“งานอาสาสมัคร” ฟังดูแล้ว เหมือนว่าใครๆ ก็สามารถทำได้ ดูเป็นงานง่ายๆ  ที่ใกล้ตัว อย่างเช่นงานอาสาสมัครในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือชุมชนต่างๆ แต่ถ้าเป็นงานอาสาที่ต้องอยู่กับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติล่ะ?  งานอาสาที่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างแดน ต้องเข้าไปอยู่อาศัยในป่าลึก ฟังดูยากขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหม และคงจะมีไม่กี่คนที่จะเลือกทำงานอาสาที่ท้าทายขนาดนี้ได้

“จามี่” มุสลิมะห์จากเมืองไทย ที่เดินอยู่ในเส้นทางของงานอาสาระดับนานาชาติ จะมาเล่าประสบการณ์การเดินทางเพื่อออกช่วยเหลือของเธอ อะไรที่ทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ สวมฮิญาบ กล้าที่ออกไปผจญในโลกข้างนอกที่มีแต่ความยากลำบาก เรามาหาคำตอบกัน

จามี่คือใคร

“กุลธิดา เลาะวิถี” หรือ “จามี่” เป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบจากคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ  ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ด้าน Project Coordinator ให้กับบริษัทออแกไนซ์แห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นอาสาสมัคร สมัครเล่นให้กับ NGOs ในประเทศอินเดียเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม

เส้นทางของงานอาสาสมัคร

ย้อนกลับไปวันสุดท้ายในรั้วมหาลัยเราตั้งใจว่าเราจะใช้เวลาหลังจากนี้ดูซี่รี่ย์ ตอนนั้นติดซีรี่ย์มากดูมาราธอน บางวันไม่ได้นอนก็มีคือเป็นถึงขั้นติดมาก จนมีเพื่อนที่เจอกันที่อังกฤษพอดีบินมาเป็นอาสาสมัครที่เมืองไทย ส่งข้อความมาว่า ช่วงนี้ทำอะไรอยู่ หางานหรือยัง? ซึ่งตอนนั้นเรื่องงานไม่ค่อยสนใจเท่าไรเพราะคิดว่าถ้าดูซีรี่ย์จบตามเป้าที่วางไว้ก็ค่อยเริ่มหางาน จนเพื่อนคะยั้นคะยอให้ไปอาสาด้วยกัน เราก็เออเพื่อนบินมาทั้งทีไปก็ได้ ก็เลยได้ลองทำงานอาสา ไปสร้างบ้านดิน สร้างห้องสมุด ทำอาหารแจกชาวบ้าน นี่คือที่แรกของเราที่จังหวัดขอนแก่น

เอาจริงๆ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ไม่ค่อยอิน เพื่อนต่างชาติจะอินกว่าเพราะบ้านเขาไม่มีแบบนี้ มันไม่ได้เงินนะ (หัวเราะ) แต่มันได้ความภูมิใจและคุณค่าในตัวเองเต็มๆ เลย หลายคนชอบถามทำทำไม เงินก็ไม่ได้แถมต้องจ่ายเงินเองอีกต่างหาก แต่เพราะความชอบไง ทำแล้วมีความสุข เคยคิดว่าอยากมีอาชีพเป็นอาสาสมัครเลยด้วยซ้ำ

อย่างเราพอเวลาทำงานอาสา เราทุ่มเกินร้อย แต่พอมาเจอคนที่เขาไม่ได้อยากทำด้วยใจจริงๆ ความรู้สึกมันเฟลมากนะ มันเลยเป็นงานที่ค่อนข้างพิสูจน์ความอดทนของคนได้ดีมากจริงๆ

เราเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างให้อิสระในการตัดสินใจสูงมาก อยากทำอะไรก็ทำแต่ห้ามออกนอกลู่นอกทาง ต้องเป็นคนดี มีมารยาทและมีน้ำใจ โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจเรามาก เขาเห็นว่าเราทำได้เลยปล่อยเราไป ทุกครั้งที่เราพร้อมก้าวออกใบเจอโลกใหม่ เขาสองคนพร้อมที่จะสนับสนุนและให้กำลังใจเสมอ ยิ่งในเรื่องของการทำงานอาสา คุณพ่อคุณแม่จะชื่นชมมากที่เรายอมเสียสละเพื่อผู้อื่นและสังคม มีนะบางทีคุณพ่อคุณแม่ก็จะงง ๆ ว่า ไปอีกแล้วหรอ เป็นห่วงนะ แต่ก็ปล่อยให้ไป

ถ้าถามว่าทำไมถึงชอบ ตอนนั้นที่ไปช่วยสร้างห้องสมุดที่ขอนแก่น วันสุดท้ายที่ขนย้ายหนังสือเข้าห้องสมุดเป็นวันที่เหนื่อยมาก แต่พอมีเด็ก ๆ เดินเข้ามาพูดขอบคุณนี่ความเหนื่อยหายไปหมดเลย คงเป็นแค่คำขอบคุณจากคนที่เราหยิบยื่นโอกาสให้เขา เราเลยมีความสุขมากเป็นพิเศษ

ประสบการณ์งานอาสาในแต่ละพื้นที่

อินเดียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เราใฝ่ฝันอยากไปเป็นอาสาสมัครเพื่อหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กในสลัม ไปสอนภาษาอังกฤษและทำกิจกรรมกับเด็กๆ ที่ Dharavi Slum ที่มุมไบ ถ้าคนที่เคยดู Slum Dog the Millionaire คงจะรู้จัก ที่นี่ค่อนข้างอันตราย เพิ่งคิดได้ว่ามันเสี่ยงหลังจากที่จบกิจกรรมแล้ว แต่พอดีมีเพื่อนอินเดียไปช่วยเป็นบอร์ดี้การ์ดให้ เราแนะนำว่าไม่ควรไปคนเดียวเพราะอันตรายมาก

อาสามัครที่ Sadhana Forest อันนี้คือเข้าไปใช้ชีวิตในป่าหนึ่งเดือนเต็มๆ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย สนุกมาก เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ง่ายๆ คือ Back to the basic life อยู่ง่ายกินง่าย มีไฟฟ้าให้ใช้แค่ตอนเที่ยงถึงสี่โมงเย็นเท่านั้น  เราว่าที่นี่เปลี่ยนชีวิตเรามาก

เป็นอาสาสมัครเข้าหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลในเมือง Jaisalmer ประเทศอินเดียในปี 2016 และ 2017 เข้าไปสอนหนังสือและช่วยสร้างพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน มาเป็นอาสาที่นี่คือเข้าใจคำว่ายากลำบากอย่างแท้จริง ได้นอนท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว

เป็นอาสาสมัครให้กับ NGOs แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง เป็นระยะเวลา 1 ปีที่ได้เข้าไปเห็นและเข้าใจเด็กที่ขาดโอกาสในเรื่องการศึกษา

เมื่อเป็น “มุสลิม” ที่ต้องไปอยู่ต่างแดน กับคนต่างชาติ ต่างภาษา

ถ้าคนที่ทำงานด้านอาสากับองค์กรต่างประเทศบ่อยๆ จะรู้ว่าส่วนมากเขาจะใช้ชีวิตในวิถีทางของการเป็น vegan ซึ่งจะไม่มีการกินเนื้อสัตว์หรือแป้งอย่างแน่นอน การเป็นวีแกนทำให้เราโชคดีเวลาไปร่วมทำงานอาสากับกลุ่มต่างชาติ การเอาตัวรอดก็พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง กล้าแสดงออกและมีจุดยืนที่มั่นคง แค่นี้ก็พอแล้ว

ตอนเวลาเราเข้าไปทำงานอาสากับกลุ่มคนต่างชาติเยอะๆ ช่วงแรกจะรู้สึกแปลกมากเพราะเราคลุมฮิญาบ พอมานั่งคิด ๆ แล้วเราอาจจะคิดไปเองว่าเราแปลก แต่เราไม่ได้แปลกหรอก แค่แต่ละคนมีวิถีความคิดและการใช้ชีวิตแตกต่างกันเท่านั้นเอง

ตอนไปเป็นอาสาสมัครที่ประเทศลาว ส่วนมากจะลงไปในพื้นที่ที่ไม่ใช่เมืองใหญ่ ๆ สักเท่าไร เลยทำให้ความเป็นมุสลิมองเรานั้นดูแปลกขึ้นมาทันที ในพื้นที่ที่เราไปทำงานเด็กลาวจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องคลุมฮิญาบ เด็กลาวบางคนบอกว่า เคยเห็นแบบนี้แต่ในโทรทัศน์ นี่เพิ่งเคยเห็นตัวจริง เขาจะไม่เข้าใจความเป็นอิสลามมาก ๆ เพราะเกือบ 100% ที่พื้นที่นั้นไม่มีมุสลิม

ตอนกลางคืนที่บางครั้งต้องไปนอนที่โรงเรียน พอเดินไปอาบน้ำเด็กที่นอนหอพักเห็นก็จะคิดว่าเราเป็นผีเพราะฮิญาบปลิว ซึ่งมันก็ตลกดี มีครั้งนึงเราไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแล้วมีอาจารย์เดินมาหาถามว่าเป็นอิสลามใช่มั้ย เขามีคำถามมาถามเราหลายคำถามมากเพราะวันถัดไปเขาต้องสอนเด็กเรื่องศาสนาอิสลามในวิชาสังคมศึกษา เราก็อธิบายอาจารย์ไป เขาก็ขอบคุณที่ทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น มันทำให้เรารู้สึกว่าเราได้อธิบายความเป็นมุสลิมในตัวเราทุกครั้งที่เราลงพื้นที่ทำงานอาสาในประเทศลาว

“งานอาสา” เปลี่ยน “ความคิดและทัศนคติ”

การได้มาทำงานตรงนี้มันเปลี่ยนเราเยอะมาก ยิ่งตอนไปอินเดียนี่ได้รู้รสชาติของความลำบากอย่างแท้จริง เข้าใจคนอื่นมากขึ้น เจอคนที่เขาทำให้เราเป็นคนที่อยากช่วยเหลือคนอื่นมากขึ้น

หลายคนเคยบอกว่าอย่าเชื่อคนง่ายหรืออย่าเชื่อคนแปลกหน้า แต่เรากลับคิดว่าถ้าวันนั้นที่อินเดียเราตัดสินใจเขาคนนั้นจากใบหน้าแล้วคิดว่าเขาเป็นโจรจะตามทำร้ายเราตั้งแต่บนรถไฟ เราคงไม่มีโอกาสได้เจอเพื่อนที่ดี บางทีเราควรเปิดใจบ้าง เขาแค่อยากช่วยเหลือเราเพราะเราเป็นเหมือนแขกที่มาเที่ยวบ้านเมืองเขา ซึ่งการเป็นเจ้าบ้านที่ดีคือการต้อนรับที่ดีเช่นกัน

เส้นทางในอนาคต

การทำงานอาสามันกลายเป็นงานอดิเรกของเราไปแล้ว ถ้ามีเวลาเราจะคิดเลยว่าเราอยากทำโปรเจกต์อะไร ทำที่ไหน จะทำให้คนกลุ่มไหน ส่วนมากเราจะแพลนงานอาสาเป็น Long-term Plan ไปเลยแล้วมาลิสต์ว่าโปรเจกต์ไหนเหมาะกับการทำช่วงไหน อย่างตอนนี้เรามีแรงเราก็ทุ่มเทกับงานอาสามาก กลัวว่าแก่ไปจะไม่มีโอกาสแบบนี้

สิ้นเดือนนี้จะมีโปรเจกต์ไปเป็นอาสาสมัครที่ประเทศเนปาล ลงชุมชนในพื้นที่ห่างไกลเพื่อช่วยฟื้นฟูความเป็นอยู่ของชาวบ้านหลังจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2015 เป็นอีกหนึ่งงานที่เราจะต้องทุ่มเทเป็นอย่างมาก เป็นงานที่ค่อนข้างยาก เหนื่อยแน่นอน

สิ่งที่อยากแบ่งปันให้คนอ่าน

อย่าฟังคนอื่นมาก อยากให้ไปเจอและลองทำด้วยตัวเอง ทุกที่มันอันตรายหมด อยู่ที่เราจะดูแลตัวเองยังไง ให้เชื่อมั่นในตัวเองเสมอว่าเราทำได้ มันไม่มีอะไรมาขวางเราได้ ถ้าเราอยากทำมันจริง ๆ

ส่วนในเรื่องของการทำงานอาสา เราว่าใคร ๆ ก็เป็นอาสาสมัครได้ แค่มีใจรักที่อยากจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสังคมโลกให้ดีขึ้น แค่เลือกทำในสิ่งที่อยากทำ ทำแล้วมีความสุขและไม่เดือนร้อนคนอื่นก็พอแล้ว

ถ้าอยากทำ ก็ทำเลย ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าใจ ก็ค่อยๆ อธิบายให้เขาฟัง เมื่อเรารักและพร้อมที่จะทำมันจริงๆ แล้ว ไม่มีทางที่เขาจะไม่เข้าใจ และสุดท้าย การที่ได้ออกไปเห็นวิถีชีวิตที่มีความแตกต่างอย่างมากมายข้างนอกนั้น มันทำให้เราเติบโตขึ้นได้จริงๆ

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

ปิดโหมดสีเทา