“เมื่อการใช้ภาษาอาหรับในสหรัฐฯ สามารถทำให้คุณตกที่นั่งลำบาก”

นักทฤษฎีการเมืองชาวอิตาลี Antonio Gramsci เคยบอกว่า “เมื่อภาษาเป็นตัวแปรสำคัญในสังคมที่จะก่อให้เกิดปัญหา เราต้องมั่นใจว่าภาษาพวกนี้จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง”  Gramsci พูดถูกในแง่ของความขัดแย้ง ทั้งทางสังคมและการเมือง ภาษากลายเป็นสิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง จนสามารถกลายเป็นคดีอาญาได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาอาหรับในโลกตะวันตก

 

islamophobia-criminalisation-arabic-2

ภาพของเด็กนักเรียนมุสลิมอเมริกันที่เดินทางมาต้อนรับประธานาธิบดี Barack Obama ที่ ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามในรัฐ Baltimore  [AP]

การใช้ภาษาอาหรับซึ่งสามารถเป็นคดีความทางกฎหมายอาญา หรือที่เรียกว่า Criminalization. (Criminalization คือ กระบวนการทำให้การกระทำเป็นคดีทางอาญา หรือการกำหนดความผิดทางอาญา) เมื่อภาษาอาหรับมีความเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามโดยตรง และเป็นภาษาของคัมภีร์อัลกุรอาน และเมื่อศาสนาอิสลามและชาวมุสลิมมักถูกโยงกับความรุนแรงและก่อการร้ายในโลกตะวันตก ดังนั้นภาษาอาหรับจึงถูกเหมารวมกับความรุนแรง และก่อการร้ายไปด้วย

การกำหนดความผิดทางอาญาของภาษาอาหรับเป็นมุมมองใหม่ของ Islamophobia หรือ โรคหวาดกลัวอิสลาม และมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกนำไปสู่การเปรียบเทียบ ดูถูก และกดขี่จากโลกตะวันตกมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังอ่านดุอา(บทขอพร)ขึ้นยานพาหนะ หรือบนเครื่องบิน และมีภาษาอาหรับเช่นคำว่า “อัลลอฮุอักบัร” คนที่มีโรค Islamophobia จะแสดงอาการหวาดกลัวทันที

 

donald-trump-anderson-cooper-cnn-2

Donald Trump หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรค Republicans ผู้ซึ่งออกมากล่าวว่าจะไม่ยอมให้มุสลิมเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ภาพ: Businessinsider
ดู http://www.businessinsider.com/donald-trump-islam-hates-us-2016-3

ที่ผ่านมา สื่อตะวันตกได้พัฒนาการเรียนรู้และเข้าใจภาษาอาหรับในการรายงานข่าวเกี่ยวกับการก่อการร้ายมากขึ้น แต่สำหรับบางคน ภาษาอาหรับดันมีความหมายเพียงแค่เป็นภาษาที่มักจะใช้ก่อนการก่อการร้ายเท่านั้น

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 2 พี่น้องชาวปาเลสไตน์ Maher Khalil และ Anas Ayyad เกือบโดนห้ามไม่ให้นั่งเครื่องบินจาก Chicago ไปยัง Philadelphia เพียงเพราะมีคนได้ยิน 2 พี่น้องนี้พูดภาษาอาหรับ กว่าจะได้เดินทางก็ต้องเที่ยวบินถัดไปหลังจากถูกสอบสวนและตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่สนามบิน

 

                “เมื่อก่อน สีผิว หรือสัญลักษณ์ทางร่ายกายที่นำไปสู่ศาสนาและความเชื่อเช่น หนวด เครา ถูกใช้ในการตั้งข้อสงสัยที่เกี่ยวกับศาสนา แต่ตอนนี้ภาษาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกจับตามอง”

“In the past, skin colour and other signs of faith, such as facial hair, have been used as profiling tools, language has now joined them as a new profiling index.”

 

ชาวอาหรับคนหนึ่งถือกล่องใบหนึ่งขึ้นเครื่องบิน แต่ถูกกลุ่มผู้โดยสารบังคับให้เปิดกล่องออกดู เพราะน่าสงสัย และกลัวจะเกิดอันตราย เมื่อเปิดกล่องออกมาก็พบกับ Baklava ขนมสไตล์อาหรับ ชาวอาหรับผู้นั้นจึงจัดการเลี้ยง Baklava ให้ผู้โดยสารบนเที่ยวบินนั้นทันที

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวมุสลิมมักจะถูกจับตาเป็นพิเศษในสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูง เช่น สนามบิน แต่ Leila Abdelrazaq ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์  กลับถูกกักตัวที่ชายแดนเม็กซิโก ในรัฐอริโซนา เนื่องจากสมุดวาดเขียนของเธอมีสติ๊กเกอร์ลายเส้นและภาพวาดลายภาษาอาหรับติดอยู่ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า เพราะเหตุใดตำรวจประจำเขตแดนถึงได้มองว่าการใช้ภาษาอาหรับนั้นมีความเกี่ยวข้องกับก่อการร้ายไปได้

โรคหวาดกลัวอิสลาม กลายเป็นเรื่องราวที่เลยเถิดถึงขนาดกระทบกับศาสนาอื่นด้วย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชายชาวอังกฤษ ที่เกิดใน Nigeria ถูกห้ามเดินทางกับสายการบิน Easy Jet จาก Luton ไปยัง Amsterdam เนื่องจากมีผู้โดยสารท่านอื่นได้ยินชายคนนี้กำลังอ่านบทขอพรในโทรศัพท์มือถือ จึงได้แจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยโดยไม่รู้ว่าชายผู้นั้นเป็นชาวคริสต์ ซึ่งชายคนดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เดินทางในเที่ยวบินถัดไป หลังถูกตำรวจซักถามถึงบทขอพรดังกล่าว และมีความคิดที่จะเปลี่ยนศาสนาหรือไม่

เห็นได้ชัดว่า สีผิวของคนอ่านบทขอพรดังกล่าว ทำให้ผู้โดยสารคนอื่นเข้าใจผิดว่าเขาเป็นชาวมุสลิมที่อ่านภาษาอาหรับ และมีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ในโลกตะวันตก อิสลามกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเกลียดชัง เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรุนแรง ความคลั่ง และป่าเถื่อน อะไรที่เกี่ยวข้องกับอิสลาม เช่น ภาษาอาหรับ การแต่งกาย หรือการไว้หนวดยาว ทำให้การใช้ชีวิตในโลกตะวันตกนั้นเป็นเรื่องยากลำบาก

สื่อตะวันตกอ้างว่าพยายามจะช่วยมุสลิมจากพวกหัวรุนแรง แต่คำถามคือ แล้วใครกันละที่จะมาช่วยชาวตะวันตกจากโรคหวาดกลัวอิสลาม

เรียบเรียงจาก After Islamophobia comes to Criminalization of Arabic โดย Yaser Sulaiman

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Nasae Reungprach

Nasae Reungprach

นักแปลมือสมัครเล่น ศึกษาพฤติกรรม และความคิดเห็นของผู้ใช้สังคมออนไลน์ต่างๆ รักการอ่าน และมักจะเก็บเรื่องราวในแวดวงต่างๆ มาคิดและนำมาคิดต่อยอดเพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมมาอ่านกันง่ายๆ มากกว่าปีละ 7 บรรทัด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปิดโหมดสีเทา