10 คืนสุดท้าย ของเดือนรอมฎอน = 10 คืนที่ประเสริฐที่สุดในรอบปี

ความดีที่ได้กระทำในช่วงนี้จะถูกทบเท่าทวีโดยพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีต่อบ่าวของพระองค์ ดังนั้นการตั้งเจตนาที่บริสุทธิ์เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีสุด และไม่เป็นการสิ้นเปลืองเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ปลดแอกตัวเองจากความเกียจคร้านและการผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อที่จะได้ไม่มานั่งเสียใจกับโอกาสทองที่พลาดไป และสำหรับใครที่ยังไม่ได้เริ่มตักตวงโอกาสดีๆ ในเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา 20 วัน ช่วงสุดท้ายนี้ยังคงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทุกคนในการตักตวงและภาคผลบุญกัน วันนี้ทาง Halal Life จึงขอหยิบเอา 8 สิ่งควรทำสำหรับผู้ศรัทธาใน 10 คืนสุดท้าย ของเดือนรอมฎอนมาให้ลองอ่านและนำไปปฏิบัติกันค่ะ อินชาอัลลอฮฺ

 

1) ท่องจำดุอาอฺ..สำหรับค่ำคืนที่แสนพิเศษ

ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ได้สอนดุอาอฺบทหนึ่งสำหรับค่ำคืนที่แสนพิเศษ หรือที่เราคุ้นเคยกันดีที่เรียกว่า “ลัยละตุ้ล กอดรฺ”

اللَّهُمَّ إِنَّكَ عُفُوٌّ تُحِبُّ الْعَفْوَ فَاعْفُ عَنِّي

อัลลอฮุมมา อินนะกา อะฟูวุน ตุฮิบบุน อัลอัฟวา ฟะฟุอันนี

“โอ้ อัลลอฮฺ พระผู้ทรงอภิบาลของข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้อภัยยิ่ง พระองค์ทรงรักการอภัย ดังนั้นได้โปรดอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”

[ บันทึกโดย อิบนฺ มาญะฮฺ ]

 

2) แสวงหาค่ำคืนอันแสนประเสริฐ ลัยละตุ้ล กอดรฺ

ค่ำคืนที่แสนประเสริฐมากกว่าหนึ่งพันเดือนนั้น ไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าอยู่ในช่วงคืนใดของช่วง 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องแสวงหาค่ำคืนอันแสนพิเศษนั้นด้วยความตั้งใจและไม่สามารถละทิ้งคืนใดๆ ด้วยความไม่รู้ของเรา การได้ผลบุญเทียบเท่ากับการทำความดีถึง 1,000 เดือนนั้น เมื่อเทียบก็ได้เท่ากับประมาณ 83 ปี 4 เดือน ซึ่งอัตราอายุขัยเฉลี่ยของผู้คนในปัจจุบันนั้นก็ถือเป็นเรื่องยากที่เราจะมีชีวิตยืนยาวและได้ทำความดียาวนานถึงจำนวนปีดังกล่าว

ทั้งนี้ยังมีฮะดิษที่ได้พูดถึงบาปที่จะถูกลบล้างในคืนดังกล่าว ดังนี้ “ผู้หนึ่งผู้ใดที่เขาทำการละหมาดในคืนที่เป็นลัยละตุ้ลกอดรฺด้วยความศรัทธาและหวังในผลานิสงค์ของมัน ความผิดบาปของเขาที่ผ่านมาจะถูกลบล้างออกไป” [ บันทึกโดย บุคอรีย์ ]

คืนที่แสนประเสริฐนี้เป็นค่ำคืนที่มีความหมายและความสำคัญเนื่องจากเป็นคืนที่ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัมได้รับวะฮีย์เป็นครั้งแรก มันจึงเป็นคืนที่เต็มไปด้วยความโปรดปรานและความพิเศษเหนือคืนใดๆ ดังนั้นเราที่เป็นผู้ศรัทธาควรดำรงตนอยู่ในหมู่ของผู้ที่เฝ้ารอคอยและค้นหาลัยละตุ้ลกอดรฺ

 

3) จัดทำลิสต์ดุอาอฺและหมั่นขอด้วยหัวใจ

ช่วงเวลาที่ดุอาอฺทั้งมวลจะถูกตอบรับ ทั้งการขอดุอาอฺสำหรับตัวเอง สำหรับครอบครัว สำหรับพี่น้องร่วมศรัทธาที่ถูกอธรรมอยู่ทั่วทุกมุมโลก และขอดุอาอฺให้แก่กันและกัน เป็นสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งการขอดุอาอฺนั้นยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความน้อมรับในความเป็นบ่าวผู้ต่ำต้อยและเป็นบ่าวผู้ศรัทธาที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือและการตอบรับการวิงวอนอยู่เสมอทุกลมหายใจ

 

4) พักยามกลางวัน … อิบาดะฮฺกันยามค่ำคืน

หาเวลาพักผ่อนในช่วงกลางวันเพื่อให้มีเรี่ยวแรงทำอิบาดะฮฺยามค่ำคืน อย่าลืมตั้งเจตนาเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากพระองค์อัลลอฮฺ อัซซะวะญัลเท่านั้น และหมั่นวอนขอเรี่ยวแรงกำลังจากพระองค์เพื่อให้เราสามารถใช้ช่วงเวลา 10 คืนสุดท้ายนี้อย่างมีคุณภาพมากที่สุด

 

5) ละเว้นงานสังคม (ออนไลน์) บ้าง

ปรับโฟกัสชีวิตไปที่การทำอิบาดะฮฺอย่างแท้จริง ทิ้งการเซลฟี่ การโพสต์ภาพต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียผลบุญจากการทำความดีไปบ้าง หรือหากจำเป็นต้องใช้ Social Network สำหรับการติดต่อสื่อสารก็ใช้เพียงแต่พอดีและไม่เบียดบังเวลาคุณภาพที่จะสานสันพันธ์ทีดีกับผู้สร้าง เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราไม่สามารถเรียกร้องมันกลับมาได้แม้แต่วินาทีเดียว

 

6) อ่านอัลกุรอานพร้อมความหมาย

การอ่านอัลกุรอานพร้อมความหมายจะช่วยให้เราเข้าใจในสิ่งที่เราอ่านมากขึ้น และมีเวลาให้ตัวเราได้คิด ใคร่ครวญและได้รับประโยชน์จากการอ่านอัลกุรอานอย่างแท้จริง และนั่นจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับชีวิตของเราอย่างแน่นอน อินชาอัลลอฮฺ หมั่นทำให้ชีวิตของเราอบอวลไปกับรูปแบบของการแสวงหาความใกล้ชิดจากผู้สร้าง ผู้ทรงรักใคร่ และผู้ทรงประทานให้อย่างปราศจากการคำนวณนับใดๆ ใช้เวลาไปกับการดื่มด่ำพระวจนะของพระองค์ และให้ลิ้นเปียกชุ่มไปด้วยการระลึกถึงพระองค์กันเถอะ แล้วเราจะพบว่า ชีวิตเรามีความสุขมากมายจริงๆ

 

7) เพิ่มพูนความโปรดปรานด้วยการบริจาค

อย่าลืมแสวงหาโอกาสในการเป็นผู้ให้ … ให้จากสิ่งที่เรารัก เราชอบ เราหวงแหน ให้เพื่อหวังความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล การให้ไม่สำคัญที่ปริมาณมากน้อยของยอดเงินที่ให้ แต่อยู่ที่หัวใจที่ศรัทธาและเชื่อมั่นในการตอบแทนของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลเท่านั้น และทุกๆบาทที่บริจาคไป … ไม่มีวันสูญเปล่าอย่างแน่นอน

 

  1. ชักชวนกันสู่การทำความดี

การชักชวนผู้อื่นร่วมทำความดีกันไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนสนิทมิตรสหายต่างๆ ให้ร่วมกัน แสวงหาความประเสริฐจากการปฏิบัติศาสนกิจในช่วง 10 คืนสุดท้าย ไปด้วยกัน เป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงความรัก ความห่วงใยที่มีต่อกันในรูปแบบที่ศาสนาส่งเสริมให้กระทำกัน ทั้งยังส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นคนชักชวนผู้อื่นสู่การทำความดีอีกด้วย อัลฮัมดุลิลละฮฺ

 

 

ท้ายสุดนี้ขออัลลอฮฺได้ทรงโปรดประทานให้ทุกคนได้มีโอกาสในการได้ลิ้มรสความหอมหวานอันแสนประเสริฐของคืนที่มีภาคผลมากกว่าการปฏิบัติศาสนาถึง 1,000 เดือนไปด้วยกัน และขอให้พระองค์ได้โปรดตอบรับการงานที่ดี และตอบแทนทุกคนด้วยสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อามีน

 

เพราะรอมฎอนปีหน้าไม่ได้ถูกการันตีสำหรับชีวิตเรา …. จงใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าและมีคุณค่ามากที่สุด”

 

Author: Metinee Adam
Sow the Seeds Islamic Homeschool

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Metinee Adam

Metinee Adam

คุณแม่ผู้หลงรักงาน DIY และชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ จึงทำให้เธอสนใจงานแปลและงานเขียนโดยเน้นไปที่บทความและหนังสือสำหรับครอบครัวมุสลิม การได้ทำงานเป็นโค้ชให้กับพ่อแม่ในเรื่องของการเลี้ยงลูกด้วยวิถีแห่งอิสลามก็เป็นอีกงานที่เป็นความสุขของเธอ นอกจากนั้นเธอยังทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบสื่อและหลักสูตร Islamic Homeschool โดยใช้ชื่อบ้านเรียนของเธอว่า "Sow The Seeds Islamic Homeschool"
และเขียน Blog เพื่อใช้ในการเก็บร่องรอยแห่งการเรียนรู้ไปพร้อมกับการรีวิวหนังสือดีๆสำหรับครอบครัวมุสลิมไปในเวลาเดียวกัน

ปิดโหมดสีเทา