ใครหลายคนคงเคยได้รับคำแนะนำหรือถึงขั้นตักเตือนจากผู้หลักผู้ใหญ่ใกล้ตัว ว่าอย่าคิดทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนฝูงเป็นอันขาด เพราะมันมักจะเต็มไปด้วยปัญหาที่เกิดจากความสนิมสนม ทำให้เกิดภาวะความเกรงใจ กระทั่งส่งผลให้หลายอย่างตกอยู่ภายใต้ความไม่ชัดเจน

แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริงเสมอไป เพราะกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ หลายคนได้พิสูจน์ให้เห็นกันแล้ว ว่าความเป็นเพื่อนซี้ของพวกเขาส่งผลดีต่อการทำธุรกิจมากกว่า

และหนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังท้าทายความคิดของผู้หลักผู้ใหญ่เหล่านั้นที่ Halal Life อยากแนะนำให้รู้จักคือ สามหนุ่มเพื่อนซี้ที่จับกลุ่มรับงานถ่ายภาพร่วมกันในชื่อ JollyBear Studio มาตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

JollyBear Studio เกิดจากความบังเอิญในการจับฉลากรวมกลุ่มกันของ อนุชา บุญชม (มิด), จักกริช ขุนพินิจ (จักร) และกฤษติน เฉลยสุข (ยูซุฟ) ในสมัยเรียน ด้วยความบังเอิญนี้เองทำให้พวกเขาได้มีโอกาสทำงานร่วมกันมาเรื่อยๆ “ตอนนั้นพวกเราเรียนอยู่ปี 3 มันมีงานประกวดหนังสั้นแล้วต้องตั้งชื่อทีมเพื่อส่งเข้าประกวด เราก็สุมหัวคิดชื่อกันอยู่นาน คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จังหวะที่กำลังนั่งคิดเรากำลังกินขนมจอลลี่แบร์อยู่พอดี เราก็เลยเอ๊อ!! เอาชื่อนี้แหละ” มิด หนึ่งในเพื่อนซี้เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นและที่มาแสนเรียบง่ายของชื่อทีม ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขนาดลำตัวของทีมงานแต่อย่างใด 🙂

“งานแรกที่เริ่มทำคืองานแต่งของคนรู้จัก เราไปถ่ายภาพแบบช่วยเพื่อนมากกว่า คงไม่ได้เรียกว่ารับจ้างอะไร ตอนนั้นเริ่มมั่นใจในฝีมือตัวเองก็เลยลองดู” จักร ช่างภาพอารมณ์ดี เล่าย้อนให้ฟังถึงงานแรกที่พวกเขามีโอกาสทำร่วมกันตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาสถาบันเดียวกัน

หลังเรียนจบทั้งสามคนแยกย้ายกันไปทำงานตามที่ตัวเองถนัด แต่ระหว่างนั้นก็ยังคงรับงานร่วมกันภายใต้ชื่อ JollyBear Studio อยู่เรื่อยๆ “พอเรียนจบ ก็รู้สึกว่าอยากทำงานด้านนี้ ผมเลยไปทำงานที่เกี่ยวข้องกับโปรดักชั่น ไปดูว่าเค้ามีขั้นตอนการทำงานยังไงบ้าง มิดก็ไปทำงานต่อที่เดิมที่เคยฝึกงานสมัยเรียน เป็นงานที่เกี่ยวกับการตัดต่อวิดีโอ ส่วนยูซุฟก็ไปทำพวกกราฟฟิค แต่ในระหว่างที่ทำงานประจำพวกเราก็รับงานเรื่อยๆ แต่รับเหมือนเป็นงานเสริมงานอดิเรกมากกว่า”

แต่ถึงแม้จะต่างคนต่างไปทำงานกันคนละที่ แต่ทั้งสามคนก็เคยวาดฝันร่วมกันตั้งแต่สมัยเรียนเอาไว้ว่า จะกลับทำงานร่วมกันอีกครั้ง และปั้น JollyBear Studio ให้เป็นธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองและครอบครัวของพวกเขาได้ในวันข้างหน้า “เราทำงานประจำกันจนถึงจุดหนึ่งที่เราคิดว่า เราพอแล้ว เราเริ่มรู้สึกเสียดายเวลาที่เสียไปในแต่ละวัน ก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำพร้อมกัน และมาทำธุรกิจด้วยกันอย่างจริงจัง”

และด้วยความที่สนิทกันมาก พวกเขาทั้งสามจึงกล้าที่จะทิ้งงานและเงินประจำมาร่วมกันก่อร่างสร้างธุรกิจของตัวเอง “ก่อนเรียนจบเราจะมีการทำทีสิส เป็นช่วงที่เราสนิทกันมากเพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด แล้วเราทำทีสิสในทิศทางเดียวกัน เลยพอจะมองเห็นว่าเราน่าจะทำอะไรด้วยกันได้” มิด ตอบข้อสงสัยของเราถึงการตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนฝูง “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียน แต่เรายังกล้าพูด กล้ารับฟัง แล้วแชร์อะไรกันตลอด เรื่องเงินเรื่องรายได้ เรามีคนจัดการเป็นคนเดียวซึ่งก่อนหน้าก็งงเหมือนกัน ผิดพลาดมาหลายอย่างกว่าจะลงตัว”

เมื่อตัดสินใจก้าวออกมาทำธุรกิจเองตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขายอมรับว่ามันยากกว่าเมื่อครั้งเป็นพนักงานประจำ และนั่นทำให้พวกเขากระตือรือร้นและกระหายที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา

“ตอนทำงานประจำ อย่างมากเราทำไมดีทำพลาดก็โดนหัวหน้างานว่า ซึ่งมันต่างจากเราโดนลูกค้าว่า เราเหมือนมีเกราะป้องกันอยู่ตลอดเวลา เราจะเป็นเพียงแค่กระบวนการหนึ่งขององค์กร แต่ตอนนี้เราต้องอยู่ในทุกขั้นตอน เราต้องเข้าใจทุกขั้นตอน เราต้องรู้เพื่อความเชื่อมั่นของลูกค้า

ถึงตอนนี้ให้เรากลับไปทำงานประจำคงไม่ไหวแล้ว อายุก็เริ่มมากขึ้นแล้ว เราคงจะพัฒนาธุรกิจของเราให้โตไปในทิศทางของเรา แล้วก็หาเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาร่วมงาน”

JollyBear Studio เป็นสตูดิโอรับถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอมืออาชีพที่มาพร้อมกับความสนุกสนานเฮฮา ที่นอกจากจะได้ภาพสวยๆไปเก็บไว้เป็นความทรงจำแล้ว พวกเขาจะมาทำให้คุณได้ยิ้มไปพร้อมๆ กันอีกด้วย เพราะสโลแกนของพวกเขาคือ “Create Smile, Make a Memory”

งานหลักๆ ของ JollyBear Studio คือการถ่ายภาพและวิดีโองานแต่ง หรือที่เรียกกันในวงการว่าสาย Wedding ซึ่งเป็นงานที่พวกเขาทำได้ไม่เป็นรองใคร ชื่อของพวกเขาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคู่บ่าวสาวเสมอ และนั่นทำให้คิวงานของพวกเขายาวเหยียด

“เราไม่ได้ฝืนตัวเองในงานที่เราทำ เราทำในแบบของเรา รูปที่ถ่ายเราจะไม่ค่อยรีทัชมาก เมื่อก่อนก็เคยทำนะ เคยผ่านจุดที่ทำอะไรเว่อร์วังอลังการมาก่อน แต่ตอนนี้จะปรับแต่งแค่สีแล้วก็ส่งงานลูกค้าเลย เราพยายามดึงอะไรที่มันเป็นธรรมชาติให้ออกมาจากตัวเขาจริงๆ ซึ่งบางคนอาจมองว่าภาพมันจะไม่ได้สวยมาก แต่ในภาพนั้นมันมีเรื่องราวซ่อนอยู่ มันจะอยู่กับเราได้นาน วันหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ภาพที่มันถูกปรับแต่งจนดูดีเกินไปในวันนี้ มันอาจจะดูแปลกประหลาดในวันข้างหน้าก็ได้”

วันแต่งงาน คือวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิต หลายคนจึงอยากเก็บบันทึกช่วงเวลาสำคัญนี้เอาไว้ ช่างภาพงานแต่งอย่าง JollyBear Studio จึงมีบทบาทสำคัญต่อหน้าตาและอารมณ์ของความทรงจำของคู่บ่าวสาวเหล่านั้น

“เราคือคนควบคุมบรรยากาศของงานทั้งหมด ถ้าเราอยากจะให้งานมันเป็นยังไงมันก็ขึ้นอยู่กับเรา เพราะฉะนั้นเราจึงต้องควบคุมอารมณ์ของเราให้ได้ ไม่ว่าเราจะไปเจออะไรมาก็ตาม มันเป็นวันสำคัญสำหรับเขา งานเขาต้องมีความสุข ต้องยิ้มแบบยิ้มจริงๆ ไม่ใช่ฝืนยิ้ม บางครั้งเขาอาจจะหงุดหงิดใส่เราบ้าง แต่เราจะไปตอบสนองกลับแบบนั้นไม่ได้ เราจะคิดเสมอว่างานที่เราทำเปรียบเสมือนงานญาติพี่น้องของเรา ทำให้พวกเขามีความทรงจำที่ดี มีรูปกับคนที่พวกเขารัก ถ้าภาพที่เราถ่ายมีความหมายสำหรับเขา มันก็มีความหมายสำหรับเราด้วย”

จากเพื่อนซี้ที่จับกลุ่มส่งผลงานประกวดเพื่อความสนุกสมัยยังเป็นนักศึกษา มาวันนี้ JollyBear Studio พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ หรือเป็นเพียงความสนุกของกลุ่มเพื่อนซี้เท่านั้น คงเร็วเกินไปหากจะบอกว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในธุรกิจของตัวเองแล้ว แต่อย่างน้อยๆ ก็พอพูดได้ว่า พวกเขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง

ติดต่อ: JollyBear Studio เลขที่ 99 ซอยเอกมัย 30 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
E-mail :
jollybear.studio@gmail.com
Facebook : JollyBear Studio
Instagram : JollyBearStudio

เรื่องและภาพโดย : มนัสวี สุลง

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล