ฮะดีษต้นหนึ่งที่รายงานโดยอิมามมุสลิม และมีชื่อเสียงมากเพราะถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในฮะดีษสำคัญโดยอิมามอัน นะวาวียฺ ในหนังสือสี่สีบฮะดีษนะวะวียฺอันมีชื่อเสียงของท่าน ใจความตอนเริ่มต้นของฮะดีษนี้ก็คือ “อัดดีนุล นะศีฮะฮฺ”

อุละมาอ์แห่งอิสลามได้มองเข้าไปในความหมายของฮะดีษนี้ ต่างก็ยอมรับถึงความสำคัญของมัน บางท่านกล่าวว่า ความหมายของฮะดีษนี้ครบคลุมคำสอนอิสลามทั้งหมด ท่านอิมามอบู ดาวูด ถือว่านี่คือฮะดีษที่สำคัญต้นหนึ่งที่นิติศาสตร์อิสลามทั้งหมดได้เข้ามาสัมพันธ์ด้วย

 

คำว่า “อัดดีนุล นะศีฮะฮฺ” ที่แปลว่า “ศาสนาคือนะศีฮะฮฺ” เป็นการย้ำถึงว่าศาสนานั้นไม่สมบูรณ์เลยหากขาดหลักสำคัญของมันคือ “นะศีฮะฮฺ” (บ้านเรามักเรียกว่า นาศีฮัต) แน่นอนว่า อิสลามไม่ได้มีแค่นะศีฮะฮฺแต่นะศีฮะฮฺกันเป็นฐานในการทำให้คำสอนอิสลามถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ เหมือนดังเช่นฮะดีษทีว่า “อัล ฮัจญุ อะรอฟะฮ์” ที่แปลว่า “ฮัจญ์คืออะรอฟะฮฺ” แน่นอนที่สุดว่า ฮัจญ์นั้นมีการกระทำอีกหลายๆอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออะรอฟะฮฺ

ฉะนั้น การที่ท่านนบี ได้เรียก “ศาสนา” ว่าเป็น “นะศีฮะฮฺ” ก็เนื่องจากความสำคัญของมันนั่นเอง

ถึงตอนนี้คงสังเกตได้ว่า ผมไม่ได้แปลคำว่า “นะศีฮะฮฺ” ดังที่ทราบโดยทั่วไปว่า คำนี้ถูกแปลว่า “การตักเตือน” แต่นี่เป็นความหมายที่ยังไม่ดีพอ แต่ก็มิใช่คำแปลที่ผิด แต่หากจะให้เข้าถึงความหมายที่ครอบคลุมและถูกต้องของมัน ต้องมีคำอธิบายเพิ่ม

 

เหตุการณ์ต่อไปนี้จะช่วยอธิบายคำว่า “นะศีฮะฮฺ” ได้ดี  ได้มีเศาะฮาบะฮฺท่านหนึ่งชื่อว่า ท่านญะรีร ท่านได้ใช้ให้ทาสของท่านไปซื้อม้ามา 1 ตัว และทาสของท่านก็ได้ไปซื้อมาในราคา 300 ดิรฮัมให้กับท่าน แต่แล้วท่านญะรีรก็ได้ไปหาคนที่ขายม้า แล้วบอกเขาว่าม้าตัวนั้นควรจะมีราคา 400 ดิรฮัม แต่แล้วท่านญะรีรก็ได้บอกราคาใหม่จนกระทั่งจาก 400 ดิรฮัม ก็สูงขึ้นเป็น 500 ดิรฮัม และสูงถึง 800 ดิรฮัม สุดท้ายท่านได้จ่ายราคาม้าไป 800 ดิรฮัม ทั้งที่ตอนแรกทาสของท่านได้ซื้อมาเพียง 300 ดิรฮัม เหตุการณ์นี้ท่านญะรีรได้อธิบายว่า “ฉันได้ให้บัยอะฮฺ (สัตยาบัน) แก่ท่านนบี โดยต้องกระทำสิ่งต่อไปนี้ คือ การดำรงไว้ซึ่งการละหมาด การจ่ายซะกาต และการให้นะศีฮะฮฺกับมุสลิมทุกคน”

“ความจริงใจ” เช่นนี้คือความหมายของคำว่า นะศีฮะฮฺ เราจึงเห็นได้จากคำอธิบายของท่านฟุฎอยล์ บิน อิยาฎ ที่ได้กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ได้บรรลุถึงระดับสูงในสายตาของพวกเรา มิใช่ผู้ที่มากไปด้วยการละหมาดและถือศีลอด แต่บุคคลที่บรรลุถึงระดับสูงในสายตาของพวกเราก็เนื่องจากจิตวิญญาณที่เอื้ออารี หัวใจที่เป็นอิสระ (จากความเกลียดชัง) และปฏิบัติอย่างจริงใจกับประชาชาติมุสลิม”

 

ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ มุบาร็อก ได้ตอบคำถามที่ว่า “อะไรคือการงานที่ดีที่สุด?” ว่า “มีความประพฤติที่จริงใจเพื่ออัลลอฮฺ”

คำว่านะศีฮะฮฺ จึงให้ความหมายถึง “ความจริงใจ” ที่ปราศจากการทรยศ คดโกง การหักหลัง ในทางภาษาคำนี้มีความหมายสองด้าน 1) การชำระล้างจากสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ 2) การเชื่อมสิ่งที่กระจัดกระจายหรือแตกแยกให้เข้าด้วยกัน

จากความหมายทางภาษาดังกล่าว ท่านอัร รอฆิบ อัล อิสฟาฮานียฺ จึงได้สรุปความหมายของคำว่านะศีฮะฮฺว่า “นะศีฮะฮฺ คือการแสวงหาการปฏิบัติและถ้อยคำที่มีความดีและเป็นการปรับปรุงคนอื่นๆให้ดีขึ้น” เหตุนี้เองกระมังที่คำนี้จึงให้ความหมายที่เราแปลๆ กันอยู่คือ “การตักเตือน”

 

ท่านอิบนุ อัศ ศอลาฮฺ ได้อธิบายคำว่า นะศีฮะฮฺ เอาไว้ว่า  “สาระที่สำคัญของนะศีฮะฮฺก็คือ การหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่คนที่จะถูกนะศีฮะฮฺ ทั้งเจตนาและการกระทำ เขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่คนอื่น”

ท่านชัยคฺ มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล อุษัยมีน ได้กล่าวว่า  “นะศีฮะฮฺ หมายถึงการที่คนหนึ่งรักพี่น้องของเขาในสิ่งที่ดีงาม เขาจึงเรียกร้องเขามาสู่สิ่งนี้ สร้างความชัดเจนให้เขา และส่งเสริมให้กำลังใจเขาในการทำสิ่งนี้…”

 

คำว่า นะศีฮะฮฺ จึงเป็นปฏิกิริยาระหว่างผู้ศรัทธา เป็นปฏิกิริยาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่งดงาม ผลของนะศีฮะฮฺจึงเกิดขึ้นในหมู่ผู้ศรัทธาที่แท้จริงเท่านั้น ผลนั้นก็คือ “ความเป็นพี่น้อง” ที่จะติดตามมา  ดังปรากฏในอัลกุรอานที่ว่า “อินนะมัล มุอ์มินูนะ อิควะฮฺ – แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน”

การเลือกวิธีการที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนแปลงคนอื่นจึงเป็นเรื่องสำคัญของการนะศีฮะฮฺ โดยหลักพื้นฐานอิสลามไม่ยอมรับการเปิดเผยความเลวของพี่น้องมุสลิมแก่สาธารณะ ทำให้เขาอับอายขายหน้า ท่านฟุฎอยลฺ อิบนุ อิยาฎ ได้กล่าวว่า  “ผู้ศรัทธานั้นปกปิด (บาป) และให้คำเตือนต่อผู้คน ขณะที่คนชั่วจะเปิดเผยบาป และสร้างความอับอายให้แก่ผู้คน”

 

ผมพยายามประติดประต่อแนวอธิบายของคำว่า “นะศีฮะฮฺ” และเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมอุละมาอ์จำนวนมากจึงเห็นว่าฮะดีษต้นนี้ต้องเข้าไปเกี่ยวพันคำสอนทั้งหมดของอิสลาม เพราะนี่เป็นการสร้างรูปแบบสังคมแบบใหม่ที่เน้น “ความจริงใจ” ของสมาชิก และเป็นความจริงใจที่ครอบคลุมกว้างกว่าความหมายที่คนทั่วไปเข้าใจกันด้วย กล่าวง่ายๆว่า “ศาสนา” อิสลามที่ครอบคลุมชีวิตทั้งหมด ต้องการเคลื่อนเข้าไปในชีวิตทุกด้าน ด้วย “นะศีฮะฮฺ”

ทุกวันนี้คำว่า “นะศีฮะฮฺ” ถูกนำไปใช้ในความหมายที่เป็นลบ ดังนั้น เมื่อในที่พบปะหรือในกลุ่มบางแห่งมีการขอทำการ “นะศีฮะฮฺ” ทุกคนก็รู้สึกว่าบรรยากาศแห่งความเครียดกำลังจะเคลือบคลานมา เพราะต่อไปนี้ “ความเลว” หรือ “ข้อบกพร่อง” ของคนบางคนกำลังได้รับการเผยเปิดให้สาธารณชนได้รับรู้

สังคมหรือกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ปราศจากนะศีฮะฮฺ จึงย่อมไม่อาจสร้างอุคูวะฮฺ (ความเป็นพี่น้อง) ได้  กลุ่มหรือสังคมนั้นๆ ก็ดำรงอยู่บนพื้นฐานของการตลบแตลง การหลอกลวง การชิงดีชิงเด่น การนินทาว่าร้าย ความอิจฉาริษยา และบั้นปลายนำไปสู่สายโซ่ของฟิตนะฮฺที่ไม่มีใครสลัดมันหลุด

คำว่า “นะศีฮะฮฺ” จึงเป็นคำที่เราต้องการอย่างยิ่ง เป็นคำที่ทุกคำสอนในอิสลามต้องนำมันมากำหนดทิศทาง “นะศีฮะฮฺ” เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง เป็นแนวคิดที่ให้ความจริงจังและจริงใจกับข้อปฏิบัติของอิสลามและผู้คน เป็นความพยายามที่จะใช้วิธีการที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดผลดีที่สุด

 

ดังนั้น คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งรอบข้างให้ไปสู่ความดีงามนั้น จะต้องไม่ทำแบบทื่อๆ ต้องศึกษาสภาพปัญหา ค้นหาวิธีการต่างๆ เพื่อให้บรรลุถึง “นะศีฮะฮฺ”  ความหมายของฮะดีษต้นนี้จึงสำคัญมากสำหรับมุสลิม สำหรับการทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงผู้คนรอบข้าง ด้วยการใช้นะศีฮะฮฺ อย่างถูกต้องตามความหมายและเจตนาของมัน

 

เรื่องโดย : อัล อัค
Photo by Caprifolium on Pixabay

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Azlan

Azlan

กองบรรณาธิการรุ่นเล็ก