suwit-sasanapichit-01

 

“ทีวีดาวเทียม” อาจไม่ใช่ของใหม่ในยุคที่สื่อพัฒนาไปไกลเช่นทุกวันนี้ แต่ “ทีวีดาวเทียม” กำลังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในสังคมมุสลิมไทย เพราะช่วงเดือนที่ผ่านมามีการเปิดตัว “ทีวีดาวเทียมมุสลิม” ในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 3 สถานี เมื่อบวกรวมกับช่องเดิมที่มีอยู่แล้ว ทำให้มีช่องทีวีดาวเทียมมุสลิมมากถึง 5 สถานีในปัจจุบัน

ท่ามกลางกระแสของ “ทีวีมุสลิม” ที่กำลังเป็น “ทอล์คออฟเดอะทาวน์” อยู่ในขณะนี้ มีคำถามและความเห็นเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสนับสนุนและคัดค้านทั้งก่นด่าและชื่นชม ฮาลาลไลฟ์ ในฐานะที่เป็นสื่อมุสลิมเช่นกับทีวีดาวเทียมมุสลิมทั้ง 5 ช่อง และในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมุสลิมเราจึงตั้งคำถามเช่นเดียวกัน

ฉบับนี้เราอยากชวนผู้อ่านร่วมหาคำตอบจากคำถามสำคัญ ถึงความจำเป็นและแนวทางการอยู่รอดของทีวีมุสลิมทั้ง 5 สถานี กับ อ.ชาฟิอีย์ สาสนพิจิตร คนที่เราเชื่อว่ารู้จริงในเรื่อง “การทำทีวี”

ปัจจุบัน อ.ชาฟิอีย์ หรือ สุวิทย์ สาสนพิจิตร เป็นผู้อำนวยการสำนักรายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือที่เรารู้จักมักคุ้นกันในชื่อ ThaiPBS ทีวีสาธารณะของไทย รับผิดชอบงานด้านหน้าจอทั้งหมดยกเว้นรายการข่าว ชาฟิอีย์ อยู่ในวงการโทรทัศน์มายาวนานกว่า 25 ปี และที่สำคัญเขาเป็นมุสลิม คงเพียงพอแล้วที่เราควรจะได้รับฟังความเห็นทัศนะ และมุมมองจากประสบการณ์ของเขาต่อปรากฏการณ์ทีวีมุสลิม ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในปัจจุบัน

 

ความเห็นอย่างไรต่อปรากฏการณ์การเกิดขึ้นของทีวีมุสลิมหลายช่องในช่วงนี้ ?

ก็ดีนะครับ..บางองค์กรผมมีโอกาส ก็เข้าไปฟังเขาคุยกันด้วยนะ แต่เขาเดินหน้าไปแล้วล่ะ ตอนที่เขาชวนไปฟัง ก็เชียร์นะ แต่อดเป็นห่วงไม่ได้  เหมือนเริ่มต้นทำธุรกิจทั่วไปนั่นแหละ ผมคิดว่าในธุรกิจทีวีมีหลุมพราง หลุมใหญ่หลุมแรก คือ คอนเท็นต์ หรือตัวรายการ เดี๋ยวนี้่ทำรายการไม่ยากมาก บางคนบอกว่าทำจากห้องนอน แต่แน่ใจหรือว่าเป็นรายการ ที่ดีจริง ดึงคนดูได้จริง หลุมพรางต่อมา คือ ปัญหาว่าจะ Run อย่างไร ให้รอดและยั่งยืน ยากกว่างานผลิต  ปกติคนผลิต หาเงินไม่เก่งขายไม่เก่ง ยิ่งให้คนไม่รู้จริงไปทำจะเป็น No Pain No Gain จ่ายเยอะเจ็บเยอะ กว่าจะเก่ง คงต้องคิดว่า เรามีดีตรงไหน สายป่านยาวไหม ยิ่งเดี๋ยวนี้ Connection สำคัญกว่า Relation คุณมี “คอนเน็คชั่น” ไหมล่ะ..? บางคนบอกว่า  Know Who ดีกว่า Know How ก็ทำนองเดียวกันครับ

เรามักเริ่มจากคิดว่าเรามีคอนเทนต์ ในมือ เช่น ครู หรือโรงเรียนมีการสอนเป็นคอนเท็นต์ในมือ พออยากทำทีวี ก็เริ่มที่การผลิตเลย ไม่ได้นึกว่าผลิตแล้ว จะขายยังไง ขายใคร ใครดู ดูกี่คน คู่แข่งเป็นใคร ลูกค้าวันนี้ ลูกค้าวันหน้า (Prospect) เป็นใคร อยู่ตรงไหน Afford ได้แค่ไหน ลูกค้าของลูกค้าอีกทีเป็นใคร มีอำนาจซิื้อไหม เสียค่าโฆษณาแล้ว ได้อะไรกลับคืนมา (media return) มูลค่าแค่ไหน  ฯลฯ ส่วนตัวผมคิดว่าธุรกิจทีวีดาวเทียมปัจจุบัน ยังไม่มีมูลค่าทาง การตลาดแน่นอนชัดเจน วิสัยทัศน์ของประเทศไทยก็ไม่ชัดเจนว่าจะเอายังไง จะไปทางไหน แผนแม่บทก็ยังไม่ชัดเจน ส่วน การที่นายทุนค่ายใหญ่โดดลงมาเล่น ก็แค่สร้างตลาดสร้างผู้บริโภคเผื่อไว้ในอนาคต (to Create Prospect and Demand) เคยได้ยินไหม First Come First Gain (มาก่อนได้ก่อน) แบบนี้ใช้เงินมาก เราสู้พวกที่มีคอนเท็นต์ในมือ อย่างค่ายเพลง ค่ายหนัง,ค่ายสื่อกีฬา,หนังสือพิมพ์ ไม่ได้ เพราะเขามีของเยอะ ทำทีวีไว้ปล่อยของดีกว่าทิ้งไว้เปล่าๆ ทุ่นเงินค่าผลิตได้มาก แถมขายโฆษณาพ่วงกับรายการที่เขามีในสื่ออื่นๆอย่างฟรีทีวีไปด้วย เอเจนซี่ชอบ ได้ Media แถม ถือว่ามองการณ์ไกล ส่วนคนมีเงินน้อยหวังเปิดทีวีเป็นช่องหาเงินขายของ,ขายยาผีบอก (ไม่มี อย.)  ไปวันๆ โมเดลแบบนี้ อีกหน่อยจะลำบาก ต้องขายของแค่ไหน จึงจะพอจ่ายค่าเช่า ค่าผลิต  คุณว่ามันยากไหมล่ะ

อีกอย่างหนึ่งคนจำนวนมากไม่รู้ นึกว่าสื่อ โทรทัศน์ไม่ต้องถูกควบคุมอะไรเลย ทั้งที่มีพระราชบัญญัติประกอบ กิจการวิทยุโทรทัศน์ มาตั้งแต่ปี 2550 แต่จะใช้บังคับจริงจังเมื่อมี กสทช. ตอนนี้ก็มีคณะกรรมการ กสทช.แล้ว กสทช. กำลังร่างแผนแม่บท ธุรกิจทีวีทั้งที่ใช้คลื่นความถี่ และไม่ใช้คลื่นความถี่ จะต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ ใครที่ใช้ คลื่นต้องขอรับใบอนุญาตใช้คลื่นอีกใบ ส่วน กสทช. จะจัดสรรให้อย่างไร ต้องประมูล หรือจ่ายเป็นค่าสัมปทาน หรือจ่าย เป็นภาษีสรรพสามิต ต้องรอดูแผนแม่บทที่กำลังทำประชาพิจารณ์ แปลว่า ต้องไปอยู่ภายใต้การกำกับ ควบคุม จรรยา บรรณ ควบคุมเนื้อหา กำกับการโฆษณา ให้เป็นไปตามกฎหมาย ในที่สุด ทีวีที่เป็นตัวแทนกลุ่มการเมือง หรือทำธุรกิจ ล่อแหลม จะถูกกำกับดูแแล เปิดทีวีที่ด่าฝ่ายตรงข้าม หรือขายสินค้าหลอกลวงหรือ เอาเปรียบผู้บริโภค ไม่ได้แล้ว ถ้า กสทช. เข้มงวดจริง ที่ว่ามานี้หายหมด ถ้าซีนาริโอออกมาแบบนี้ ทีวีดาวเทียมจะว่างอีกหลายช่อง ค่าเช่าจะลด เพราะทำมาหากิน บนทีวีดาวเทียมยากขึ้น หมดดู หมอสักยันต์ ขายเครื่องราง ใบ้หวย ขายยาพิษ สมุนไพรปลุกเซ็กส์ ขายกางเกง ในลดน้ำหนัก จะหายไป  ใครจะเข้าสู่ธุรกิจตอนนี้ ต้องมองให้ออกว่าทีวีดาวเทียมในอนาคตจะอยู่ได้ต้องใช้ Business Model แบบไหน ถึงจะเวิร์ก กับเป้าหมาย และวิสัยทัศน์หน่วยงานของเรา

นี่ยังไม่พูดคอนเทนต์เลยนะว่าจะเอายังไง พูดแค่เฉพาะกฎเกณฑ์กับแนวคิดการบริหารจัดการ ถ้าจะเริ่มต้นทำ ยังไงหรือ ผมอยากให้ลองเริ่มคิดจากไม่มีอะไรเลยที่ Zero Based ตรวจสอบว่าจุดอ่อน-จุดแข็ง ของเรามีอะไร  ตรงนี้เป็น การตรวจดูความพร้อมจากภายใน (Internal)  เราเก่งตรงไหน ตอบยากนะ อย่าเข้าข้างตัวเอง บางคนไม่เก่งแต่มีจุดแข็ง ที่เงินเยอะ พรรคพวกเยอะ ก็อาจรอดได้เหมือนกัน ต่อไป ดูว่าอะไรที่เป็นอุปสรรคและอะไรเป็นโอกาส ซึ่งเป็นการเช็ค ปัจจัยภายนอก (External) เช่น คู่แข่งเป็นไง มีใครบ้าง ลูกค้ามีเท่าไหร่ อยู่ที่ไหนบ้าง  เป็นอุปสรรค หรือเป็นโอกาส หาก วิเคราะห์ได้ดีบางทีอาจเห็น “โอกาสในอุปสรรค” รวมถึงบรรยากาศ ความรู้สึกของผู้คน สังคมและเศรษฐกิจด้วย ดูอย่าง ตอนที่สหรัฐบุกอิรัก-อัฟกานิสถาน หรือตอนที่ยิวถล่มกาซ่า ช่วงนั้นมุสลิมสนใจข่าวสารต่างประเทศมากเป็นพิเศษ ที่ศูนย์ กลางอิสลาม มีคนไปวันศุกร์เป็นพันคน ประเมินที่ว่านี้ฝรั่งมันเรียก SWOT Analysis ถ้าประเมินแล้วดูดีมาก   ก็อย่าเพิ่งรีบ ร้อนโทรไปจองช่องดาวเทียม อดใจทำต่อไปอีกสเต็ปหนึ่ง คือ ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) เสียหน่อย ดูความ เป็นไปได้ในการผลิต, ความเป็นไปได้ทางการตลาด, การเงิน, กำลังคน, ช่องทางการตลาด, ทางการบริหารจัดการ และ ความเป็นไปได้ทางเทคนิค ที่ต้องดูลมดูฝนเป็นพิเศษ เป็นส่วนที่ใช้เงินเยอะ ใครที่คิดจะลงทุนซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ เป็น ของตัวเองให้ดูว่ามาตรฐานระบบ กสทช. ประกาศแล้วว่าระบบทีวีเข้าสู่ระบบดิจิตัลเร็วขึ้นในปี 2555 จะใช้มาตรฐาน ระบบใด ก็มีทั้งระบบยุโรป และญี่ปุ่น

ต่อมาก็ให้ดูการตลาด เป็นหัวใจและยากที่สุด เราจะสร้างแบรนด์ สร้างการจดจำได้อย่างไร ผู้สนับสนุนโฆษณา แม้ใจบุญแค่ไหนก็ต้องหวังผลตอบแทนทางการตลาด หรือ Media Return ไม่มากก็น้อย  ทีวีเรามีจุดยืนอย่างไร ที่จะ ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาได้ประโยชน์ จะผลิตเนื้อหาอะไรเพื่อสร้างฐานผู้ชม มีกลยุทธ์อย่างไร ผังรายการเป็นอย่างไร กลุ่มเป้า หมาย (Target Market) เน้นที่ใคร ผมอยากแนะนำให้พิจารณาสองสามคำ ต่อไปนี้ ให้ถามตัวเองว่า “อะไรคือ Key Success” ของเรา อะไรคือสิ่งที่คนดู “ติดหนึบ” หรือ Stickiness Factors ไม่ดูไม่ได้ ต้องดูช่องนี้ทุกวัน และอะไรคือ “ความแตกต่าง” หรือ Differentiation ของเราที่ “เรามี-คนอื่นไม่มี”  แล้วลองถามคนที่เราอยากให้เป็นคนดูว่า ที่เราเชื่อนั้น เขาเห็นด้วยหรือไม่? เป็นการสำรวจตลาดแบบเร็วๆง่ายๆ ทำ Poduct Test ไปให้ดูเลยยิ่งดี นักวิจัยเรียนกว่าทำ Focus Group Interview คือให้กลุ่มเป้าหมายนั่งดู แล้วถามว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ก็อาจได้คำตอบ ได้ภาพรวมแบบลางๆ แต่ใช้ช่วยตัดสินใจได้

กลยุทธ์ทีวีดาวเทียม ที่เห็นชัดเจนวันนี้ คือ ทีวีฟอร์แมต หมายถึง ใช้ฟอร์แมตเป็นโฟกัส หาจุดเด่นที่สุด จุดเดียว มาวางผัง เช่น สหมงคล มีหนังในมือเยอะมากเลยทำช่องหนังไทย, แกรมมี่-อาร์เอส มีลิขสิทธิ์ เพลง-กีฬา เลยทำช่องกีฬา ช่องเพลง แต่เนชั่น-เดลินิวส์ เลือกทำช่องข่าว เพราะถึงไม่ทำทีวีก็ต้องทำข่าวหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว ผมว่าทีวีดาวเทียม ออกมาแนวนี้นะครับ เลือกโฟกัสไปเลย เขียนเป็นแผนให้ชัดๆ ไปเลยว่าช่องของคุณเป็นช่องอะไร เห็ฯอะไรในช่องทีวีคุณ สมมติว่าเขียนว่า Islamic Channel กว้างไป ไม่ชัดพอ  ถ้าสมมติจุดแข็งของคุณคือ มีอาจารย์ที่ตอบปัญหาเก่ง ทำช่อง Islamic Q&A Channel ดีไหม? คุณมีความรู้เรื่อง สตรีเด็กและครอบครัว ทำช่อง Islamic Family Channel ไปเลยไหม? หรือถ้าคุณมีแฟนๆฮาร์ดคอร์หน่อยชอบดูข่าว ก็ทำช่อง Islamic Current and News ไปเลยไหม แต่หากคุณมีโรงเรียน มีสถาบันการศึกษาในมือ ก็ทำ Islamic Education Channel ดีกว่าไม? หรือใครสนใจ เป็นช่องสอนภาษาอาหรับ ก็ทำเป็น Arabic Learning Channel ก็ได้ ถ้าให้ทันสมัย ต่อการเข้าสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน หรือ AEC. ในปี 2015 ถ้ามีฐานอยู่ภาคใต้ทำโทรทัศน์สอนภาษายะวี เลยไหม? (ภาษาที่คนอาเซี่ยนใช้มากที่สุดถึงเกือบ 280 ล้านคน)  กอ.รมน. หรือ ศอ.บต. คงชอบ คนดูคุณอาจเป็นทหาร ตำรวจ ที่เจ้านายสั่งให้ดูก็ได้ ให้ ศอ.บต. สนับสนุนเลยดีไหม? เป็นช่อง Javi Speaking Channel ไปเลยไหม ?  แบบนี้เรียกว่ามีโฟกัส มี Positioning หรือจุดยืนในใจ (ผู้ชม)

เรื่องหนึ่งที่อยากให้เน้น คือ จริยธรรมสื่อ ช่องมุสลิมยิ่งต้องคิดมาก ต้องระวัง ต้องละเอียดรอบคอบ อิสลาม คือ ความจริง ถ้าใครไปเสนออะไรที่ไม่จริง หรือใช้เป็นที่แสดงอารมณ์ หรือใครไม่ระมัดระวัง เสนออะไรที่อาจไม่เหมาะสม ออกไปจะควบคุมยังไง ..บางทีเราผลิตเองไม่ไหว มีคนมาใช้ช่องของเราเผยแพร่ เราจะเซ็นเซอร์ตัวเองอย่างไร คิดระบบไว้ หรือยัง นายสถานีโทรทัศน์ก็เหมือนบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ มีอะไรผิดกฎหมายหรือโดนฟ้อง นายสถานีฯ โดนก่อนหากพลาดท่าเสียชื่อแค่ครั้งเดียวก็ทำลายธูรกิจทำลายช่องได้ทั้งหมดในชั่วพริบตา ผมกำลังจะพูดถึง สิ่งที่คนไทย ไม่ค่อยใส่ใจ แต่ถ้าจะเป็นสื่อมาตรฐานต้องใส่ใจซึ่งผมคิดว่า “สื่อมุสลิม” ควรมีมาตรฐานสูง และมีจรรยาบรรณสูงกว่า สื่อทั่วไป  อย่าลืมนะว่าเรากำลังสื่อสาร “ในนามของอิสลาม” เราจึงควรมี องค์กรด้านจรรยาบรรณ มาดูแลกันเองหรือไม่ หรือเอาที่มีอยูู่แล้วมาปรับ สร้างกติกา อย่าให้คนอื่นหรือ กสทช. มาบังคับเรา ผมถามเล่นๆนะ (ซึ่งยังไม่เกิดขึ้น) ว่าอีก หน่อยหากใครที่มีอำนาจมาบังคับให้ถ่ายทอดสดรายการที่ขัดกับหลักการอิสลาม ช่องมุสลิมจะกล้าขัดขืนหรือไม่  ดังนั้น ผมอยากให้พวกเราที่ทำทีวี มาทำสิ่งที่เรียกว่า Code of Conduct ซึ่งแปลว่า กฎ หรือ จริยธรรมสื่อ ที่เป็นข้อตกลง ว่าจะปฏิบัติให้เหมือนๆกัน ทั้งเรื่องที่เป็นจริยธรรมทั่วไป และเรื่องที่เป็นกฎเกณฑ์ทางศาสนา ผมชอบลองสมมตินะ สมมติ แล้วลองคิดให้เห็นภาพนะว่าถึงจะไม่มีกฎหมายข้อไหน หรือกฎข้อไหนห้ามคุณโฆษณา ขายเล่มกุรอาน ผ่านทางทีวีก็ตาม แต่ถ้าช่องไหนจะขาย คุณจะมีกฎ-กติกา-มารยาทในการขายอย่างไรจึงเหมาะสม ร้องขายเหมือนเลหลัง เหมือนขายของ ตลาดนัด คุณโอ.เค.ไหม?.. บางทีมันก็ไม่ใช่เรื่องถูกเรื่องผิด ผมแค่ถามว่าคุณเห็นแล้ว โอ.เค.ไหมล่ะ ส่วนตัวผมไม่ โอ.เค.นะ  ไม่ชอบ ไม่อยากเห็น อยากให้มี ข้อปฏิบัติทำนองนี้คือ Code of Conduct จริยธรรม มารยาทในการนำเสนอ ตอนนี้ ยังไม่มีใครคิดทำ

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากให้ผู้สนใจทำทีวีดาวเทียมมุสลิม ควรคำนึงถึงก็คือ ศิลปะการผลิตสื่อ โดยเฉพาะสื่อทีวี คุณควรคิดว่าจะ “ออกแบบ” รายการทีวี อย่างไร ให้ต่างจากทำรายการวิทยุ องค์กรมุสลิมส่วนมากเชี่ยวชาญในการทำ สื่อวิทยุเป็นเวลานานกว่าครึ่งศตวรรษ พอเป็นทีวี คุณจะใช้คุณสมบัติของสื่อทีวีให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ได้อย่างไร อย่า เผลอคิดไปว่ากำลังนั่งหน้าไมค์ ทีวีมีวิธีเล่าเรื่องไม่เหมือนวิทยุ เอากล้องมาตั้งสองสามตัว ดูคนนั่งคุยกันสามสี่คน มันจะ ต่างอะไรจากทำสื่อวิทยุ บางคนโต้ว่าทีวีทำให้เห็นสีหน้าท่าทางมากขึ้น ผมก็ไม่เถียงหรอกครับ แต่ทีวีทำได้มากกว่านั้น อาจทำได้มากกว่าที่เราคิด คุณลองดูสิครับโต๊ะครูอธิบายเรื่องทำฮัจญ์สามชั่วโมงไม่รู้เรื่อง เห็นแต่หน้าตาโต๊ะครู แต่คุณดู สารคดีวิธีการทำฮัจญ์ 20 นาที คุณเก็ตทันทีเข้าใจหมด เห็นภาพหมด ไปตรงไหน ทำอะไรบ้าง แต่มันต้องออกแบบให้ดี ให้ตรงกับคอนเส็ปและวัตถุประสงค์ที่จะเสนอ  ถ้าแค่เอากล้องไปตั้ง ดูคนพูดกันทั้งวัน ไม่เห็นว่าต้องเสียเงินเป็นล้าน เช่า ช่องดาวเทียมทำทีวีก็ได้  เก็บเงินไปทำรายการวิทยุได้อย่างหรูเลยล่ะ แต่ถ้าคิดจะทำรายการโทรทัศน์ ก็ควรใช้ประโยชน์ จากความเป็นโทรทัศน์  อยากชวนให้ออกแบบรายการ ให้เหมาะสมกับเนื้อหา ไม่ต้องถึงขนาดทำ Spot หรือหนังสั้น แพงๆ สารคดียากๆ มันทำให้น่าสนใจได้มากกว่านี้ แต่ต้องคิดมากหน่อยเท่านั้นเอง..

suwit-sasanapichit-02

ในแง่ของการอยู่รอดของสถานีละครับ มีความเห็นอย่างไร ?

คุณหมายถึงเรื่อง Marketing  และการเงิน ซึ่งผมคิดว่าน่าเหนื่อย สมมติวันนี้มีคนมาชวนผม ทำธุรกิจทีวี ดาวเทียม ผมจะไม่สนใจ มันไม่น่าดึงดูดใจ ทั้งคู่แข่งเยอะ ความไม่แน่นอนจากกฎเกณฑ์รัฐ กฎเกณฑ์ กสทช.  ช่องฟรีทีวี ยังกำไรหดหาโฆษณายาก ถ้าทำเอากำไรเป็นผม ผมว่าค่อนข้างยากถึงยากมาก ไม่น่าเสี่ยง แต่ถ้าเพื่อประโยชน์ สาธารณะ เพื่อเผยแพร่อิสลาม ไม่มุ่งผลกำไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่าตอนนี้ต้นทุนมันสูงเกินไป ต้องจ่ายค่าต๋งค่าช่อง เยอะ 5-6 ปีที่แล้วรู้สึกจะ 7-8 แสน วันนี้เหลือราวๆ 5-6 แสน แต่ยังถือว่าต้นทุนสูง เกิดอีกหน่อย กสทช. บังคับให้ขอใบ อนุญาตประกอบกิจการต้องอยู่ใต้จรรยากบรรณ ห้ามทำโน่นห้ามทำนี่ ห้ามโฆษณาแบบนั้นต้องโฆษณาแบบนี้ ชั่วโมง หนึ่งโฆษณา ได้เท่านั้น เท่านี้นาที ห้ามโฆษณาแฝง  ใครไม่เชื่อเขายึดใบอนุญาตคืน ก็อาจมีคนสนใจมาทำน้อยลง ค่าเช่า อาจลดลง คงขึ้นๆลงๆหามาตรฐานไม่ได้ไปอีกนาน ไทยคมของชินคอร์ป รับสัมปทานรัฐ ต่อมาก็มีช่องว่างเหลือ ก็เอา ช่องทีวีที่ว่างๆ ไปขายต่างชาติบ้างประเทศเพื่อนบ้านบ้างคนไทยบ้าง ตั้งบริษัทลูก เป็นโบรกเกอร์ขาย ทำราคากันเอง ก็บริษัทที่พวกเราไปเช่ากันนั่นแหละ  ไทยคมกับคนเช่าช่อง ไม่มีโอกาสคุยกัน ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง  จริงๆ ถ้ารวมกัน หลายๆช่องไปขอเช่า Transponder เอามาแบ่งกันอาจได้ราคาถูกกว่านี้ 1 ช่องสัญญาณ (Transponder) แบ่งเป็น SDTV. ได้ราวๆ 10-12 ช่อง แค่ถ้า HDTV. เหลือแค่ไม่เกิน 6 ช่อง แต่ไม่รู้ว่าเขาจะยอมให้เราเช่าตรงหรือเปล่า ต้นทุนจริงๆ อาจไม่ถึง 5 แสน  ว่าไปแล้วมันก็เป็นเรื่องของธุรกิจ ที่เฟื่องฟูอยู่ฝ่ายเดียว คือคนให้เช่าช่อง

ผมคิดว่าด้วยต้นทุนเท่านี้ การตลาดแบบนี้ ความไม่แน่นอน และสภาพการแข่งขันสูง เช่นนี้ ต้องหา Business Model ที่เหมาะกับเงื่อนไขของคุณ ใช้ Business Model เดิมๆไม่น่าเวิร์ก ไหนต้องสร้างฐานคนดูใหม่ ต้องสร้าง แรงดึงดูดคนดูมากๆ ทีวีมุสลิมเจาะตลาดได้เฉพาะมุสลิม  กทม. มีมุสลิม 5 แสน จังหวัดอื่น ไม่รวมภาคใต้  2 แสน ได้ไหม ? หากรวมภาคใต้ต้องทำช่องภาษยะวี อีก 4 ล้านได้ไหม? รวมเป็นตลาดเป้าหมาย 5 ล้าน สมมติว่ามี Share 10% ซึ่งสูงมากเลยนะเนี่ย เท่ากับมีคนดูช่องคุณ  5 แสน เป็น 5 แสน ที่มีกำลังซื้อด้วยนะ คุณว่าดึงคนมาดู 5 แสน ไหวไหม? ถ้าผมเจ้าของสินค้า คุณมาขายผม ให้ผมลงโฆษณา ให้คน 5 แสน ที่ดูช่องคุณ เห็นและซื้อสินค้าของผม ผมหวังว่าคนดู 5 แสน จะซื้อสินค้าของผม กี่คนเดือน ละกี่บาท? ถ้าผมลงโฆษณาแล้วทำให้ผมขายได้ มีกำไรหัวละ 1 บาท ก็ตก 5 แสนบาทต่อเดือน (เอาคนดู 5 แสน คูณด้วย 1 บาท เท่ากับ 5 แสนบาท) ทีนี้ก็เอาไปคิดเทียบต้นทุนสินค้าของผม เพื่อดูว่าผมขายของได้ กำไร 5 แสน ผมควรใช้งบ.โฆษณาลงช่องคุณเทาไหร่ สมมติว่างบโฆษณา 10% คิด 10% ของ 5 แสนเป็นเงิน 5 หมื่นบาท เท่ากับว่าช่อง ของคุณได้เงินค่าโฆษณาจากผมไป 5 หมื่นบาทต่อเดือน ก็ต้องถามว่า คุณมีค่าใช้ จ่ายเดือนละเท่าไหร่ สมมติอีกคิดง่ายๆว่าเดือนละ 1 ล้านบาท ก็เอา 1 ล้านตั้ง หารด้วย 5 หมื่นจากลูกค้าอย่างผม หารออกมาได้ 20 แปลว่าอะไร ? แปลว่า คุณต้องหาลูกค้าใจดีอย่างผมเดือนละ 20 ราย เพื่อคืนทุน แค่นั้นนะ ยังไม่มีกำไร นะ แค่เสมอตัว หรือ Break Even Point  นะ ถ้าคุณหาได้ 21 ราย ก็กำไร 5 หมื่น 22 ราย กำไร 1 แสน ซึ่งแน่นอนว่า คุณต้องเหนื่อยแน่ ไหนจะลงเงินค่าผลิตมากขึ้น ไหนค่าเครื่องมือมากขึ้น โมเดลนี้ ทำยากมากครับ ในปัจจุบัน..แม้แต่ ช่องของนายทุนใหญ่ก็ไม่ใช้ Model แบบนี้แล้ว ถ้าเช่นนั้นมี Business Model อื่นๆไหม

มี..ผมคิดว่า แนวคิด Social Enterprise หรือผู้ประกอบ การสังคม เป็นแนวคิดที่น่าจะเป็นไปได้ แนวคิดนี้คือ ทำในรูปองค์กรแสวงหากำไรแต่พอควร คือไม่มุ่งผลกำไรมากเท่ากับมุ่งเปลี่ยนแปลงสังคม คล้ายๆสหกรณ์ โดยอาจทำใน รูปบริษัทนี่แหละ แต่ระดมทุนจากคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน เท่าที่ทราบทีวีมุสลิมในบ้านเราส่วนหนึ่งก็ใช้โมเดลนี้ .. แต่การ ระดมทุนก็ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากธรรมชาติการลงทุน ในธุรกิจโทรทัศน์ ต้องใช้เงินมากตลอดเวลาที่ Run กิจการ ภาษาการเงินเรียกว่าเป็น Cash Business คือใช้เงินสดทุกวัน ถ้าถามความเห็นผม ผมคิดว่าอาจต้องผสมผสาน ร่วมกับ แนวคิดอื่นๆเข้าไปด้วย เช่น ต้องมีที่มาของแหล่งทุนจากหลายๆแหล่ง เช่นกองทุน ที่มาจากการบริจาค (Endowment), รายได้จากการขายหุ้นส่วน, รายได้จากการขายโฆษณาในรูปแบบต่างๆ, รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็น ขององค์กรเอง เช่น  ทีวีการศึกษา อาจเปิดสอนวิชาการ  เก็บค่าเรียนทางไกล เปิดสอนอาชีพ ฯลฯ

เป็นอะไรก็ได้ คุณจดเป็นกองทุนก็ได้ เป็นมูลนิธิก็ได้ สมมติกองทุนนี้ได้เงินบริจาคมาจากอาหรับ เหมือนแบบ มูลนิธิบางแห่ง ก็ทำแบบนี้นะคือได้กองทุนมาแล้วมาเปลี่ยนเป็นโรงเรียน เป็นสินทรัพย์ เช่น อพาร์ตเมนต์เก็บค่าเช่า  ต่อมาโรงเรียนเป็นแหล่งผลิตรายได้ให้กองทุนกลับอีกต่อหนึ่ง ฉะนั้นคุณอาจจะมีโรงเรียนก็ได้ คุณอาจจะผลิตอาหาร เสื้อผ้าขาย คุณอาจจะผลิตอุตสาหกรรม อาหารฮาลาล คุณอาจทำเทรดดิ้ง แต่เอารายได้มาบริหารสื่อ จะมีรายได้จาก โฆษณาบ้าง จากส่วนอื่นบ้าง ผมว่าถ้าแบบ นี้อินชาอัลลอฮฺ ถ้าเหนียตดีๆ ตั้งใจทำดีๆ มันมีโอกาสอยู่ได้สูง แต่ถ้าจะตั้ง สถานีโทรทัศน์ ที่ Consume ค่าใช้จ่ายเดือนละเป็นล้านอย่างนี้แล้ว มาหวังหารายได้จากค่าโฆษณาอย่างเดียว ผมยัง คิดว่าเหนื่อยและไม่เวิร์ก   อย่าลืมนะว่าไม่ได้มีแต่เราที่คิดอย่างนี้ เราคิดได้ ใครๆก็คิดได้ มันถึงได้เปิดกันเป็นร้อยช่องไงล่ะ ครับ สิ่งที่ท้าทาย อยู่ที่คุณจะทำรายการศาสนาจะเรียกคนมาดูให้มากพอจนเป็นที่สนใจของคน ซื้อโฆษณา คุณจะทำ รายการแบบไหน   อันนี้เป็นคำถามที่สำคัญเช่นกัน ผมไม่ได้บอกว่าเราทำไม่ได้นะ แต่บอกว่าอย่าลืมคิดนะ  ทำออฟเจก ทีฟ ให้มันต่าง ทำคาเรกเตอร์ให้มันต่าง มีวิธีเป็นตัวของเราให้มันต่าง ประเด็นก็คือว่าคุณจะสร้างอัตตลักษณ์ อย่างไร ให้ช่องของคุณ แต่ละช่อง..ต้องชัดไปเลยว่าจะขายอะไร? ขายตัวตน ขายดาราหน้ากล้อง ..ไม่ได้พูดเล่นนะ ผมเคยเห็น ช่องคริสเตียนของฝรั่งทั้งวันมีแต่เทศน์แต่เป็นการเทศแบบเดี่ยวไมโครโฟนโชว์ มีนักร้องในโบสถ์มาร้องสลับ ถึงเวลาเทศน์ นักเทศน์ก็ใส่ลีลาสุดเหวี่ยง ถามฝรั่งเขาบอกว่าอ้ายหมอนี่เทศน์แต่ละครั้งมีคนตามดูทางทีวีเป็นล้าน เพราะฝรั่งดูนักเทศน์ เหมือนดูดารา เดี๋ยวนี้พระภิกษุไทยก็มรเทศน์ในสไตล์ที่ดึงคนมาดูใส่มุกตลกขยขัน เหมือนดูพี่เบิร์ตธงชัย อะไรทำนองนั้น .. ไม่รู้ว่าบ้านเราจะมีใครติดใจอุลามาอฺ ได้ตรงไหน จะให้ทำเหมือนฝรั่งมัน คงไม่ได้่ แต่จะทำยังไง..?

ผมว่าหาเอกลักษณ์ให้ชัดถูกใจคนดู ต้อง “ขายได้”  ด้วยนะ แล้วคุณควรเลือกตัวตนที่เหมาะสม กับฝีมือของคุณ ตัวตนที่ถนัด มีอัตลักษณ์อิสลาม  คือ ต้องสลัดภาพความเป็นวิทยุให้ได้ ผมเห็นทีวีช่องของ อ.มุสตอฟา อยู่เป็นสุข ยังแอบ คิดเอาเองว่าทำไมไม่ทำเป็นช่องมุสลิมแฟมิลี่ไปเลย ก็ท่าน อ.มุสตอฟา ท่านมีแบรนด์ทางนี้ คนทั่วไปเชื่อถือท่านในภาพ นั้น พูดถึงแบรนด์หรือภาพลักษณ์นี่ ไม่ใช่ตัวเรากำหนดได้เองเท่านั้น  ต้องให้คนดู เห็นเราเป็นอย่างนั้นด้วยนะ  ทำไม อาจารย์ไม่ทำช่องทีวีเพื่อสตรีและครอบครัวไปเลย ตั้งแคมเปญไปเลยว่า ครอบครัวอิสลามต้องดูช่องนี้ “ดูละครน้ำเน่า เฉียดนรกดูช่องเราจูงมือกันเข้าสวรรค์ทั้งครอบครัว..” เป็นสโลแกนช่องนี้ไปเลย อันนี้สมมตินะผมไม่บังอาจไปชี้โน่นชี้นี่นะ ไม่ต้องคิดตามผมก็ได้ เอาที่คุณเก่ง ตั้งตามสิ่งที่คาดว่าคนจะสนใจ ถ้าผมเป็นโต๊ะครูเก่ง มีคนชอบมาถามปัญหาศาสนา ผมบ่อยๆนะ ผมจะทำทีวี Islamic Q&A ถ้ามีคนมาลองภูมิ (ซึ่งบ้านเราชอบทำกันนักหนาไม่รู้ว่ามันสร้างสรรค์ตรงไหน?) ผมก็จะหมุนสายตรงหา เช็คยูซูฟ ก็อดรฺฎอวีย์ (นักวิชาการระดับโลก) เลย หรือใครก็ได้ ที่ทรงภูมิกว่าผม แบบ Real Time ไปเลย บ้านเราเร็วกว่าอาหรับสองชั่วโมงเอง นี่สมมตินะ แต่น่าจะทำได้จริง อย่างนี้เป็นต้น บางช่องถ้ามีจุดเด่น เพราะคน เด่นเพราะ อ.กอไก่ อ.กอไก่ก็ต้องมาอยู่ตลอดเวลาเลยนะ อันนี้ถ้าแบรนด์เป็นคน  ทีวีมุสลิม แม้ไม่เน้นศาสนา แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัด ไปทำกีฬา ละคร ดนตรี ผู้หญิง มันไม่เหมาะสม จึงต้องสร้างความน่าเชื่อถือที่บุคคลไว้ก่อน

อีกอย่างที่มุสลิมควรไปให้ไกลกว่าทีวีอื่นๆ คือ ต้องไปให้ไกลกว่า เช่น คอนเซ็ปต์เรื่องการรับผิดชอบต่อสังคม เวลาคุณพูดถึงอิสลาม หมายถึงศาสนาที่รับผิดชอบต่อสังคม    รู้ไหมน้ำปลาที่คุณโฆษณาในรายการ แน่ใจไหมว่า จะไม่ หะรอม หรือ ผงชูรสล่ะมันดีกับร่างกายไหม สิ่งใดที่เป็นโทษกับร่างกายมันไม่ฮาลาลถูกไหม คุณขายปุ๋ย ขายสารเคมี ทิ้งสารพิษไว้ในแผ่นดิน คุณจะเอาไหม คุณทำให้คนบริโภคเกินความจำเป็น เข้าข่ายฟุ่มเฟือยหรือไม่  ตรงนี้เราต้องรับผิด ชอบด้วยนะ รายการอาหารก็น่าจะ ส่งเสริมเรื่องสุขอนามัย ให้กินดีถูกสุขลักษณะ ลดน้ำตาล ลดของมัน ดูเรื่อง แคลลอรี่ หรืออาจจะเป็นรายการ แนะนำ ให้อ่านหนังสือ ฯลฯ มันไม่ยากนะ ถ้าตั้งใจ ถามว่าคุณตั้งใจ หรือยังที่จะทำ ให้มันดี ไม่ใช่ได้เงินทำอะไรก็ได้ ทีวีมุสลิมจะยากกว่า ทีวีอื่นๆตรงนี้เหมือนกัน

มีอีกสองสามเรื่องที่ผมสงสัยแต่ไม่กล้าถาม  และไม่กล้าแนะนำ คือ อยากรู้ว่าถ้ามีสินค้าของคนที่ไม่ใช่ มุสลิมมา ซื้อโฆษณาจะขายหรือไม่ เช่นพวก ผู้ผลิตสินค้าอาหาร แล้วเกิดเขามีใครมาสนับสนุนช่องทีวีมุสลิม แล้วให้เงินโฆษณา เยอะๆจนเกรงใจ จะกลายเป็นการครอบงำโดยทุนหรือไม่ และเขาจะมีอิทธิพลในการนำเสนอ หรือเป็นการชี้นำเนื้อหา ไปในทางที่เขาต้องการหรือไม่  ผมว่าเรื่องแบบนี้บางทีต้องคิดเผื่อไว้เหมือนกัน ไม่แน่นะหากช่องไหนทำ แล้วมี พี่น้อง ชาวใต้ดูกันเยอะๆ แล้วกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งมาให้งบสนับสนุนแล้วสั่งให้ช่องเรา ซ้ายหันขวาหัน เราจะเอาเงิน หรือ ยอมให้เขาชี้นำ .. ไม่รู้ผมคิดมากไปหรือเปล่า อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่กล้าถามใคร คือสงสัยว่า ทำไมเราไม่เข้าหุ้นกัน หลายๆ องค์กรทำทีวีช่องเดียวลงขันกัน ไม่ต้องแบกภาระคนเดียว แล้วจัดสรรเวลาแบ่งกันไป เหมือนทำวิทยุ ที่สถานีเดียว มีตั้ง หลายองค์กรเข้าไปทำ ไม่ต้องรวมกันช่องเดียวก็ได้  องค์กรไหนมีแนวทาง มีนโยบาย หรือจุดยืน มี Positioning ไปในทาง เดียวกัน อาจสองสามองค์กรต่อ 1 ช่อง คนที่มีเงินลงขันน้อยก็มีเวลาน้อย รูปแบบนี้อาจมีองค์กร เข้าร่วมกัน ได้มากกว่า ที่เป็นอยู่ โดย อาจมีทีวีมุสลิมแค่ช่องสองช่องก็พอ ผมกลัวว่าถ้าต่างคนต่างทำ คนได้ประโยชน์ คือคนให้ เช่าช่องทีวี เกิดหาเงินกันไม่ได้ ล้มกันไปหมดก็อาจไม่เหลือเลยสักช่องก็ได้ ..นี่คือสิ่งที่ผมสงสัย แต่ไม่กล้าถามใครผมก็ขอดุอาอฺให้นะ ถ้าเจตนาดีขอให้อัลลอฮ์ทรงรักษา แต่บางครั้งที่พระองค์ไม่ให้อยู่นานอาจ เป็นเพราะเป็นการรักษา ก็ได้นะ อย่าอยู่นาน เพราะต้องเสียสตางค์เยอะ วัลลอฮุอะลัม นะครับ..

suwit-sasanapichit-03

หากคนที่ทำทีวีมุสลิมอยากมาขอความคิดเห็น ?

ความเห็นผมอาจไม่สลักสำคัญนัก เขาทำกันไปก่อนแล้ว แสดงว่าตัดสินใจกันมาดีแล้วนะ แต่ถ้ามีใครชวนไปตั้ง วงสัมมนากันว่า สื่อทีวีมุสลิมจะอยู่รอดได้ยังไง มีอะไรที่ต้องทำร่วมกันได้บ้างแบบนี้ยินดีเลย ผมแค่เสนอทางเลือกนะ แต่ คุณต้องเลือกเอง หวังเพียงให้มีประโยชน์กับศาสนาเป็นหลัก ผมก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมาจากไหน ไม่ได้รู้เยอะกว่าใคร แต่ผมพอจะช่วยตั้งคำถามให้คุณตอบให้ได้ เขาอาจลืมคิดบางเรื่องที่ผมอาจเตือนได้ ผมไปในจังหวะที่เขาเดินไปแล้ว ผมก็ไม่กล้าแนะนำอะไรหรอก ส่วนตัวงานอะไรที่ใหญ่ๆหรืออะไรที่เกินตัว เป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างระวัง ในโลกธุรกิจ มีมุมมืดที่คุณอาจไม่รู้จักเหมือนโจรมุมตึก คุณอาจเสียค่า(โง่)ผ่านประตูแพง ทำไมเราต้องเสียค่าผ่านประตูแพง ในโลกนี้ มีวิธีที่ไม่ต้องเสียค่า ผ่านประตูแพง ก็คือศึกษาให้ดีเสียก่อน แต่ถ้าตัดสินใจไปแล้วว่ายังไงก็ต้องทำให้ได้ ใครจะค้านยัง ก็ไม่ฟัง ความเห็นผมคงมีประโยชน์น้อย แบบนี้บอกก่อนเลยว่า ผมไม่ชอบเป็นฝ่ายค้าน ชวนไปฟังคงไม่กล้าเสียมารยาท แต่จะให้ช่วยคิดอ่าน คงลำบากเพราะตัดสินใจไปแล้ว ผมคิดว่าทุกคนควรรู้ว่าโอกาสทางธุรกิจไม่ได้เป็นของคุณคนเดียว จำไว้เลยว่า คุณคิดได้ ใครๆก็คิดได้ ถ้ามันดีจริงๆคงไม่มีที่ว่างให้คุณหรอก ต้องยอมรับว่าคุณต้องเหนื่อย ต้องหนักแน่นอน ไม่มีอะไรสบาย คุณต้องไปสร้างพื้นที่ให่ม่ สร้างการจดจำใหม่ สร้างแบรนด์ใหม่   คุณจำชื่อ มนุษย์อวกาศคนที่สองที่ไป เหยียบดวงจันทร์ได้ไหมล่ะ ไม่ได้..ใช่ไหม..ถ้าคุณอยากทำอะไรให้ผู้คนจดจำได้ คุณต้องไปทำสิ่งที่แตกต่าง หรือสิ่งที่ยัง ไม่มีใครทำ ถ้าคนไม่จำชื่อผู้ชายคนที่สองที่ไปเหยียบดวงจันทร์ ทำไมคุณไม่ลองส่งผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ดูบ้าง เผื่อคนจะจำชื่อได้ แต่เชื่อเถอะ พอคุณทำแล้วออกมาดี ไม่ช้าก็จะมีคนประเภท Me To แห่ไปทำตามคุณอยู่ดีแหละ ถ้าคุณต้องคิดกลยุทธ์ ให้มีคนดูช่องของคุณให้มากที่สุด ผมเสนอให้ลองใช้สูตร 4-R,  R-1 Reach แปลว่าเข้าถึง ทำยังไง ให้คนดูหาคุณให้เจอให้ได้ คุณต้องอย่าลืมโฆษณาช่องตัวเองว่ามันอยู่ตรงไหน ถ้าคนดูหาช่องคุณไม่เจอ สปอนเซอร์ ก็หาไม่เจอเหมือนกัน, R-2 Relation ทำยังไงก็ได้เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชม ให้มากกว่าแค่ในจอ ให้คนดูช่วยบอกกัน ปากต่อปาก(Word of Mouth) ยิ่งเป็น Talk of the Town ได้ยิ่งดี แต่ต้องเป็นในด้านบวกด้วยนะอย่าเอาด้านลบ, R-3 คือ Respone หาทางทำให้ผู้ชมตอบสนอง เช่น การ Feedback ให้ข้อเสนอแนะ หรือช่วยทำ Poll เป็นต้น และ R-4 ได้แก่ Reputation แปลว่า สร้างให้ช่องของคุณ มีชื่อเสียงเป็นที่ถูกพูดถึง ทำให้ดังว่างั้นเถอะ.. อาจทำเป็นรณรงค์ทางสังคม เช่น สมมติว่าช่องทีวีของคุณสามารถ มีส่วนสำคัญในการสร้างสันติสุขในภาคใต้ได้สำเร็จ หรือช่องคุณมีรายการตามหา คนที่หายไป แล้วคุณช่วยให้ญาติพี่น้องได้เจอกัน หรือช่วนกำลังลำบากให้พลิกฟื้นชีวิตเปลี่ยนไปได้ อะไรแบบนี้ ช่อง คุณดังแน่ เมื่อช่องดัง คุณก็เป็นที่รู้จัก ก็มีคนตามมาดูล้นหลามเอง

นอกจากนี้ผมอยากเสนอทางเลือกอื่นๆสำหรับคนที่จะทำทีวีแต่ไม่มีเงินมาก และมี Web TV. เป็น  base อยู่แล้ว ทำไมไม่ลองคิดทำทีวีบน 3G บ้างทำแอพฯไปใส่ใน Tablet หรือ Smart Phone และ IPTV ยังเป็นอีกช่องทาง ที่ดีที่ผมเสนอนะ อีกสักพัก 3G และ WiFi จะเป็นระบบมาตรฐาน โดยเฉพาะในเขตเมือง ช่องใหญ่ๆในโลก เขาทำแล้ว ทั้ง CNN BBC. NHK World, Aljazerah, ของไทยเห็นมี VoiceTV. กับ Sping News  คนที่มี Web TV. อยู่แล้ว แค่ดีไซน์แอพริเคชั่น ให้โหลดฟรี เพิ่มเข้าไปไม่ยากนัก ไม่มีทีวีมุสลิมช่องไหนสนใจบ้างหรือ ทีวีในอนาคตอาจเป็น Mobile TV. ดู ที่ไหนก็ได้ หรือ Any time Any Where ระบบ 3G และ WiFi ดูในรถยนตร์ได้สบายๆ  บนอุปกรณ์ พกพาต่างๆ นี่ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่ง พฤติกรรม คนรุ่นใหม่พวก Generation Y (อายุ 15-29 ปี) มีแนวโน้ม ที่จะดูทีวีน้อยลง สถิติพบ ว่าคนอายุต่ำกว่า 29 ปี ดูทีวีเฉลี่ยวัน ละไม่ถึง 2 ชั่วโมง และคนอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ดูทีวีเลย มากถึง 60% ผมว่าอีกสัก 50 ปีก็ไม่มีคนดูทีวีแล้ว ผมถามใคร ก็ไม่มีใครกล้าบอกว่า อนาคตทีวีในบ้านเรา จะเป็นอย่างไร ทั้งคนบริโภค และคนผลิต อ่านในแผนแม่บท กสทช. แล้วยังนึก ภาพไม่ออก กสทช. เขียนวิสัยทัศน์ไว้ ว่าทีวีในประเทศไทยทั้งระบบ ต้องเป็น โทรทัศน์ดิจิตัล ซึ่งน่าจะหมายถึง ระบบ โทรทัศน์ภาคพื้นดิน หรือ DTTB ย่อมาจาก Digital Terrestrial Television Broadcasting ซึ่งต้องใช้คลื่นความถี่ UHF 1 ความถี่ ส่งไปได้หลายช่อง และมีแนวโน้ม จะเป็นมาตรฐาน High Deffinition หรือ HDTV.  หาก กสทช. สนับสนุน ให้ทั้งประเทศใช้ระบบ DTTB แปลว่า ประชาชน จะต้องเปลี่ยน เครื่องรับมาเป็นระบบดิจิตัล หรือรับผ่านจานรับสัญญาณ Ku Band หรือ C-Band แต่ต้องใช้กล่อง Set top Box โทรทัศน์ ภาคพื้นดินอาจถูกกระตุ้นให้เติบโตอย่างรวดเร็วกว่า Sattellit TV. แบบที่เรากำลังพูดกันอยู่นี่ก็ได้ บรรดานายทุนใหญ่ ฟรีทีวี ก็ดูเหมือนพร้อมที่จะไปทางดิจิตัลทีวีแบบภาคพื้นดิน.. อีกไม่นานทุกช่องจะเป็น HDTV. กันหมด ถึงตอนนั้น ก็พูด กันเล่นๆว่าเป็นยุคทีวีล้านช่อง อย่าว่าแต่จะหาคนดูสัก หมื่นสองหมื่นคนเลย..แค่หาช่องให้เจอ ก็กด รีโมท เมื่อยนิ้วแย่แล้ว ……..

 

ผู้ที่สนใจอยากทำความเข้าใจว่าระบบ Digital Terrestrial TV. คืออะไร ลองไปโหลดคำอธิบายที่ website ข้างล่าง เป็นข้อมูลที่กระทรวงสื่อสารญี่ปุ่นชี้แจงทำความเข้าใจชาวญี่ปุ่น ในการเปลี่ยนระบบใหม่ โดยประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนจาก analog TV. ไปเป็น Digital TV. เมื่อ 24 ก.ค. 2554 ที่ผ่านมา

http://www.soumu.go.jp/main_sosiki/joho_tsusin/dtv/pdf/chideji_hayawakari04_en.pdf

 

ตีพิมพ์ใน Halal Life Magazine ฉบับที่ 10
มีนาคม 2555

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *