fbpx

ปากคำเหยื่อทางเพศชาวโรฮิงญา เมื่อการข่มขืนกลายเป็นปฏิบัติการทางทหาร

ปากคำเหยื่อทางเพศโรฮิงญา ฝันร้ายที่เธอไม่เคยลืม กับความหวังที่อยู่หลังม่านหมอกแห่งความเศร้า เอพีเผยเรื่องราวสุดช็อก การข่มขืนถูกใช้เพื่อสร้างความหวาดกลัวในปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

 

ฝันร้ายของนาง F
มิถุนายน ทางตะวันออกของรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา

สามีภรรยาโรฮิงญาคู่หนึ่งที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียงเดือนเดียว กำลังนอนหลับอยู่ในบ้านของตัวเองก่อนจะมีทหาร 7 นายบุกเข้ามา นาง F ผู้เป็นภรรยารู้ทันทีว่าความโหดร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับพวกเขา เพราะที่ผ่านมาเธอทราบข่าวมาตลอดว่ากองทัพเมียนมากำลังกวาดล้างหมู่บ้านโรฮิงญา หนึ่งวันก่อนหน้านั้นพ่อแม่ของเธอโดนฆ่าและพี่ชายได้หายตัวไป และตอนนี้พวกนั้นกำลังบุกเข้ามาหาเธอ พวกเขาจับตัวสามีเธอมัดไว้กับเชือก และดึงฮิญาบของเธอไปปิดปากสามี ทหารพวกนั้นยังถอนเครื่องประดับของเธอ และฉีกเสื้อของเธอโยนลงบนพื้น หลังจากนั้นพวกเขาก็ลงมือข่มขืนเธอต่อหน้าสามี

นี่คือเรื่องราวจากคำบอกเล่าของ นาง F หญิงชาวโรฮิงญาอายุ 22 ปี หนึ่งในเหยื่อทางเพศที่ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเอพี (The Associated Press-AP ) โดยรายงานชิ้นนี้ เป็นผลงานจากการสอบปากคำหลังเหตุการณ์ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ทางรัฐบาลและกองทัพเมียนมาอ้างว่า เกิดจากการเข้าโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาก่อน จากนั้นปฏิบัติการทางทหารจึงเริ่มต้นขึ้น ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ผู้อพยพกลุ่มใหญ่จำนวนล้านคน เรียกได้ว่าจำนวนผู้อพยพชาวโรฮิงญานั้นทะลุประวัติการณ์ของโลกในรอบปี

การสัมภาษณ์ปากคำของเหยื่อทางเพศ 29 คน ที่เอพีรายงาน พวกเธอทั้งหมดยินดีที่ให้ชื่อจริงของพวกเธอ แต่ในการเผยแพร่ครั้งนี้ได้ใช้เฉพาะตัวอักษรแรกเท่านั้น เพื่อปกป้องชื่อจริงและนามสกุลที่อาจส่งผลต่อครอบครัวและเครือญาติในอนาคตได้

กลับมาที่เรื่องราวของนาง F เธอเล่าว่าตอนนั้นเธอพยายามสุดแรงที่จะป้องกันตัวเอง แต่ชายอีก 4 คน จับแขนและขาเอาไว้ พร้อมกับทุบตีเธอ ขณะเดียวกันสามีของเธอพยายามดิ้นจนผ้าที่มัดปากหลุด เขาพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ทันใดนั้นเอง ทหารนายหนึ่งก็ยิงสามีของเธอเข้าที่หน้าอก และอีกนายก็ตัดคอเขาอีกที

เธออธิบายความรู้สึกตอนนั้นว่า แทบเป็นบ้ากับสิ่งที่เกิดตรงหน้า ทำอะไรไม่ถูกและงุนงงไปกับเหตุการณ์

เธอเล่าต่อไปว่า หลังจากพวกทหารข่มขืนเธอเสร็จ พวกเขาลากร่างของเธอออกไปด้านนอกและทิ้งไว้ที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งไฟกำลังไหม้อยู่ โชคดีที่เธอยังรอดชีวิตจากฝันร้ายคืนนั้น

หลังผ่านเหตุการณ์ที่อยากจะลืมนั้นมาสองเดือน เธอรับรู้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ ตอนนี้เธอกำลังตั้งท้อง

กว่าสามเดือนหลังเหตุการณ์บุกบ้านของนาง F  เธอใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนบ้านที่มีลูกห้าคน สิ่งที่เธอเฝ้าครุ่นคิดมาตลอดคือเด็กที่อยู่ในท้องนี้เป็นลูกของใคร ความเจ็บปวดที่อยู่ในใจเรื่อยมา เธอเฝ้าภาวนาขออย่าให้มีอะไรที่ร้ายแรงไปกว่านี้อีกเลย แต่แล้วเหมือนคำภาวนาเธอจะช้าไป

กลางเดือนกันยายน ชาย 5 คนบุกเข้ามาในบ้านที่เธอมาขออาศัย พวกเขาเริ่มตัดคอเด็กๆ ทั้ง 5 คน และฆ่าผู้เป็นพ่อทิ้ง แล้วทำการข่มขืนภรรยาเจ้าของบ้าน รวมทั้งเธอด้วย

เธอเล่าว่า ตอนนั้นพวกเขาจับเธอและเพื่อนเธอนอนลงกับพื้น ฉีกเสื้อผ้าทิ้ง เธอพยายามสู้สุดชีวิต แต่คนพวกนั้นก็ตบตีเธอจนช้ำ ผิวหนังบางส่วนเริ่มหลุด ระหว่างนั้นเองที่เธอรู้สึกว่า ร่างกายเธอเหมือนกำลังล่องลอย เบาหวิว รู้สึกเหมือนมีเลือดไหลออกมาจากระหว่างขาทั้งสองหลังจากผู้ชายคนแรกลงมือข่มขืนเธอ หลังจากนั้นคนที่สองและสามก็หันไปจัดการเพื่อนเธออย่างอำมหิต หลังจากฝันร้ายคืนนั้นที่เธอเฝ้าภาวนาว่าขออย่าให้เกิด เธอนอนสลบเหมือนคนตายเป็นเวลาหนึ่งวัน

สุดท้าย นางF ก็รวบรวมแรงสุดท้ายลุกขึ้นยืน ดึงเพื่อนเธออีกคนขึ้นมา ออกเดินไปยังหมู่บ้านข้างๆ และอีก 10 วันต่อมา พวกเธอก็หนีตายข้ามไปยังฝั่งบังคลาเทศ

ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพชาวโรฮิงญาในเพิงไม้ไผ่ เธอภาวนาขอให้เด็กในท้องของเธอเป็นผู้ชาย เพราะเหตุผลเดียวคือ “โลกนี้ไม่มีพื้นที่ให้กับผู้หญิง”  เธอบอกว่า ตอนนี้เธอไม่มีใครเหลือแล้ว ความหวังเดียวของเธอคือเด็กน้อยคนนี้

“ถ้าไม่มีเขา ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปอย่างไร” นาง F กล่าวทั้งน้ำตา

 นางF กับลูกน้อยในท้องของเธอ: ภาพ AP

รุมข่มขืน ความรุนแรงทางเพศ ปฏิบัติการไร้มนุษยธรรมของทหารเมียนมา

เอพีระบุว่า รูปแบบการข่มขืนชาวโรฮิงญาโดยกองกำลังทหารเมียนมาที่ถูกนำมาใช้นั้นเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางทหาร เรื่องราวชวนน่าหดหู่นี้ถูกขนานว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อสร้างความหวาดกลัว “calculated tool of terror” มีเป้าหมายเพื่อกำจัดชาวโรฮิงญา

ตามข้อมูลการสืบสวนครั้งนี้ระบุว่า อายุของผู้ให้สัมภาษณ์มีตั้งแต่ 13 ปี ถึง 35 ปี ที่มาจากหมู่บ้านต่างๆ ในรัฐยะไข่ โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเดือนตุลาคม ปี 2016 และกลางเดือนกันยายนปีนี้ ขณะที่ทางกองทัพเมียนมาไม่ได้มีการออกมาชี้แจงใดๆ กับทาง AP สำหรับประเด็นการข่มขืนของกองทัพ แต่ในรายงานการสอบสวนฉบับของกองทัพเมียนมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ไม่มีการระบุถึงกรณีการใช้กำลังข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศอยู่เลย

ในช่วงที่ทางการเมียนมาจัดทริปพานักข่าวลงพื้นที่รัฐยะไข่ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีการข่มขืนหญิงชาวโรฮิงญา นาย Phone Tint รัฐมนตรีต่างประเทศได้ตอบว่า หญิงพวกนี้ที่อ้างว่าตัวเองโดนข่มขืนนั้น ลองดูรูปร่างหน้าตาของพวกเขาสิน่าข่มขืนตรงไหน

ประโยคนี้สะท้อนอะไรภายใต้สถานการณ์แบบนี้?

ขณะที่แพทย์และองค์กรที่ช่วยเหลือด้านการแพทย์ เปิดเผยว่า พวกเขาต่างตกใจต่อจำนวนของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อข่มขืน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่กล้าออกมาพูดเรื่องนี้ อาสาสมัครขององค์กรหมอไร้พรมแดน หรือ Doctors Without Borders (MSF) เผยว่า ได้ให้การรักษาเหยื่อทางเพศจำนวน 113 คนตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่เกิดเหตุการณ์ และในจำนวนนั้นมี 3 คนที่เป็นเยาวชนต่ำกว่า 18  ปี อายุต่ำสุดคือเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ

ผู้หญิงแต่ละคนที่ให้สัมภาษณ์กับทาง AP อธิบายถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองประสบมา ระบุถึงการถูกกลุ่มผู้ชายเข้ามารุมทำร้าย พร้อมกันนั้นยังมีความใช้รุนแรงด้านอื่นๆ ตามมาด้วย นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า คนที่มาข่มขืนนั้นแต่งกายคล้ายชุดทหาร ส่วนมากเป็นสีเขียวเข้มและลายพราง

มีเหยื่อคนหนึ่งที่เล่าต่างไปจากคนอื่น เธอระบุว่า คนที่เข้ามาทำข่มขืนเธอนั้นแต่งกายปกติ ซึ่งเพื่อนบ้านเธอจำได้ว่าเป็นคนจากฝ่ายทหารในพื้นที่ ในส่วนรายะเอียดของเครื่องแต่งกายที่ถูกระบุนั้น เหยื่อหลายคนต่างเล่าว่า บนเสื้อผ้าจะประดับไปด้วยเข็มกลัดรูปดาว หรือบางคนเป็นลูกศร เข็มกลัดที่ติดบนเสื้อบ่งบอกถึงหน่วยต่างๆ ของทหารเมียนมา

ลักษณะการใช้กำลังความรุนแรงทางเพศนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรในปฏิบัติการทางทหารของเมียนมา ซึ่งก่อนหน้าที่ อองซาน ซูจี จะได้ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นรัฐบาลพลเรือนครั้งแรกนับตั้งแต่ตกอยู่ภายใต้ระบบทหารมายาวนาน นางซูจีเคยกล่าวถึงกรณีการใช้ความรุนแรงทางเพศว่า ทหารเมียนมาใช้การข่มขืนเป็นอาวุธเพื่อข่มขู่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ แต่เมื่อเธอขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองในฐานะที่ปรึกษาแห่งรัฐ ไม่ใช่เพียงไม่พูดถึงสิ่งเกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา แต่เรื่องการข่มขืนเหล่านี้กลับเงียบหายอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ย้อนไปในเดือนธันวาคม ปี 2016 รัฐบาลเมียนมาเคยออกมาโต้กลับหลังมีการเผยแพร่รายงานการข่มขืนหญิงชาวโรฮิงญาว่า รายงานนั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

 

เรียบเรียงจาก : AP: Rohingya methodically raped by Myanmar’s armed forces
โดย : วาริช หนูช่วย ผู้สื่อข่าวและช่างภาพอิสระ

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life สื่อออนไลน์ที่นำเสนอแนวคิด และองค์ความรู้ที่ฮาลาล ผ่านเรื่องราว ผ่านมุมมอง และผ่านประสบการณ์ของหลากหลายผู้คน เพื่อเชื่อมโยงผู้คนที่ใช้ชีวิตในแบบฮาลาลเข้าไว้ด้วยกัน