หลังจากเจ้าหน้าที่อิสราเอลได้สั่งปิดโรงเรียนประถมของชาวปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เมือง ซูรบาฮิร ทางเยรูซาเล็มตะวันออกเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยข้อกล่าวหาว่ามีอุปกรณ์การเรียนที่อาจสร้าง “ความปลุกปั่น” ให้กับชาติบ้านเมือง จึงเป็นเหตุให้เด็กนักเรียนจำต้องเรียนหนังสือกันข้างถนนและเริ่มพากันประท้วงแสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินใจสั่งปิดโรงเรียนของอิสราเอลในครั้งนี้

บรรดาเด็กๆ และผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “อันนุคบา” ได้ชุมนุมกันที่โรงเรียนเพื่อร่วมการประท้วงที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนประจำเมืองซูรบาฮิร โดยต่างช่วยกันยืนถือป้ายให้กำลังใจแก่โรงเรียนอันนุคบาที่ถูกสั่งให้ปิดทำการลง และเพื่อร่วมประณามการสั่งปิดสถาบันศึกษาของอิสราเอลว่าเป็นกระทำที่ “โหดร้าย”

เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานาย Luay Jamal Bkirat ครูใหญ่ประจำโรงเรียนและนาย Nasser Hamed ผู้จัดการฝ่ายการเงินได้ถูกทางการตำรวจของอิสราเอลออกหมายเรียกเพื่อไต่สวน เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองของอิสราเอลแจ้งว่าทางโรงเรียนต้องถูกสั่งปิดทำการสอนเนื่องจากตรวจพบว่ามีเนื้อหาที่สร้างความปลุกปั่นในสื่อการสอนที่ใช้ในโรงเรียนดังกล่าว

นายบาคีรัต ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมกล่าวว่าโรงเรียนอันนุคบา “ใช้หลักสูตรการเรียนการสอนของปาเลสไตน์ดังที่ใช้อยู่ทั่วไปในโรงเรียนหลายแห่งทั่วกรุงเยรูซาเล็ม และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนท่านใดที่ถูกหมายเรียกเพื่อไต่สวนด้วยข้อกล่าวหาสร้างความปลุกปั่นดังกล่าว”

เขาเพิ่มเติมอีกว่า โรงเรียนของเราซึ่งมีนักเรียนชายตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้งสิ้น 250 คนได้เริ่มเปิดทำการสอนเมื่อปีที่แล้วและได้รับใบอนุญาตชั่วคราวจากเทศบาลเยรูซาเล็ม แต่ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจากทางการไร้การบอกกล่าวสาเหตุที่ชัดเจน นายบาคีรัตประณามการตัดสินใจดังกล่าวและยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อหยุดการตัดสินใจเหล่านี้ที่มุ่งจะทำลายรากฐานการศึกษาของเด็กชาวปาเลสไตน์

หนังสือพิมพ์ไทม์ของอิสราเอลได้รายงานว่าโรงเรียนดังกล่าวถูกสั่งปิดเนื่องจากพบว่าเป็น “กองหน้าของฮามาส” หลังจากที่ได้มีการสืบสวนร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของอิสราเอล กรมตำรวจของเยรูซาเล็มและหน่วยข่าวกรองอิสราเอลเป็นเวลาร่วมเดือน

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลจากกระทรวงศึกษาธิการอ้างว่าโรงเรียนดังกล่าวได้ก่อตั้งขึ้นโดยฮามาสมีเป้าหมาย “เพื่อสอนเนื้อหาความรู้ที่ดูหมิ่นอำนาจอธิปไตยของอิสราเอล และวัตถุประสงค์ของทางโรงเรียนก็สอดคล้องกับหลักการขององค์กรก่อการร้ายที่เรียกร้องให้เกิดความพินาศต่ออิสราเอล” นิตยสารไทม์ของอิสราเอลกล่าว

แหล่งข่าวหนังสือพิมพ์ของอิสราเอลระบุว่า ทางการได้ออกคำสั่งให้ทางโรงเรียนระงับการเรียนการสอนตั้งแต่เดือนกันยายน “และเมื่อเห็นว่ายังคงดำเนินการสอนตามปกติจึงได้ออกคำสั่งให้ปิดทำการในที่สุด”

โดยปกติชาวยิวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในดินแดนครอบครองเยรูซาเล็มตะวันออกจะเรียนหนังสือภายใต้ระบบโรงเรียนที่แตกต่างกัน โรงเรียนของชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยเทศบาลเยรูซาเล็มของอิสราเอล หรือองค์กร Islamic Waqf และบริหารจัดการโดยกระทรวงศึกษาธิการของปาเลสไตน์ สถาบันเอกชน หรือ UNRWA หรือตัวแทนจากองค์กรสหประชาชาติที่ดูแลรับผิดชอบผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์

จากรายงานของกระทรวงศึกษาธิการปาเลสไตน์ระบุว่า เด็กชาวปาเลสไตน์ในเขตครอบครองเยรูซาเล็มตะวันออกมักต้องเผชิญปัญหาจากการคุกคามและความกดดันทางการเมืองอย่างต่อเนื่องจากทางการอิสราเอลเพื่อให้เปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนจากของปาเลสไตน์มาเป็นของอิสราเอล ในขณะเดียวกันกองกำลังทหารชาวอิสราเอลและฝ่ายควบคุมพลเรือนก็ยึดรอนโอกาสของเด็กนักเรียนที่จะได้รับการบริการด้านการศึกษาที่เหมาะสมและปลอดภัยในแต่ละวัน

รายงานประจำปี 2016 ของสำนักข่าว Israeli daily Haaretz ก็ระบุเช่นกันว่าโรงเรียนต่างๆ ของชาวปาเลสไตน์ในเขตครอบครองเยรูซาเล็มตะวันออกนั้นได้รับเงินทุนสนับสนุนน้อยกว่าครึ่งของจำนวนที่เทศบาลเยรูซาเล็มได้มอบให้กับโรงเรียนชาวยิวในเขตเยรูซาเล็มตะวันตกเสียอีก

แม้ว่าซูรบาฮิรจะตั้งอยู่บริเวณรอบนอกเขตครอบครองเยรูซาเล็มตะวันออก แต่ตัวเมืองดังกล่าวนั้นถือว่ายังคงอยู่ภายใต้การกำกับเต็มรูปแบบของหน่วยรักษาความปลอดภัยและควบคุมพลเรือนอิสราเอลภายใต้สังกัดเทศบาลเยรูซาเล็มของอิสราเอล หลังจากที่ดินแดนดังกล่าวถูกยึดครองอย่างผิดกฎหมายในปี 1967

รายงานประจำปี 2011 ของสถาบันวิจัยประยุกต์แห่งกรุงเยรูซาเล็ม (ARIJ) ได้ระบุว่าจากการขาดโอกาสทางการศึกษาในบางระดับชั้นของเด็กนักเรียนในซูรบาฮิร ส่งผลให้เด็กๆ จำเป็นต้องเข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่หมู่บ้านอื่นในละแวกใกล้เคียงนั้นแทน

 

แปลและเรียบเรียงโดย : Andalas Farr
ที่มา : Ma’an News Agency

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร

ปิดโหมดสีเทา