ประมาณ 1,400 กว่าปีที่แล้ว ชาวอาหรับเป็นชนชาติที่ล้าหลัง หากเปรียบกับอาณาจักรโรมันไบแซนตินและอาณาจักรเปอร์เซีย สองมหาอำนาจที่เป็นคู่แข่งกันในเวลานั้น แต่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมของชาวอาหรับในยุคนั้นไม่น้อยหน้าไปกว่าความเสื่อมทางศีลธรรมของสังคมโลกในปัจจุบัน จะต่างกันก็ตรงที่ในยุคนั้นชาวอาหรับมีคนรู้หนังสือเพียงหยิบมือเดียว ในขณะที่ในยุคปัจจุบัน มนุษย์สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างถ้วนทั่วทุกตัวคน

เมื่อนบีมุฮัมมัดได้รับคำบัญชาของพระเจ้าครั้งแรกจากทูตสวรรค์บนภูเขานอกเมืองมักก๊ะฮฺว่า “จงอ่าน” นบีมุฮัมมัดยังงุนงงสงสัยว่า พระองค์จะให้อะไร เพราะท่านอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้

แต่ที่สำคัญคือในเวลานั้นสังคมอาหรับไม่มีอะไรให้ท่านอ่าน ทูตสวรรค์ผู้นำคำบัญชาจากพระเจ้ามายังท่านจึงกล่าวต่อว่า

จงอ่าน ด้วยพระนามของพระผู้อภิบาลของสูเจ้าผู้ทรงสร้าง ทรงสร้างมนุษย์จากก้อนเลือด ผู้ทรงสอนมนุษย์ด้วยปากกา ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้”

ข้อความดังกล่าวคือคำบัญชาแรกของคัมภีร์กุรอาน

แม้จะอ่านหนังสือไม่ได้และไม่มีอะไรให้อ่าน แต่ท่านก็สามารถอ่านสัญญาณอันมหัศจรรย์ของพระเจ้าที่ประจักษ์ต่อสายตาท่านได้ นั่นคือ ตัวตนของมนุษย์ ซึ่งท่านอ่านทะลุไปถึงจิตวิญญาณอันเป็นแก่นแท้ของชีวิต อ่านเพื่อที่จะเข้าใจและแก้ไขปรับปรุงมนุษย์ในสังคมของท่าน

ในที่สุดท่านก็สรุปได้ว่า ในตัวของมนุษย์ทุกคนมีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง ถ้าก้อนเนื้อนั้นดี ทุกสิ่งทุกอย่างทางภายนอกก็จะดีด้วย ก้อนเนื้อนั้นคือหัวใจ”

นบีมุฮัมมัดเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงสังคมอาหรับอันป่าเถื่อนในเวลานั้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงจากตัวตนของมนุษย์ ในขณะที่เวลานั้นสังคมอาหรับยังไม่มีธรรมนูญสูงสุด (คัมภีร์กุรอาน) เต็มรูปแบบ แต่ท่านเริ่มปฏิรูปจิตใจคนให้ยอมรับและศรัทธาในอธิปไตยของพระเจ้าที่แท้จริง ไม่ใช่พระเจ้าจอมปลอมที่มนุษย์สร้างขึ้นมาจากหินหรือดิน ทั้งนี้เพื่อที่จะเตรียมจิตใจและสติปัญญาของมนุษย์ให้พร้อมที่จะรับอธิปไตยของพระเจ้าที่ค่อยทยอยประทานมาในรูปของคัมภีร์กุรอาน

แม้ความพยายามจะปฏิรูปสังคมด้วยการเปลี่ยนแปลงภายในตัวบุคคลจะถูกต่อต้านที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นทุกวัน แต่ท่านก็ไม่ละความพยายาม ด้วยความมุ่งมั่น อดทน มีขันติธรรม และความสุภาพ

ในที่สุดท่านก็มีสาวกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และด้วยความช่วยเหลือของบรรดาสาวกผู้อุทิศตนเหล่านี้ที่ทำให้ท่านสามารถวางรากฐานสังคมอันสันติหรือสังคมอิสลามในนครมะดีนะฮฺได้ เพราะเมื่อชาวอาหรับยอมรับอธิปไตยของพระผู้เป็นเจ้าด้วยการปฏิบัติตามคัมภีร์กุรอานอันเป็นวจนะของพระองค์แล้ว ธรรมรัฐและธรรมาภิบาลที่แท้จริงก็เกิดขึ้นภายในเวลา 23 ปีแห่งการปฏิบัติภารกิจของท่านนบีมุฮัมมัด

นับแต่นั้นมา คัมภีร์กุรอานก็กลายเป็นธรรมนูญของชาวมุสลิมทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน เป็นธรรมนูญเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ไม่เคยถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือถูกสังคายนาแม้แต่เพียงตัวอักษรเดียว

จักรวาลคือ คัมภีร์แห่งการสร้างสรรค์ของพระเจ้า แต่คัมภีร์กุรอานคือ จักรวาลที่ถูกย่อลงเป็นตัวอักษรในรูปเล่ม ประโยคแต่ละประโยคในคัมภีร์กุรอานถูกเรียกว่า “อายะฮฺ” ซึ่งแปลว่า “สัญญาณ”

ในคัมภีร์กุรอานยังมีประโยคที่กล่าวว่า เราจะทำให้พวกเขาเห็นสัญญาณ (อายะฮฺ) ของเราในฟากฟ้าและในตัวของพวกเขาเอง ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้พวกเขาเกิดความเชื่อมั่นว่า คัมภีร์กุรอานนั้นคือความจริง”

หลังสมัยท่านนบีมุฮัมมัดไม่นาน เหล่าสาวกของท่านอ่านข้อความตรงนี้ของคัมภีร์กุรอาน บางคนจึงพยายามอ่านสัญญาณของพระเจ้าในฟากฟ้าทุกค่ำคืนด้วยการติดตามการโคจรของดวงดาวและเทหวัตถุในท้องฟ้า ประกอบกับการศึกษาความรู้ที่ชาวกรีกและเปอร์เซียสะสมไว้ ไม่นานนักชาวอาหรับก็สามารถเขียนแผนที่ดวงดาวและวัดเส้นรอบโลกได้โดยมีระยะทางแตกต่างเพียงเล็กน้อยจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้วัดไว้เมื่อเร็วๆนี้

อิบนุสินาเป็นชาวอิหร่าน แต่เมื่อเขาหันมาเป็นมุสลิม เขาอ่านพบข้อความดังกล่าวในคัมภีร์กุรอาน เขาจึงได้ศึกษาสัญญาณของพระเจ้าในตัวมนุษย์ด้วยการผ่าตัดและศึกษากายวิภาคของมนุษย์ เขาบันทึกการค้นพบสัญญาณของพระเจ้าในตัวมนุษย์ไว้เป็นหนังสือสารานุกรมทางการแพทย์ที่ชาวตะวันตกนำไปใช้ในการอ้างอิงในยุโรปเป็นเวลา 500 ปี และเปลี่ยนชื่อของเขาเป็นภาษาละตินว่า “อาวิเซนนา”

ก่อนยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ชาวตะวันตกปฏิเสธไม่ได้ว่า สเปนที่อยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิมและเมืองแบกแดดในเวลานั้น เป็นศูนย์กลางทางด้านวิชาการที่ผู้คนมาศึกษาหาความรู้และทำกิจกรรมทางด้านวิชาการกันอย่างคึกคัก ความรู้ที่ชาวยุโรปได้ไปจากโลกอิสลามในเวลานั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการขึ้นในเวลาต่อมา

การอ่านคือจุดเริ่มต้นของการใช้ปัญญาและเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง การอ่านไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือเสมอไป หนังสือเป็นเพียงคลังแห่งความรู้ที่คนรุ่นก่อนสะสมไว้ให้เรา เราสามารถอ่านตัวเอง หรืออ่านสิ่งที่เรามองเห็นก่อนด้วยการคิดและตั้งคำถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากนั้นจึงค่อยอ่านหนังสือเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อตอบคำถามที่เราสนใจ ด้วยการใช้สติปัญญาในสิ่งที่เราสนใจนี้เองที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

นี่คือโอกาสที่ทุกคนมีเหมือนกันในการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม

 

บทความโดย : อาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

 

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

ปิดโหมดสีเทา