หากพูดถึงเด็กอายุ 12 ปี คุณคิดว่าเด็กวัยนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง?

คงมีเด็กเพียงไม่กี่คนในโลกนี้ที่สามารถบอกใครได้อย่างมั่นใจว่าเขาเป็นคนก่อตั้งโรงเรียนแห่งหนึ่งขึ้นมา ยิ่งถ้าพูดถึงเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสที่ต้องใช้ชีวิตในค่ายผู้ลี้ภัยอันแสนแออัดขัดสน พวกเขาเหล่านี้คงทำให้โลกเชื่อได้ยากว่ามีความสามารถพอที่จะสร้างพื้นที่สีขาวแห่งการเรียนรู้ให้กับเด็กอีกหลายร้อยชีวิตได้

แต่สำหรับ Mohamed Al Jounde เด็กหนุ่มชาวซีเรียวัย 16 ปี เขาไม่ปล่อยให้ต้นทุนชีวิตเป็นข้อจำกัดในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมที่เขาเติบโตมา ในเมื่อไม่มีพื้นที่ที่พอจะเอื้ออำนวยให้เขาสามารถเรียนรู้ได้ เขาจึงลงมือสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เด็กอีกหลายคนที่ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน

ด้วยวัยเพียง 12 ปี Mohamed Al Jounde สามารถก่อตั้งโรงเรียนขึ้นมาในค่ายผู้ลี้ภัย Bekaa Valley ประเทศเลบานอนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หลายคนอาจคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้คงมาจากครอบครัวที่มีฐานะหรือได้รับมรดกตกทอดเป็นมูลนิธิเพื่อการกุศลอะไรบางอย่าง แต่ความจริงคือ Mohamed เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มซีเรียพลัดถิ่นคนหนึ่งที่ถูกเนรเทศออกจากประเทศของตนเองพร้อมครอบครัว พร้อมกับฝูงชนอีกนับล้านที่หนีตายมาพึ่งใบบุญในประเทศเลบานอนเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย

Mohamed เป็นเด็กหนุ่มชาวซีเรียที่ปัจจุบันมีอายุ 16 ปี อพยพหลบหนีความแร้นแค้นจากภัยสงครามในประเทศมาอยู่อาศัยที่ค่ายลี้ภัย Bekaa Valley ในประเทศเลบานอน เช่นเดียวกับลูกหลานผู้อพยพอีกหลายพันชีวิตที่ขาดโอกาสทางการศึกษา Mohamed ไม่มีโอกาสไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน เขาจึงคิดอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กๆที่ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน

แม้การใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมืองในฐานะผู้ลี้ภัยจะทำให้เขาต้องเจอกับความยากลำบากต่างๆ นานา แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับทำให้สังคมได้รับประโยชน์จากตัวเขาด้วยการสร้างโรงเรียนให้กับเด็กๆ ในค่ายผู้ลี้ภัยขึ้นมา แม้ว่าขณะนั้นเขาจะมีอายุเพียง 12 ปี

Mohamed เริ่มต้นสานฝันและใจรักในการเรียนการสอนของตนเอง ด้วยการเชิญชวนญาติพี่น้องและจิตอาสาใกล้ตัวมาร่วมกันสร้างอาคารเรียนขึ้นภายในพี้นที่ค่าย Bekaa Valley และเขาก็เริ่มลงมือสอนวิชาง่ายๆ ที่เขาถนัดเช่นวิชาคณิตศาสตร์และวิชาถ่ายภาพ

Mohamed ช่วยเยียวยาและเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจของเด็กๆ ซีเรียในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนั้นด้วยการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผ่านการเล่นเกมส์และการถ่ายภาพ เขาทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุกสนานและเป็นมิตรรักใคร่กลมเกลียวกัน เขาใช้ทักษะการเล่านิทานที่เป็นธรรมชาติของตัวเองทำให้เด็กๆ รู้สึกเพลิดเพลิน และยังช่วยปลุกจิตสำนึกให้โลกได้รับรู้ในสิ่งที่เด็กผู้ลี้ภัยชาวซีเรียต้องเผชิญตลอดช่วงชีวิตที่ต้องเติบโต

ต่อมาภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี โรงเรียนที่ Mohamed สร้างได้กลายเป็นพื้นที่ขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ ในค่ายผู้ลี้ภัยกว่า 200 ชีวิต มีจิตอาสาร่วมอุดมการณ์เดียวกันเข้ามาช่วยสอนวิชาสามัญต่างๆ มากมาย โรงเรียนเริ่มขยับขยายเปิดสอนหลายสาขาวิชาและหลายระดับชั้นเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงวัยของผู้เรียนที่มีกันตั้งแต่รุ่นเล็กวัย 5 ขวบไปจนถึงเด็กโต นอกจากนั้นโรงเรียนยังมีการเปิดสอนวิชาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่นการฝึกอ่านออกเขียนได้และบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับความทัดเทียมกันของชายหญิงในสังคม ให้กับกลุ่มผู้ใหญ่ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย

“ผมรู้สึกมีความสุขที่ผมไม่ได้เป็นแค่ครู แต่ยังเป็นได้ทั้งเพื่อนให้กับพวกเขา แล้วเราก็กลายเป็นครอบครัวเดียวกัน การได้อยู่ด้วยกันมันทำให้เรายิ่งแกร่งขึ้น” Mohamed กล่าว  “สิ่งที่ผมทำมันไม่ได้แค่สอนให้ใครๆ อ่านออกเขียนได้ แต่มันเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเยาวชนผู้ลี้ภัย เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสแสดงตัวตนที่เป็นตัวของพวกเขาเอง”   

ความจริงอย่างหนึ่งที่โลกควรรู้ คือที่เลบานอนมีผู้ลี้ภัยเป็นเด็กวัยเล่าเรียนกว่าครึ่งล้านชีวิต แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับการศึกษาและเรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน ด้วยสวัสดิภาพด้านสุขพลานามัย ความพอเพียงของแหล่งพลังงานและน้ำดื่มน้ำใช้ ตลอดจนทรัพยากรในการดำรงชีวิตอื่นๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดในประเทศ เรื่องราวของ Mohamed จึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่ช่วยขับเคลื่อนความมุ่งมั่นให้กับเด็กอีกหลายคน และเป็นตัวอย่างในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ของเด็กคนหนึ่งที่ไม่ย่อท้อต่อข้อจำกัดของชีวิตตนเอง

Mohamed ที่ปัจจุบันอายุ 16 ปียังคงไม่ละเลิกความพยายามที่จะสร้างโอกาสและสิ่งดีๆ ให้กับเยาวชนสังคมต่อไป จนในที่สุดสิ่งที่เขาลงมือทำเพื่อสังคมส่วนรวมก็สะท้อนกลับมาที่ตัวเขาเองเมื่อเขาได้รับรางวัลชนะเลิศเยาวชนดีเด่นสาขาสันติภาพระดับนานาชาติ International Children’s Peace Prize ที่ประเทศเนเธอแลนด์เมื่อเดือนที่ผ่านมา จากตัวแทนผู้เข้าประกวดทั้งหมด 151 ประเทศทั่วโลก

ซึ่งรางวัลดังกล่าวมอบให้กับเยาวชนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิและสันติภาพของเยาวชนด้วยกันในสังคม โดยมีเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอายุน้อยที่สุดในโลกอย่าง Malala Yousafzai ให้เกียรติมอบถ้วยรางวัล ชัยชนะของ Mohamed ในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับโอกาสศึกษาต่อจนถึงระดับมหาวิทยาลัยและยังได้รับค่าจุนเจือเลี้ยงดูให้กับตัวเองและครอบครัวอีกด้วย

เมื่อถาม Mohamed ว่าเขาได้วางแผนชีวิตระยะยาวในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง เขาตอบว่า “อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่ชัดเจนและไม่สามารถควบคุมได้ ผมจึงหยุดกังวลและไม่คิดถึงมัน ผมจึงโฟกัสกับสิ่งที่ผมสามารถทำได้ ณ ปัจจุบันนี้”

กว่า 2.5 ล้านคนของเด็กชาวซีเรียมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัย ประมาณ 500,000 คน ที่ใช้ชีวิตในค่ายผู้ลี้ภัยประเทศเลบานอน หลายชีวิตต้องต่อสู้กับภาวะขาดสารอาหารและโรคภัยไข้เจ็บ และกว่าครึ่งของเด็กในช่วงวัย 6-14 ปี ขาดโอกาสทางการศึกษา

“การให้การศึกษาแก่เด็กเหล่านี้ถือเป็นที่สิ่งสำคัญมาก เพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาจะกลายเป็นช่วงรุ่นชนที่ไร้ทิศทางในที่สุด”   Mohamed กล่าวทิ้งท้าย

 

วันนี้เรื่องราวของเด็กหนุ่มช่างฝันวัย 12 ปีคนนี้ สามารถปลุกพลังในตัวคุณให้ลุกขึ้นมาทำสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าความดีเพื่อสังคมแล้วหรือยัง?

 

แปลและเรียบเรียงโดย : Andalas Farr
ที่มา :

Meet The 16-Year-Old Syrian Refugee Boy Mohamed Al Jounde Presented With An International Peace Award

Syrian boy who started school for refugees when he was 12 wins Children’s Peace Prize

Syrian boy wins Children’s Peace Prize for building refugee school in Lebanon

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร

ปิดโหมดสีเทา