fbpx

9 วิธีง่ายๆ ช่วยพ่อแม่ปรับพฤติกรรมแย่ๆ ของลูก

การจัดการหรือรับมือกับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ของลูก ไม่ว่าจะเป็นการเอาแต่ใจตัวเอง การอาละวาด ฯลฯ นั้นล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยความอดทนและความพยายามของพ่อแม่ด้วยกันทั้งสิ้น และในเรื่องนี้มักจะเป็นสิ่งที่ได้รับการถามถึงอย่างเสมอในงานการเป็นวิทยากรและโค้ชพ่อแม่ วันนี้จึงขอหยิบยกเอา 9 วิธีง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ในการปรับพฤติกรรมของลูกมาฝากกัน ซึ่งเป็น 9 วิธีที่ Dr. Hesham Al-Awadi ได้ให้หัวข้อใหญ่ๆ ไว้ และทางผู้เขียนได้เขียนเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อหาในแต่ละข้อมาฝากกันค่ะ ไปติดตามอ่านกันได้เลย อินชาอัลลอฮฺ

 

1) แก้ครั้งละประเด็น เห็นทีละปัญหา

หลายครั้งคนเป็นพ่อเป็นแม่มักจะชอบหยิบโยงทุกปัญหาแล้วมาแก้ในทีเดียว บอกเลยว่ามันจะเหนื่อยมากค่ะ คำแนะนำแรกเลยก็คือ “ทำทีละประเด็น” “เลือกที่สำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุด” และต้องเป็นปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่เกิดจากการนอยด์ของพ่อแม่ …เช่น เอ๊ะ เด็กบ้านโน้นไม่ร้องงอแงเลย ทำไมบ้านเราร้องงอแงจังเลย คือเด็กบ้านโน้นอายุ 7 ขวบ บ้านเรา 2 ขวบ … แม่คะแม่ ไม่นอยด์และมีสตินะคะ J

การมองทีละปัญหานอกจากจะช่วยให้พ่อแม่ไม่เครียดแล้ว ตัวลูกเองก็ยังไม่กดดัน ที่สำคัญเราจะมองหาทางออกให้กับปัญหานั้นๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อินชาอัลลอฮฺ

 

2) บอกสิ่งที่ต้องการ

เวลาคุยกับลูกเอาแบบตรงประเด็นค่ะ อย่าอ้อมโลก อย่าใช้ศัพท์ย้อนไปมา อยากให้ลูกทำอะไร “บอก” สิ่งนั้นค่ะ อย่ามัวบ่นมากมาย สุดท้ายลูกไม่ฟังและไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เราต้องการสื่อสารออกไปจริงๆ เช่น แทนที่จะบอกว่า “อย่ารื้อของออกมาสิลูกบ้านมันรก เดี๋ยวก็ไม่เก็บอีก แล้วก็ไปรื้ออย่างอื่นอีก นี่บ้านคนหรือกองขยะเนี่ย ……บลา บลา บลา”

ลองเปลี่ยนเป็น “เล่นเสร็จแล้วเรามาช่วยกันเก็บนะคะลูก แล้วเราค่อยไปเล่นอย่างอื่นกันอีกนะคะ” ลองบอกสิ่งที่ต้องการ สื่อสารให้สั้น กระชับ แล้วลองดูผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไปดูนะคะ อินชาอัลลอฮฺ

 

3) ลงมือไปด้วยกัน

อยากให้ลูก “ปรับ” บอกให้ลูก “เปลี่ยน” ตัวเราเองต้องเป็นคนทำให้เห็นค่ะ เปลี่ยนยังไง ปรับยังไง … เชื่อมั้ยว่าแค่เราที่เป็นพ่อแม่เริ่มเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ลูกก็เริ่มต้น “กระบวนการเปลี่ยนแปลง” ของเขาแล้วเช่นกัน อินชาอัลลอฮฺ เช่น การปรับเรื่องเวลานอนของลูก จากเดิมที่ลูกนอนดึก(ตามพ่อแม่) ถ้าลองเริ่มต้นที่พ่อแม่ปรับเวลานอนของตัวพ่อแม่เองให้เร็วขึ้น เราก็จะเห็นว่าลูกก็จะเข้านอนได้เร็วขึ้นตามไปด้วยค่ะ อินชาอัลลอฮฺ

 

4) ชื่นชมบ้าง ไม่ผิดหรอกนะ

หลายคนกลัวที่จะชมลูก กลัวลูกจะลอยไปมาเป็นลูกโป่งฮีเลียม คือจะบอกว่าการไม่ชมลูกเลยเวลาเขาทำดี แต่บ่นเขาตลอดตอนที่เขาทำผิดไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โต …ไม่เป็นการดีเลยค่ะ เด็กที่โตมากับคำบ่นจะเป็นอย่างไร และระหว่างที่เราบ่น ลูกต่อต้านเราไปแค่ไหนแล้ว ลองพิจารณาดูนะคะ

ชมบ้าง … แต่พยายามชื่นชมบนความเหมาะสม อย่าเยอะเกินไป อย่าเว่อร์วังมากไป และที่สำคัญ … ชมด้วยความจริงใจค่ะ และสำคัญของสำคัญมากอีกอย่างคือ พยายามชมกับพฤติกรรมของเขา เช่น “ลูกมีความพยายามมากเลยครับ พับผ้าห่มหลังตื่นนอนได้ดีกว่าเมื่อวานนะครับ ทำต่อไปนะครับลูก” อย่าว่าแต่กับลูกเลยค่ะ กับคู่ชีวิตหรือเพื่อนรอบข้างก็เช่นกัน การชื่นชมกันและกันด้วยความจริงใจ ย่อมส่งผลถึงหัวใจได้อย่างไม่ยากเย็นค่ะ อินชาอัลลอฮฺ

 

5) อย่าใช้ความรุนแรง … บ้านไม่ใช่สนามรบค่ะ

ในเมื่อลูกไม่ใช่ศัตรูที่หมายพุ่งฟันกันเพื่อเอาชีวิต อ่อนโยนกับเขาสักนิด ใส่ความหวานในคำพูดกันสักหน่อย ใช้วิธีนุ่มนวลแต่ทรงพลังดีกว่านะคะ “ไม้เรียว” อาจทำให้หลายคนโตมาได้และดีก็จริง … แต่ไม่ใช่ทุกคนไม่ใช่เหรอค่ะ? เลือกวิธีที่เหมาะสม อบรมด้วยรักและความเข้าใจ  น่าจะได้ผลที่ยืนยาวกว่าค่ะ อินชาอัลลอฮฺ

 

6) อย่ารื้อฟื้น

ความผิดเดิมๆ เก่าๆ อย่ารื้อฟื้นเลยค่ะ เราทุกคนก็คงเป็นเหมือนกัน เรื่องเก่าๆเดิมๆ ปล่อยให้มันนอนก้นอยู่ล่างแก้วแห่งความทรงจำไปบ้าง ลืมๆไปบ้างก็ได้ค่ะ  เมื่อลูกทำผิดวันนี้ เอาแค่ประเด็นวันนี้ค่ะ อย่าโยงเครือข่ายยิ่งกว่าใยแก้วนำแสง Fiber Optic อะไรเนอะ ปล่อยผ่านไปบ้างในบางประเด็น เอาแค่คุยกันฟินๆ ใช้เวลาไม่นานจะได้ผลมากกว่า ไม่เชื่อก็ลองดูค่ะ ! อินชาอัลลอฮฺ

 

7) เป็นตัวอย่างที่ดี

ข้อนี้สำคัญค่ะ …. อยากให้ลูกเป็นแบบไหนจงเป็นแบบนั้นค่ะ เคยมีคนมาขอคำปรึกษาให้โค้ชให้ บอกว่าทำยังไงลูกพูดจาไม่มีหางเสียงเลย ไม่พูดขอบคุณ ไม่พูดขอโทษเลย บังคับเหนื่อยมาก สิ่งที่เราสังเกตได้เวลาพูดคุยกันตลอด 30 นาทีของการโค้ช คุณแม่ไม่มีคำลงท้าย “คะ” “ค่ะ” “นะคะ” อะไรทั้งสิ้น

เราไม่อยากตัดสินแค่ตรงนั้น เลยบอกให้คุณแม่ลองยกประโยคที่แม่จะใช้กับลูกในเหตุการณ์ที่เราสมมุติขึ้น และแล้วก็ถึง “บางอ๋อ” เพราะต้องร้อง “อ๋อออออ” ยาวๆ เลย คำแนะนำคือ กลับไปบ้านวันนี้เจอลูกพูดคะ ค่ะ ครับ กับลูกเลยนะคะ ลองใส่ไปทุกประโยคที่พูดเลย หนึ่งอาทิตย์ค่อยมาว่ากันใหม่ …. อัลฮัมดุลิลละฮฺ แล้วเราก็เห็นความเปลี่ยนแปลง

อย่าลืมว่า >> ตัวอย่างที่ดี ความประพฤติที่เด็กๆ เห็นนั้นมีค่าและมีน้ำหนักกว่าคำสอนร้อยพันที่ปราศจากการลงมือ

 

8) ใส่ใจทุกเวลา

พ่อแม่บางคนจะเอาใจใส่ลูกมากเป็นพิเศษ ในช่วงที่ลูกทำพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์ แต่เวลาปกติ แทบจะไม่เอาใจใส่เลย … ส่วนหนึ่งของพฤติกรรมที่ลูกทำคือ “การเรียกร้องความสนใจ” อย่างหนึ่ง ดังนั้น สนใจเขา ใส่ใจเขาในทุกเวลาที่ใช้ร่วมกันนะคะ อย่ามองหาแค่ปัญหาหรือสิ่งที่ไม่ถูกต้องในตัวเขา แต่ให้มองสิ่งดีงามมากมายที่หลอมรวมเป็นตัวลูกแล้วจับจูงมือประคับประครองกันไป จุดไหนยังไม่ดีเราก็แก้ไข จุดไหนดีเราก็รักษาไว้ให้คงอยู่ บิอิซนิลละฮฺ

 

9) เงียบซะเวลาโกรธ

เวลาที่ลูกเริ่มโกรธ หงุดหงิด นอนไม่พอ งอแง โวยวาย พ่อแม่อย่าเพิ่งสอนหรือเตือนอะไรลูกค่ะ เพราะเป็นช่วงที่สมองส่วนเหตุผลของเด็กๆ ยังไม่ทำงาน ส่วนอารมณ์เลยทำหน้าที่เต็มอัตราศึก ยิ่งอธิบายมาก สอนมาก เหตุผลมาก ตัวพ่อแม่เองนี่ล่ะที่จะควบคุมตัวเองยากขึ้น ทั้งโทนเสียง คำพูด สายตา(พิฆาต) และอื่นๆ

ให้พ่อแม่รอจนอารมณ์เย็น พักนิดนึง กินอิ่มแล้ว ช็อกโกแลตเค้กก้อนโต ไอศกรีมสัก 2 สคูป แล้วค่อยกลับมาคุยกันเย็นๆ ก็ยังไม่สาย อินชาอัลลอฮฺ

เมื่ออารมณ์ดีๆ ค่อยมาคุยกัน ค่อยมาพูดกัน คุยกันตอนโมโห นอกจากจะเป็นการเติมเชื้อไฟให้กันและกันแล้ว ลูกยังปิดสวิตซ์แห่งการรับฟังอีกต่างหาก รอตอนอารมณ์ดีๆ จะได้เติมใจให้กันดีกว่ากันเยอะเลยค่ะ อินชาอัลลอฮฺ

 

สุดท้าย ที่บทความนี้พยายามทำให้เหมือนการเล่าสู่กันฟัง ใช้ภาษาไม่เป็นทางการไปบ้างในครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกและเป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่ทุกคนในการเลี้ยงลูกว่าจริงๆ แล้วนั้น การเลี้ยงลูกไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ที่ต้องมีในทุกรูปแบบของการเลี้ยงดูคือ “ความรัก” และ “ความเข้าใจ” อย่าใช้แค่ “อารมณ์” ในการเลี้ยงลูกนะคะ ต้นไม้ต้องการแสงแดดและน้ำในการเติบโตยังไง เด็กก็ต้องการรักและความเข้าใจเช่นนั้นในการเติบโตค่ะ

ขอให้อัลลอฮฺทรงประทานความสวยงามในการติดต่อสื่อสารระหว่างหัวใจของคนในครอบครัว เพื่อสร้างพฤติกรรมที่ดีและความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและส่งผลที่ดีต่อสังคม อามีน

ติดตามอ่านบทความดีๆ มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกด้วยอิสลามได้ใหม่ในครั้งหน้ากับคอลัมน์ MommyPrenuer กิจการงานแม่กันนะคะ อินชาอัลลอฮฺ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

บทความโดย Metinee Adam
Sow the Seeds Islamic Homeschool

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Metinee Adam

Metinee Adam

คุณแม่ผู้หลงรักงาน DIY และชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ จึงทำให้เธอสนใจงานแปลและงานเขียนโดยเน้นไปที่บทความและหนังสือสำหรับครอบครัวมุสลิม การได้ทำงานเป็นโค้ชให้กับพ่อแม่ในเรื่องของการเลี้ยงลูกด้วยวิถีแห่งอิสลามก็เป็นอีกงานที่เป็นความสุขของเธอ นอกจากนั้นเธอยังทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบสื่อและหลักสูตร Islamic Homeschool โดยใช้ชื่อบ้านเรียนของเธอว่า "Sow The Seeds Islamic Homeschool"
และเขียน Blog เพื่อใช้ในการเก็บร่องรอยแห่งการเรียนรู้ไปพร้อมกับการรีวิวหนังสือดีๆสำหรับครอบครัวมุสลิมไปในเวลาเดียวกัน