ในขณะที่ชาวอิรักอีกหลายคนที่มีรายได้พอเหลือใช้ ก็จัดเตรียมอาหารและสิ่งจำเป็นเพื่อแจกจ่ายให้กับคนยากจนในช่วงเดือนรอมฎอนเช่นเดียวกัน

อีกหนึ่งประเพณีดั้งเดิมที่ยังคงอยู่รอดจนถึงทุกวันนี้คือเกมแหวนหรือ Muhabis game ที่ผู้ชายจะรวมตัวกันและตั้งกลุ่มในร้านกาแฟท้องถิ่น และชายหนึ่งคนในนั้นจะซ่อนแหวนในมือข้างหนึ่งของเขา ในขณะที่คนที่เหลือในกลุ่มจะต้องทายให้ได้ว่าใครที่กำแหวนอยู่ในมือ

“ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมีอายุที่เล่นเกมนี้ และมันก็เป็นประเพณีดั้งเดิมในเดือนรอมฎอนที่ขาดไม่ได้เสียด้วย” Hayfaa เล่าให้ฟัง “พวกเขาจะเล่นกันหลายๆ รอบ และกลุ่มที่ชนะจะได้รับขนมหวานหนึ่งกองภูเขาเป็นรางวัล ไม่ jalebi ก็ baklava นี่แหละ”

เกมแหวน หรือ Muhabis game

ก่อนวันอีด บรรดาผู้หญิงละแวกเดียวกันก็จะมารวมตัวกันในบ้านใดบ้านหนึ่งเพื่อทำขนมหวานพื้นเมืองอย่าง klecha และ kaak ด้วยกัน (ขนมหวานทำมาจากงาและยัดไส้อินทผาลัม) โดยผู้หญิงแต่ละคนจะพากันพกจานและวัตถุดิบต่างๆ มาด้วย

“หลังจากที่ได้เตรียมกันเสร็จแล้ว เราก็มักจะเอาขนมหวานนั้นไปที่ร้านทำขนมริมถนน เพื่อขอให้เขาช่วยอบในเตาอบอันใหญ่เลย” Hayfaa ย้อนวันวานให้ฟัง

ครั้งหนึ่งในช่วงระหว่างการปิดล้อมหลังสงครามอ่าวเปอร์เชียครั้งแรก ในช่วงนั้นน้ำตาลขาดตลาดมากและร้านขายขนมทุกแห่งถึงกับต้องปิดทำการลง Hayfaa เล่าให้ฟังว่า “ฉันเอาน้ำตาลส่วนที่ฉันมีไปที่ร้านขายขนมเพื่อแลกซื้อกับ lokum (เมนูอาหารตุรกี) และสิ่งจำเป็นอย่างอื่นเพื่อให้เราได้มีอะไรหวานๆ รับประทานกันในช่วงเดือนรอมฎอน”

ย้อนกลับมาที่ภาพเมืองโดฮา Hayfaa เดินเข้าไปในห้องครัวสักพักและออกมาพร้อมกับจานขนม kaak  สามีของเธอหยิบขึ้นมาทานอย่างไม่รู้ตัวและวางเสริฟบนโต๊ะให้แขกได้รับประทาน เขานั่งพิงหลังบนเก้าอี้โซฟาแล้วขยี้ตาพร้อมเล่าต่อไปว่า

“ชาวอิรักไม่เคยคิดจะทิ้งประเทศของตัวเองไปหรอก มันเป็นอะไรที่พูดไม่ออกที่ต้องอพยพโยกย้าย เพราะเราไม่มีที่พำนักจริงข้างนอกประเทศอิรักเลย”

“ผมเคยอยู่ประเทศบาห์เรนมาพักหนึ่ง และที่นั่นเขามีเมนูหนึ่งซึ่งเหมือนกับของเราที่อิรักเลย เขาเรียกมันว่า harees (ข้าวต้มเนื้อ) แต่ของเราจะโรยผงไม้หวานและน้ำตาลลงไปข้างบนด้วย”

Mohamed หัวเราะ มองไปรอบๆ แล้วก็ถอนหายใจ “ในมื้อละศีลอดของวันหนึ่ง ผมถามเจ้าบ้านชาวบาห์เรนคนนั้นไปว่ามีผงไม้หวานไว้ทานกับ harees นี่ไหม แล้วเขาก็หัวเราะผมใหญ่เลย” เขาเล่าย้อนเรื่องราว

“มันรู้สึกแปลกที่จะต้องมาอยู่อาศัยนอกกรุงแบกแดดนานขนาดนี้”

 

แปลและเรียบเรียงโดย : Andalas Farr
ที่มา : How the war changed Ramadan in Baghdad

 

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร