Malcolm X (มัลคอล์ม  เอ็กซ์) ชาวอเมริกันผิวดำ นักต่อสู้ต่อต้านลัทธิเหยียดผิวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ก่อนจบชีวิตด้วยการถูกยิงในวัยเพียง 40 ปี มัลคอล์ม เดิมเป็นคริสเตียน และเปลียนเข้ารับแนว the Nation of Islam ของคนดำ และช่วงท้ายชีวิตได้หันมารับอิสลามแนวกระแสหลัก ดังนั้น เขาจึงถูกรู้จักกันในฐานะมุสลิมที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

มัลคอล์ม เอ็กซ์ เดิมชื่อ “มัลคอล์ม  ลิทเทิล” (Malcolm Little) เกิดในครอบครัวที่ยากจน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1925 ในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา (รัฐในภาคกลางของอเมริกา) เป็นบุตรคนที่ 4 จากบิดาที่เป็นคนดำและมารดาที่เป็นคนขาว

มัลคอล์ม เอ็กซ์เติบโตขึ้นมาโดยผ่านความความเจ็บปวดจากลัทธิเหยียดสีผิว ทั้งที่เป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่ง แต่เขาไม่ได้รับการสนับสนุนทางการศึกษาจากครูที่โรงเรียน อันเนื่องจากการเป็นคนดำ

เมื่อมัลคอล์มอายุได้ 6 ปี บิดาของเขาถูกฆาตกรรม เนื่องจากความขัดแย้งทางสีผิว และอีกเจ็ดปีต่อมามารดาของเขาก็เสียชีวิต หลังจากถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการทางประสาท มัลคอล์มจึงต้องใช้ชีวิตวัยเด็กในบ้านเลี้ยงดูเด็กกำพร้า ชีวิตที่ด้อยโอกาสและขาดคนดูแลที่ดี ทำให้มัลคอล์มเข้าสู่โลกของสิ่งผิดกฎหมาย ภายหลังถูกจับกุมและติดคุก เนื่องจากก่ออาชญากรรมในบอสตันและนิวยอร์ก และต้องรับโทษในเรือนจำในปี 1945 (วัย 20 ปี)

แต่ชีวิตในคุกทำให้มัลคอล์ม เริ่มมีโอกาสที่จะอ่านงานเขียนวรรณคดีประเภทต่างๆ มากมาย งานเขียนประวัติศาสตร์ทางศาสนา เชื้อชาติเผ่าพันธ์ เป็นที่โปรดปรานของเขามาก การอ่านมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาให้กลายเป็นผู้ทรงความรู้คนหนึ่ง

ระหว่างถูกจองจำ มัลคอล์มเกิดความสนใจกับคำสอนที่ถ่ายทอดโดย Elijah Muhammad และในไม่ช้าเขาก็ได้เข้าร่วมกับ “ชาติอิสลาม”(Nation of Islam) ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในชิคาโก นำโดย Elijah Muhammad (เป็นกลุ่มมุสลิมดำ ซึ่งถือว่าอยู่นอกแนวทางอิสลาม กลุ่มนี้เชื่อว่า คนผิวดำเป็นกลุ่มชนพิเศษที่เหนือกว่าคนขาว และความเชื่ออื่นๆ ที่ไม่นับว่าสังกัดอยู่ในศาสนาอิสลาม)

มัลคอล์มได้ร่วมเป็นสมาชิกของขบวนการชาติอิสลาม โดยเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม(ตามแบบมุสลิมดำ) หลังจากเขาได้รับทัณฑ์บนในปี ค.ศ. 1952 มัลคอล์มได้ร่วมงานกับขบวนการชาติอิสลามอย่างจริงจัง ได้รับตำแหน่งโฆษกและเป็นแกนนำคนสำคัญคนหนึ่งขององค์การ

หลังจากเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม มัลคอล์มเปลี่ยนนามสกุลจาก “ลิทเทิล” (Little)เป็น “เอ็กซ์” (X) โดยให้เหตุผลว่า เป็นชื่อที่สื่อแสดงถึงความเป็นนามสกุลของชาวแอฟริกันที่แท้จริง (คือไม่ทราบที่มา) แทนที่นามสกุล ‘ลิทเทิล’ ของเดิมที่สื่อถึงชาวผิวขาว คำว่า x “เอ็กซ์” จึงเป็นชื่อที่แทนชื่อที่ไม่รู้จัก อันเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงบรรพบุรุษที่ถูกคนขาวจับมาเป็นทาส

นับตั้งแต่ได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกในปี 1952 มัลคอล์มไม่เพียงแต่เป็นผู้แถลงการณ์(โฆษก)ระดับสูงสุดขององค์การ แต่เขายังเป็นสถาปนิกและผู้สนับสนุนการทำงานอย่างแรงกล้าให้แก่องค์กร “ชาติอิสลาม”(Nation of Islam)

มัลคอล์มยังเป็นผู้ชักชวนนักมวยระดับโลกอย่าง เคสเซียส เคลย์ (มุฮัมมัด อาลี) มาสู่องค์กรชาติอิสลาม หลังจากได้พบกันในปี 1962 (ภายหลังมุฮัมมัดอาลีได้ผละจากองค์กรชาติอิสลามมาสู่อิสลามกระแสหลักเช่นเดียวกับมัลคอล์มที่เป็นผู้เริ่มต้นก่อน)

การได้เขามีส่วนสำคัญในการต่อต้านลัทธิเหยียดผิวในสหรัฐ ด้วยการปราศรัยที่เร่าร้อนและทรงพลัง ทำให้ชื่อของเขาโด่งดัง ไม่เพียงในสหรัฐเท่านั้น แต่เป็นที่สนใจต่อคนทั่วโลกอีกด้วย

เหตุการณ์สำคัญอีกครั้งที่ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาเกิดขึ้นในปี 1963 เมื่อเขาเริ่มไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกลุ่ม “ชาติอิสลาม”(Nation of Islam) และขัดแย้งกับพฤติกรรมที่ผิดๆ ของ Elijah Muhammad จนนำไปสู่การลาออกจากองค์กรนี้ในปี ค.ศ. 1964

มัลคอล์มได้ใช้เวลาช่วงนี้เดินทางไปทำฮัจญ์ ณ นครมักกะฮ์ ซาอุดิอาระเบีย แต่เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในช่วงแรก เนื่องจากความเป็นมุสลิมของเขาถือแนวมุสลิมดำ ซึ่งไม่สามารถอ่านคำในละหมาดได้(มุสลิมดำหรือกลุ่ม Nation of Islam ถือว่ายังไม่อยู่ในอิสลาม) แต่ในที่สุดเขาก็ได้รับการรับรองจากกษัตริย์ไฟศอลให้เป็นแขกของรัฐบาล ถือว่าเป็นการเบิกทางให้แก่มัลคอล์มไปสู่อิสลามแบบกระแสหลัก

Quote-Web-001

ในขณะพิธีแสวงบุญ มัลคอล์มได้ตระหนักถึงความเป็นจริงของความเสมอภาคของมนุษย์ จากผู้ศรัทธาทุกสีผิว ทุกระดับชนชั้นสังคม ด้วยความเข้าใจในสาส์นแห่งอิสลาม ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเปลี่ยนชื่อตัวเอง จากมัลคอล์ม เอ็กซ์ เป็น อัล-ฮัจญ์ มาลิก อัล-ชะบาซ (El-Hajj Malik El-Shabazz) ซึ่งเป็นชื่อสุดท้ายที่สิ้นสุดแห่งการเดินทางจากความมืดมนของความเชื่อที่หลงผิดสู่ความแท้จริงและแสงสว่างแห่งอิสลาม เขาได้บันทึกไว้ว่า

“…  มีผู้แสวงบุญจำนวนนับล้านจากทุกมุมโลก หลากหลายมากมายผิวพรรณตั้งแต่ตาสีฟ้า ผมสีทอง จนถึงแอฟริกันผิวดำ แต่เราทั้งหมดก็ประกอบพิธีกรรมเดียวกัน ร่วมแสดงออกถึงจิตใจที่เป็นหนึ่งเดียวในความเป็นพี่น้องกัน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมในอเมริกา ทำให้ผมมีความเชื่อว่า สิ่งนี้จะไม่มีอยู่จริงระหว่างคนผิวขาวและคนที่ไม่ใช่คนผิวขาว

… อเมริกาจำเป็นต้องทำความเข้าใจอิสลาม เพราะนี่คือศาสนาเดียวที่สามารถขจัดปัญหาสังคมเรื่องเชื้อชาติ

.. สิ่งที่ผมได้พบเห็นและเรียนรู้ทำให้ผมจัดระเบียบรูปแบบความคิดของผมที่เคยยึดถือมาก่อนเสียใหม่แล้วโยนความเชื่อเก่าๆ เหล่านั้นออกไป สิ่งนี้ไม่ยากเกินไปสำหรับผมที่จะทำ ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่มั่นคงของผม  ผมได้เผชิญหน้ากับความเป็นจริงเสมอมาและยอมรับสัจธรรมแห่งชีวิต ประสบการณ์และความรู้ใหม่ทำให้มันคลี่ขยายกระจายกว้างออก หัวใจของผมเปิดกว้างซึ่งมันเป็นความจำเป็นที่ต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อที่จะก้าวเดินไปด้วยกันกับทุกๆ ภูมิปัญญาแห่งสัจจะ”

มัลคอล์มได้หันตัวเองมาสู่อิสลามในแบบที่อุมมะฮฺอิสลามทั่วโลกศรัทธา ไม่เพียงแค่นั้นเขายังได้เริ่มต้นการเคลื่อนไหวอิสลามในแนวทางใหม่ที่เขาเชื่อมั่น หลังกลับจากฮัจญ์เขาได้ตั้งองค์กรชื่อ “Muslim Mosque, Inc.” และ “Organization of Afro-American Unity”  แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาเริ่มต้นจากหมู่คนผิวดำ แต่เขาได้นำอิสลามที่ถูกต้องกลับมาสู่พวกเขา และประกาศละทิ้งแนวคิดที่ผิดๆ ในอดีตของเขา เรื่องนี้ได้สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากต่อองค์กรเดิม The Nation of Islam (ชาติอิสลาม)

ความขัดแย้งเดินไปสู่จุดที่นองเลือด มัลคอล์มถูกสังหารเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1965 ขณะกำลังปราศรัยในหอประชุมแห่งหนึ่งในแมนฮัตตันโดยชายฉกรรจ์สามคนที่เป็นสมาชิกของขบวนการชาติอิสลาม เส้นทางของเขาจึงยุติลงด้วยการเป็น “ชะฮีด” (ผู้พลีชีพเพื่ออิสลาม) ในวัยหนุ่มอายุเพียง 40 ปี

ทุกวันนี้ชื่อ Malcolm X ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของการแสวงหาสัจธรรมและการต่อต้านลัทธิเหยียดผิว และเขาได้เลือกอิสลามเป็นคำตอบต่อปัญหาทั้งหมด เรื่องราวของเขาได้กลายเป็นตำนานเล่าขานต่อๆ มา ถูกนำมาเขียนเป็นหนังสือ และถ่ายทอดสู่โลกภาพยนตร์

Ummah Islam เรียบเรียง

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปิดโหมดสีเทา