หากใครเชิญผมไปพูดเรื่อง สัมพันธ์ชายหญิง ผมมักจะเริ่มด้วยการเล่าหะดีษในบันทึกของอิหม่ามอะหฺมัด ซึ่งเป็นฉากสนทนาระหว่างเด็กหนุ่มคนหนึ่งกับท่านนบีฯ ของเรา

เริ่มต้นที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาหาท่านนบีฯ และตั้งคำถามขึ้นว่า “โอ้เราะซูลของอัลลอฮฺ อนุญาตให้ฉันทำซินา(ผิดประเวณี)เถิด” ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นได้หันกลับมามองเขา ไล่เขา และได้ส่งเสียงว่า “มะฮฺ มะฮฺ”(เป็นการแสดงความไม่พอใจ) แต่ท่านนบีฯ กลับชวนเขามาสนทนาด้วย โดยท่านกล่าวเชื้อเชิญอย่างนุ่มนวลว่า “เข้ามาใกล้ ๆ ซิ” เมื่อเขาเข้ามาใกล้ ๆ ท่านได้บอกกับเขาว่า “นั่งลงซิ”

ท่านนบีฯ ได้ชวนเด็กหนุ่มคนนั้นมานั่งคุยปรับทัศคติและมุมมองที่เขามีต่อผู้หญิง ด้วยบทสนทนาง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย โดยท่านนบีฯ เริ่มถามเด็กหนุ่มคนนี้ว่า “เจ้าพอใจจะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับมารดาของเจ้าหรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่ ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ขอพระองค์ได้ให้ฉันเป็นสิ่งพลีแก่ท่าน(เป็นสำนวนสาบาน)” ท่านนบีฯ ได้กล่าวว่า “ผู้คนก็ย่อมไม่ชอบที่จะเกิดเรื่องนี้กับมารดาของพวกเขาเช่นเดียวกัน”

ท่านนบีฯ ได้ถามต่อว่า “เจ้ารักที่จะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับลูกสาวของเจ้าหรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่ ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ โอ้เราะซูลของอัลลอฮฺ ขอพระองค์ได้ให้ฉันเป็นสิ่งพลีแก่ท่าน” ท่านนบีฯ ได้กล่าวว่า “ผู้คนก็ย่อมไม่ชอบที่จะให้เกิดเรื่องนี้กับบุตรสาวของพวกเขาเช่นเดียวกัน”

ท่านนบีฯ ได้ถามต่อไปอีกว่า “เจ้าพอใจจะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับพี่สาวหรือน้องสาวของเจ้าหรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่ ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ขอพระองค์ได้ให้ฉันเป็นสิ่งพลีแก่ท่าน” ท่านนบีฯ ได้กล่าวว่า “ผู้คนก็ย่อมไม่ชอบที่จะให้เกิดเรื่องนี้กับพี่สาวหรือน้องสาวของพวกเขาเช่นเดียวกัน”

ท่านนบีได้ถามต่อไปว่า “เจ้าพอใจจะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับพี่สาวหรือน้องสาวของพ่อของเจ้าหรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่ ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ขอพระองค์ได้ให้ฉันเป็นสิ่งพลีแก่ท่าน” ท่านนบีฯ ได้กล่าวว่า “ผู้คนก็ย่อมไม่ชอบที่จะเกิดเรื่องนี้พี่สาวหรือน้องสาวของพ่อของพวกเขาเช่นเดียวกัน”

ท่านนบีฯ ได้ถามต่อไปว่า “เจ้าพอใจจะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับพี่สาวหรือน้องสาวของแม่ของเจ้าหรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่ ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ขอพระองค์ได้ให้ฉันเป็นสิ่งพลีแก่ท่าน” ท่านนบีฯ ได้กล่าวว่า “ผู้คนก็ย่อมไม่ชอบที่จะเกิดเรื่องนี้พี่สาวหรือน้องสาวของแม่ของพวกเขาเช่นเดียวกัน”

ผมอ่านฮะดีษนี้แล้วชอบใจมากที่ท่านนบีฯ ไล่ญาติผู้หญิงให้เด็กหนุ่มคนนี้ฟังจนแทบจะหมดบ้าน และก็ต้องหัวเราะที่เด็กหนุ่มคนนั้นปฏิเสธอย่างเด็ดขาดในทุกคำถาม และท่านนบีฯ ได้เน้นว่า คนอื่น ๆ ก็รู้สึก “เช่นเดียวกัน” กับท่านนั่นแหละ

ความจริง ความรู้สึกแบบนี้เป็นเรื่องปกติในสำนึกของคน เหมือนเราไม่พอใจมาก ๆ ที่ใครมาแซวน้องสาวเรา หรือจ้องมองน้องสาวเราด้วยสายตาที่ชั่วร้าย หรือไม่ให้เกียรติน้องสาวเรา แต่เราดันไปแซวน้องสาวคนอื่นได้ … แย่มาก

สิ่งที่ท่านนบีฯ ยื่นคำถามหลายข้อ ก็เพื่อปรับทัศนคติและมุมมองต่อผู้หญิงให้เรา ท่านนบีฯ เคยบอกอีกว่า “…อินนะมัน นิสาอุ ชะกออิกุร ริญาลิ… – … อันสตรีนั้นเป็นพี่น้องของบุรุษ…” (รายงานโดยอบู ดาวูด จัดว่าเป็นฮะดีษเศาะฮีฮฺ โดยเชค อัล-อัลบานียฺ) เราต้องคิดและมองมุสลิมะฮฺให้เป็นพี่สาวหรือน้องสาวของเรา และผู้หญิงก็คิดและมองมุสลิมีนให้เป็นพี่ชายของเรา แม้ว่าชะรีอะฮฺจะไม่อนุญาติให้เราปฏิบัติเป็นเหมือนพี่ชายน้องชายแท้ ๆ ก็ตาม(อย่าเอาแนวคิดนี้มาอ้างเพื่อละเมิดชะรีอะฮฺโดยเด็ดขาด)

แล้วจริง ๆ การที่ผู้ชายจะได้มุสลิมะฮฺมาเป็นภรรยานั้น ก็มีได้ไม่เกินสี่คน(ขอแสดงความเสียใจนิดหนึ่งว่า ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่ก็มีได้แค่คนเดียว ที่เหลืออีก 3 ได้แค่ตั้งเหนียตไว้ จนตายไปพร้อมกับเหนียตเลยก็มี) พูดง่าย ๆ ว่ามุสลิมะฮฺที่เหลือเป็นร้อยล้าน ก็กลายมาเป็นญาติเราหมด ไม่เป็นพี่สาวก็เป็นน้องสาว ไม่เป็นลูกสาวก็เป็นหลานสาว ไม่เป็นป้าก็เป็นน้า ไม่เป็นย่าก็เป็นยายเราแหละ … เราไม่มีสิทธิคิดเป็นอื่นได้เลย

ผมอยากจะเห็นการรณรงค์มุมมองเช่นนี้ให้แก่ชายหญิง เพราะทัศนคติเช่นนี้นำไปสู่การแก้ปัญหาการปะปน การเป็นแฟนกัน การผิดประเวณี … แต่ที่ผมเป็นห่วงในทุกวันนี้ก็คือ เรากำลังไปสร้างมุมมองชายหญิงที่มีปัญหามาก คือทำให้ผู้ชายและผู้หญิงกลายมาเป็น “ศัตรู” ระหว่างกันและกัน ผู้ชายมองผู้หญิงเป็นสิ่งที่ทำให้อีหม่านตกต่ำ ผู้หญิงก็มองผู้ชายว่ามาสร้างฟิตนะฮฺ ..

ใช่ครับ … มีหลักฐานบางชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงเป็นสิ่งทดสอบ(ฟิตนะฮฺ)ผู้ชาย แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องมาเป็นศัตรูหรือฝ่ายตรงข้ามกัน เพราะสิ่งทดสอบก็มีหลายอย่าง เช่น ทรัพย์สิน และลูก ๆ แต่สิ่งเหล่านี้ในตัวมันเองไม่ได้เลวร้ายหรือเราต้องเป็นศัตรูกัน เหมือนกรณีผู้หญิงหรือกรณีผู้ชายนั่นแหละ ตรงข้ามมันหมายถึงเราจะจัดการกับมันอย่างไร? ทำอย่างไรที่ทำให้มันก่อเกิดความดีได้ต่างหาก …

ความสัมพันธ์ระหว่งชายหญิง ที่เราจำเป็นต้องย้ำ คือสิ่งที่อัล-กุรอานได้กำหนดไว้ให้เป็น “ … บะอฺฎุ ฮุม เอาลิยาอุ บะอฺฏิน … – … ต่างเป็นผู้เกื้อหนุนส่งเสริมระหว่างกันและกัน…” (อัลกุรอาน 9:71) การเป็น “เอาลิยาอ์” คือการมาช่วยเหลือสนับสนุนส่งเสริมกันในเรื่องของการต่อสู้เพื่อให้อุดมการณ์อิสลามสูงส่งบนหน้าแผ่นดิน …

หญิงชายจึงมิใช่ศัตรูกัน แต่เป็นพันธมิตรกัน เป็นพี่ชาย-น้องสาว เพื่อร่วมฟื้นฟูอิสลามด้วยกัน

โดย : อัล อัค

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปิดโหมดสีเทา