fbpx

เชคมุฮัมมัด อับดุลลอฮฺ อัล-อะอฺเซาะมีย์ จากมุสลิมใหม่สู่คณบดีคณะหะดีษ ม.อิสลามมะดีนะฮฺ

คงไม่มีใครคาดคิดว่ามุสลิมใหม่ที่เปลี่ยนศาสนามาจากพราหมณ์ฮินดู วันหนึ่งจะกลายเป็นคณบดี คณะหะดีษ มหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมะดีนะฮฺ และเป็นผู้รวบรวมหะดีษเศาะฮีหฺทั้งหมดไว้เป็นตำราแก่คนรุ่นหลัง

เชค มุฮัมมัด อับดุลลอฮฺ อัล-อะอฺเซาะมีย์* เป็นชาวอินเดีย เกิดในครอบครัวพราหมณ์ฮินดูที่เคร่งครัด จุดเริ่มต้นที่ทำให้ท่านสนใจอิสลามคือปี ค.ศ.1950 ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยที่อินเดีย ท่านมีรูมเมทเป็นมุสลิม ตัวท่านเองต้องการจะขจัดความเกลียดชังระหว่างศาสนาจึงคิดเผยแผ่ศาสนาให้รูมเมทมุสลิมเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกับตน ทำให้ท่านต้องเริ่มจากการศึกษาอัลกุรอานและชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

ท่านสนใจเรื่องราวชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัดมาก จึงถามรูมเมทว่าจะอ่านเรื่องราวของท่านนบีมากกว่านี้ได้จากที่ไหน และได้รับคำตอบว่า “หนังสือหะดีษ” ท่านถามรูมเมทกลับว่า “หะดีษคืออะไร” รูมเมทตอบว่า “คำพูด การกระทำ และการยอมรับของท่านนบีมุฮัมมัด” แต่ท่านก็ต้องพบกับอุปสรรคคือหนังสือที่ท่านต้องการศึกษานั้นเป็น “ภาษาอาหรับ” ท่านถามรูมเมทว่าควรทำอย่างไร รูมเมทแนะนำว่า “ท่านต้องไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเพื่อเรียนรู้ภาษาอาหรับ” และแล้วความใฝ่รู้ของท่านก็นำท่านเข้าสู่ร่มเงาของอิสลามในวัย 18 ปี

ต้นปี ค.ศ.1960 ท่านได้ยินว่ามีมหาวิทยาลัยอิสลามเปิดที่มะดีนะฮฺ ท่านจึงสมัครเข้าเรียนเพื่อจะได้เรียนภาษาอาหรับและศึกษาหะดีษได้ ท่านสมัครในนามของมุสลิมใหม่และได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย ท่านเป็นมุสลิมใหม่ชาวฮินดูคนแรกที่มหาวิทยาลัยตอบรับ ท่านเข้าเรียนและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากที่นี่

ท่านได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอิสลามที่เก่าแก่ที่สุดนั่นก็คืออัล-อัซฮัร ในอียิปต์ ท่านจึงเดินทางไปศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก

ขณะนั้นท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทางมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมะดีนะฮฺได้เชิญท่านกลับมาเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัย ท่านเองก็มีความปรารถนาที่จะเป็นพลเมืองของซาอุดิอาระเบียจึงร่างจดหมายไปยังกษัตริย์ ในที่สุดท่านก็ได้รับการตอบรับและได้สัญชาติซาอุดิอาระเบีย

ช่วงปี ค.ศ.1973-1974 มหาวิทยาลัยเปิดคณะหะดีษ ท่านเข้ามาเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่คณะ หลังจากนั้น 20 ปี ท่านก็ได้ดำรงตำแหน่งคณบดี

ช่วงที่ท่านจะเกษียณ มีคนถามท่านว่าจะทำอะไรต่อไป ท่านตอบว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่าน ผมมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ในใจ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ตอนนี้ผมมีเวลาแล้ว ผมต้องการรวบรวมหะดีษเซาะฮีหฺทั้งหมดไว้ด้วยกัน” ท่านถูกถามต่ออีกว่า “หะดีษทั้งหมดหรือ” ท่านตอบว่า “ใช่ หะดีษทั้งหมด! ผมจะทำตราบที่อัลลอฮฺให้ผมยังมีชีวิต”

ท่านใช้เวลา 15 ปี ใช้หนังสือมากกว่า 200 เล่ม รวบรวมหะดีษเศาะฮีหฺสำเร็จเป็นหนังสือ “อัล ญามิอฺ อัล กามิล ฟีย์ อัล หะดีษ อัศเศาะฮีหฺ อัล ชามิล” เป็นจำนวน 22 เล่ม มีหะดีษกว่า 16,000 หะดีษ

นี่เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ไม่คาดคิด จากชาวฮินดูที่เติบโตในครอบครัวที่เคร่งครัดศาสนา ความเมตตาของอัลลอฮฺนั้นมากมาย พระองค์ทรงเลือกให้ท่านเป็นมุสลิมและได้ทำหน้าที่อันมีเกียรติสร้างคุณประโยชน์ให้แก่โลกอิสลาม และยังเป็นแรงบันดาลใจของนักวิชาการในโลกมุสลิมอีกหลายท่าน

เชคยาซิร กอฎีย์ นักวิชาการอิสลามคนสำคัญของอเมริกากล่าวว่า “ดร.อะอฺเซาะมีย์ เป็นครูของผม เป็นแรงบันดาลใจให้ผม ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นลูกศิษย์ของท่าน ขออัลลอฮฺทรงให้ท่านได้อยู่ในสวรรค์ญันนะฮฺด้วยเถิด”

…….

ชื่อที่ค้นเจอในภาษาอังกฤษ Sheikh Muhammad Zia Ar-Rahman Al-A`azami

* ท่านเปลี่ยนชื่อจาก มุฮัมมัด ฎิยาอุรฺ เราะห์มาน เป็น มุฮัมมัด อับดุลลอฮฺ เพราะฎิยาอุรฺเราะห์มาน ความหมายคือ รัศมีของอัลลอฮฺ มันจะออกเชิงตัซกียะฮฺเกินไป ท่านเลยเปลี่ยนเป็น อับดุลลอฮฺ แทน

เรียบเรียงโดย :  Ummah Islam

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life สื่อออนไลน์ที่นำเสนอแนวคิด และองค์ความรู้ที่ฮาลาล ผ่านเรื่องราว ผ่านมุมมอง และผ่านประสบการณ์ของหลากหลายผู้คน เพื่อเชื่อมโยงผู้คนที่ใช้ชีวิตในแบบฮาลาลเข้าไว้ด้วยกัน