ของฟรีอาจไม่มีในโลก แต่ทุนการศึกษาฟรี ๆ ที่เปิดโอกาสให้คุณได้ไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ยังมีอยู่นะ นัศรียา กรีมี สาวน้อย อายุ 21 ปี หลังจบ ชั้น 3 ซานาวีย์จาก โรงเรียนสอนศาสนา มุสลิมวิทยาคาร คลอง19 (ถ้าเทียบกับของไทยก็คือ ม.6) ตัดสินใจสมัครสอบชิงทุนการศึกษา Arabic for non-native speakers ซึ่งเป็น ทุนคอร์สเรียนภาษาอาหรับระยะสั้นของมหาวิลัยกาต้าร์ และปัจจุบันเธอก็สามารถทำสำเร็จ วันนี้ คอลัมน์ small talk เลยอยากพาคุณไปพูดคุยเปิดประสบการณ์กับสาวน้อยคนเก่งของเรา


รู้จักทุนนี้ได้อย่างไร

พอดีเพื่อนสนิทมีพีเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้พอดี เขาก็แนะนำมาว่ามีทุนอันนี้นะ ให้ลองสมัครดู เราก็เลยลองสมัครดู ทุนนี้เป็นทุน 1 ปี ละเรียนเฉพาะภาษาอาหรับอย่างเดียวเลยค่ะ ก็จะเรียนเป็นพวก ฟังพูดอ่านเขียน เลเวลสูงๆหน่อยก็จะมีพวกวิชาข่าวแล้วก็โคลงกลอนไรงี้ด้วย แต่จริงๆแล้วเก่งไม่เก่ง ไม่ได้เลยก็มาเรียนได้นะ (แต่อย่างน้อยคือจำอลีฟบาตาได้ก็จะดีกว่าค่ะ เหมือนเราจะได้ไม่ต้องพยายามตามเพื่อนเยอะ) แบบรูมเมทเรา ไม่รู้ภาษาอาหรับเลย จำตัวอักษรไม่ได้เลยตอนมาวันแรก ละตอนนี้คือได้แล้ว ผสมคำเป็น จำศัพท์ได้แล้ว พูดสื่อสารได้บ้างเป็นบางประโยคแล้ว คือดีมากๆเลย อยากให้ทุกคนมาลองดูกัน

 ทำไมถึงตัดสินใจสมัครทุนนี้ ตอนนั้นวางเป้าหมายไว้อย่างไร

คือต้องบอกก่อนว่าเราเรียนด้านศาสนา เรียนภาษาอาหรับมา ตอนนั้นก็แพลนไว้ว่า อินชาอัลลอฮฺ จะไปเรียนต่อที่แถบประเทศอาหรับค่ะ แต่ก็ยังรู้สึกว่าภาษาอาหรับตัวเองยังไม่แข็งแรงเลย กลัวเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้วฟังอาจารย์ไม่รู้เรื่องเพราะเขาสอนเป็นอาหรับหมดเลย ก็เลยคิดอยากเรียนภาษาปูพื้นฐานก่อน พอเข้ามหาวิทยาลัยจะได้เรียนเข้าใจ แล้วพอดีทุนนี้ก็เปิดรับสมัครอยู่ ก็เลยลองสมัครดู


อยู่การ์ต้ากี่เดือนแล้ว

อยู่มาเกือบ 7 เดือนเต็มแล้วค่ะ มาตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2560 แล้ว

ครอสนี้ใช้เวลาเรียนทั้งหมดกี่ปี

ทุนนี้ทางมหาลัยจะให้ฟรีแค่คนละปีเดียว แต่คอร์สเต็มๆของเขาคือ 3 ปีค่ะ เรียนเลเวลละ 1 ปี มีทั้งหมด 3 เลเวล: Beginner/Intermediate/advance อย่างของเราสอบได้ intermediate ก็เรียนแค่ 2 ปี

คุณสมบัติของผู้สมัครรับทุนมีอะไรบ้าง เผื่อเพื่อน ๆ ที่อ่านอยู่สนใจ

ทุนคอร์สภาษาอันนี้คือดี เขาไม่ได้ปิดกั้นรับเฉพาะเด็กๆ นักศึกษาแค่อย่างเดียว แต่คนวัยทำงานก็สามารถสมัครได้  คือตั้งแต่อายุ 18-40 ปี อย่างในห้องเรา มีเพื่อนคนนึงอายุ 40 แล้วมีลูกอายุเท่าเราเลย เขาก็สมัครเข้ามาเรียน ส่วนคนที่ไม่ได้จบซานาวีย์ ไม่ได้เรียนศาสนามาก็สมัครได้  ไม่จำเป็นว่าต้องใช้วุฒิศาสนาอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องจบจากโรงเรียนอาหรับก็สมัครได้ เพราะคนในคอร์สส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จบทางนี้กันมาเหมือนกัน ที่สำคัญไม่จำกัดแค่เฉพาะว่าต้องเป็นมุสลิมเท่านั้น ทุนนี้เปิดโอกาสให้กับทุกคนไม่ว่าจะศาสนาไหน ที่สนใจในภาษาอาหรับ ก็สามารถสมัครได้เลย  เรื่องความรู้ภาษาอาหรับพื้นฐาน จริงๆก็ไม่ได้ต้องรู้อะไรมากมาย อย่างรูมเมทเราก็ไม่ได้อะไรเลย แต่ก็ต้องอาศัยความพยายามบวกขยัน จะได้ตามเพื่อนๆทันด้วย

ส่วนเรื่องสื่อสารกับมหาลัยเป็นอังกฤษหรืออาหรับ ถ้าถามว่าสำคัญมั้ยมันก็สำคัญนะ เพราะทางมหาวิทยาลัยเขาจะติดต่อเราผ่านเมล์ซึ่งในเมล์ก็จะเป็น 2 ภาษาค่ะ แต่ถ้าเราไม่ค่อยได้ทั้งสองภาษาเลยต้องทำไง? อยากบอกว่าไม่ต้องกลัวเลย เพื่อนๆที่นี่อบอุ่นมาก ดูแล ช่วยเหลือกันเหมือนครอบครัวเลยค่ะ อย่างเพื่อนเกาหลีเรา ไม่ได้ทั้งอังกฤษ ทั้งอาหรับเลย แต่ทุกคนก็ช่วยกัน จนตอนนี้เพื่อนรู้ศัพท์อาหรับเยอะแล้ว แถมพูดอังกฤษคล่องกว่าเดิมอีกตั้งเยอะ

 

ตัวทุนมีสวัสดิการให้ไหม อย่างเช่น ที่พักอาศัย ค่าขนม หรือ อุปกรณ์การเรียนต่างๆ

ที่เสียค่าใช้จ่ายคือการสมัครผ่านเว็บออนไลน์ของมหาลัยเท่านั้น จ่ายเงินไป 50 รียาลกาต้าร์ (ประมาณ 400กว่าบาทไทย) นอกนั้นมหาลัยจะจัดการทุกอย่างให้เราหมดทุกอย่าง ขอแค่เตรียมใจให้พร้อมไปเรียนก็พอ ตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ รถรับส่งจากสนามบิน ที่พักซึ่งเป็นหอในมหาวิทยาลัยเป็นหอของมหาลัยค่ะ อยู่ในรั้วเดียวกับมหาลัยเลย ถ้าอากาศดีๆนี่เราสามารถเดินไปเรียนได้เลย อาหารทั้ง 3 มื้อ รับรับส่งของมหาวิทยาลัย รวมถึง เงินเดือนที่เราจะได้ในทุก ๆ ๆเดือน 500 รียาลกาต้าร์

ถ้าสนใจสมัครทุนนี้ต้องทำอย่างไร

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าสำหรับทุนนี้เรื่องเอกสารสำคัญมาก เพราะเราต้องส่งข้อมูลทุกอย่างทางออนไลน์ จะอธิบายให้ฟังทีละข้อ ซึ่งเอกสารพวกนี้เป็นเอกสารที่ใช้สมัครออนไลน์เท่านั้น เพราะถ้ามหาลัยตอบรับเราแล้ว เค้าจะบอกเราเองว่าเค้าให้เราทำอะไรบ้าง และต้องการอะไรเพิ่มบ้าง เช่น ให้ส่งเอกสารตัวจริง หรือให้ไปตรวจร่างกาย อะไรพวกนี้  สิ่งที่ต้องเตรียมคือ

ใบประกาศนียบัตรหรือใบคะแนนที่สูงที่สุดที่เรียนมา ก็คือใช้แค่อย่างใดอย่างนึงเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องยื่นสองอย่าง แต่ถ้าใครอยากชัวร์ๆ สบายใจก็ยื่นไปสองอย่างก็ได้ ซึ่งในการสมัครนั้น เราแค่สแกนเอกสารแล้วไปแนบในเว็บสมัครออนไลน์ โดยที่เอกสารยังไม่จำเป็นต้องตราปั๊มรับรองอะไรก่อนก็ได้

เรซูเม่ หรือใบซีวี คือเขียนแนะนำตัวเอง บอกข้อมูลของเรา เบอร์โทรพร้อมโค้ดประเทศ (ของไทยก็คือ +66) และก็อีเมล์

สำเนาพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือเกิน 1 ปี ใครอายุการใช้งานไม่ถึงให้ไปทำใหม่ก่อน

จดหมายแนะนำอันนี้เราไปขอจากสำนักจุฬาราชมนตรีมา คือไปบอกเขาได้เลยค่ะว่าจะสมัครเรียนภาษาที่กาต้าร์ เขาก็จะรู้เลย

 

แบบนี้จบครอสนี้แล้วกลับมาเมืองไทยสามารถเรียนต่อทางไหนได้บ้าง

“เรียนจบแล้วมหาลัยจะออกใบ certificate (ใบรับรอง)ให้  เราสามารถเอาใบนี้ไปเป็นตัว support ในการสมัครเรียนต่อหรือทำงานได้”

พูดคุยถึงเรื่องรายละเอียดกันสักพักขอปรับเข้าสู่โหมดการใช้ชีวิตบ้างด้วยความเป็นผู้หญิงไทยตัวเล็ก ๆ แบบนี้มาอยู่ต่างถิ่นคนเดียวแถมเป็นต่างถิ่นที่ต่างภาษาและวัฒนธรรมด้วย

 

 การปรับตัวในช่วงแรกที่มาอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง มีอุปสรรคไหมอะไรไหม  

ช่วงแรกๆก็จะมีเรื่องภาษานิดหน่อยค่ะ เราเรียนภาษาอาหรับจากที่ไทยมาก็จริง แต่ก็เรียนแค่อ่าน เขียน แล้วก็พูดนิดหน่อย พอมาเจอของจริงก็ต้องปรับหน่อยๆค่ะ ต้องใช้ภาษามือเข้าช่วยบ้าง ส่วนเรื่องของอากาศที่นี่ถ้าร้อนก็ร้อนเลยค่ะ ถ้าหนาวก็หนาวเลย ช่วงแรกที่มาตอนต้นเดือนกันยาร้อนมาก เกือบ 50 องศาได้ค่ะ แต่พอเข้าหน้าหนาวนี่อากาศดีมาก ประมาณ 16 องศาค่ะ แต่เป็นหนาวแบบทะเลยทราย หนาวแห้งๆ ลมแรงๆ ส่วนเรื่องอาหารการกินที่นี่ไม่เหมือนที่ไทยเลยค่ะ เป็นอาหารอาหรับ รสชาติเขาก็จะจืดๆ เค็มๆ มันๆ เลี่ยนๆ

แล้วก็เป็นธรรมดาของคนไกลบ้าน คือ คิดถึงบ้านมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ร้องไห้ทุกวันเลย แต่ด้วยกับครอบครัวที่นี่อบอุ่นมาก มีอะไรเราก็ช่วยเหลือกันตลอด เพื่อนก็ชวนออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง ก็เลยช่วยให้หายคิดถึงไปบ้าง แล้วส่วนตัวก็คุยกับที่บ้านทุกวันค่ะ ก็เลยรู้สึกเหมือนไม่ได้ห่างกันมาก เพราะเห็นหน้ากันทุกวันเลย

 

แบบนี้เพื่อนต่างชาติเยอะแน่เลย

เพื่อนต่างชาติเยอะมากๆค่ะ มีจากทั่วโลกเลยก็ว่าได้ อย่างเช่นทางแถบเราเอเชียก็จะมีอินโด เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฟิลลิปปินส์ อินเดีย บังกลาเทศ ส่วนทวีปอื่นก็มีพวกอเมริกา อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม โปแลนด์ ยูเครน จอร์เจีย บอสเนีย โครเอเชีย ตุรกี รัสเซีย ออสเตรเลีย กาน่า ชาร์ด เยอะมากค่ะ อันนี้แค่เพื่อนในโปรแกรมนะคะ ยังไม่รวมเพื่อนอาหรับอีก

 


ความประทับใจหรือประสบการณ์ที่อยากเล่าให้กับคนอื่นได้ฟังในการได้มาที่นี่

สิ่งที่ประทับใจที่สุดของการมาเรียนที่นี่คือได้รู้จักเพื่อนใหม่แล้วก็ได้ทำอะไรใหม่ๆหลายอย่างที่ไม่เคยทำ แล้วก็คิดว่าชีวิตนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้ทำด้วยอย่างเช่น พวกแสดงละครเวที โต้วาที พูดอภิปรายให้คนเยอะๆฟัง ฝึกเป็นนักข่าว ทำหนังสือพิมพ์อาหรับ แต่งชุดประจำชาติ อะไรทำนองนี้ค่ะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลย

ใครอ่านบทสัมภาษณ์ของน้องนัศรียาแล้ว รู้สึกมีความอยากไปเป็นเด็กทุนกับเขาบ้าง   สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.qu.edu.qa/static_file/qu/students/documents/certificate-programs-application-instruction-ar.pdf

 

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Nada Khongthon

Nada Khongthon