คงไม่ผิดมากนักหากเราจะพูดว่า ปัตตานีเป็นเมืองที่รุ่มรวยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และผู้คนที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความฝัน และหนึ่งในข้อยืนยันคำพูดดังกล่าวคือ IN T AF CAFE & GALLERY  (อ่านว่า อินตออาฟ คาเฟ่ แอนด์ แกลเลอรี่) คาเฟ่เล็กๆ ในย่านเมืองเก่า ที่เป็นดั่งพื้นที่แลกเปลี่ยนความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรม และสังคมของผู้คนในปัตตานี

IN T AF CAFE & GALLERY เกิดจากความฝันและความตั้งใจของกลุ่มเพื่อนสถาปนิก ที่แรกเริ่มต้องการเพียงแค่การมีสตูดิโอเล็กๆ เป็นของตัวเอง ก่อนความฝันจะพัฒนากลายเป็นแกลเลอรี่ และคาเฟ่ ในเวลาถัดมา

“เราอยากมีพื้นที่ที่เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นให้คนมาแสดงไอเดีย เลยนึกถึงแกลเลอรี่เป็นอย่างแรก แต่การทำแกลเลอรี่ที่ปัตตานีมันคงจะเลี้ยงตัวเองยาก ก็เลยคิดว่าเราทำเป็นคาเฟ่ด้วยดีกว่า เพื่อเป็นรายได้ในการเลี้ยงตัวเอง” อาซีซี เจ๊ะแว หนึ่งในหุ้นส่วนร้านเล่าให้เราฟังถึงไอเดียเริ่มต้นของ IN T AF ค่าเฟ่ดิบๆ เท่ๆ ที่ตั้งอยู่ย่านเมืองเก่าของปัตตานี ซึ่งอาซีซีบอกกับเราว่าย่านที่ IN T AF ตั้งอยู่ทำให้เขานึกถึงย่านเมืองเก่าในสิงคโปร์ มาเลเซีย และภูเก็ต ที่ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นและนักเดินทาง

IN T AF ปรับปรุงจากหนึ่งในอาคารเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่เรียงรายทอดยาวอยู่บนถนนปัตตานีภิรมย์ ย่านเมืองเก่าของปัตตานี ซึ่งอาคารเก่าเหล่านี้ถูกทิ้งร้างมาหลายปี ก่อนที่ IN T AF จะฟื้นคืนชีวิตให้ย่านและอาคารเก่าเหล่านี้อีกครั้ง

“เราคิดว่าย่านนี้เป็นชุมชนที่น่าอนุรักษ์ ปัตตานีภิรมย์เป็นถนนแรกของปัตตานี เมื่อก่อนย่านนี้เป็นท่ารถไปต่างอำเภอ เป็นย่านที่เรือสำเภาสินค้ามาเทียบท่า เป็นย่านที่คนมุสลิมและคนจีนอยู่ด้วยกันมานาน แต่หลังๆ หลายอาคารถูกทิ้งร้าง บางส่วนกลายเป็นบ้านนก(นางแอ่น) เราเลยมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ย่านนี้เป็นเหมือนย่านเมืองเก่าของปีนัง ของมะละกา หรือของภูเก็ต ซึ่งปัตตานีและเมืองที่เหล่านั้นเป็นเมืองท่าด้วยกันทั้งนั้นเลย แล้วทำไมปัตตานีถึงจะเป็นแบบนั้นไม่ได้” อาซีซี พูดถึงไอเดียเริ่มต้นและความตั้งใจของพวกเขาที่เป็นมากกว่าการทำคาเฟ่และแกลเลอรี่ของตัวเอง

“ผมอยากให้ชุมชนหันมามองว่าอาคารที่พวกเขามีมันมีคุณค่า ตอนที่เราเปิดร้านใหม่ๆ คนในชุมชนมาร้านเราแล้วบอกว่าผนังบ้านพี่เป็นแบบน้องเลย (ผนังที่ซีเมนต์กะเทาะออกจนเห็นโครงสร้างอิฐด้านใน) แต่พี่ฉาบปิดไปแล้ว เราก็หัวเราะกัน พี่ก็ไม่รู้ว่ามันจะสวยแบบนี้เขาบอกกับผม”

 

ด้วยความที่ย่านนี่ถูกทิ้งร้างและถูกหลงลืมจากผู้คนในเมืองปัตตานี สิ่งที่ยากที่สุดของการเลือกมาเปิดคาเฟ่และแกลเลอรี่ในย่านนี้ก็คือ จะทำอย่างไรให้มีลูกค้าและเป็นที่รู้จัก IN T AF จึงเลือกใช้อีเวนต์เป็นคำตอบของโจทย์ในข้อนี้

“ครั้งแรกเราจัดแสดงภาพถ่ายเกี่ยวกับปอเนาะของศิลปินหญิงชาวปัตตานี ด้านหนึ่งเพราะผมเคยเห็นงานเธอเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พอเรามีพื้นที่ของตัวเองเราเลยไปคุยกับเธอว่า มันเป็นความฝันของเรานะที่อยากจัดแสดงงานของคุณ อีกด้านมันเป็นการช่วยทำความเข้าใจเกี่ยวกับปอเนาะ ที่เรามักได้ยินแต่ข่าวที่เกี่ยวกับความรุนแรง แต่ภาพที่เธอนำเสนอมันเป็นเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่สวยงาม

หลังจากนั้นเราก็มีงานอื่นๆ อีก เช่น ปัตตานีรีทวีต ที่นำเสนอแง่มุมที่งามของผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะผู้คนที่นี่มักถูกมองว่ารุนแรง เป็นการนำเสนอแง่มุมที่ไม่ได้อยู่ในสื่อทั่วไป ถัดมาคืองาน เดอะเคราไนท์ รื้อ ถอน สร้าง คอนเซปต์คือ ปกติแล้วคนมักจะกลัวคนที่มีเครา เครากลายเป็นสัญลักษณ์ของความน่ากลัว แต่ที่จริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เปรียบเหมือนภาพจำที่คนมีต่อที่นี่ว่าน่ากลัว แต่ที่จริงแล้วเรามีความสุนทรีย์ เรามีงานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มีบทกวีเป็นของตัวเอง มีดนตรีเป็นของตัวเอง ซึ่งหลายอีเวนต์เราเปิดพื้นที่ให้นักกิจกรรมในพื้นที่มาใช้สถานที่ ซึ่งมีคนเข้ามาติดต่อเรื่อยๆ” อาซีซีเล่าย้อนให้ฟังถึงอีเวนต์ต่างๆ ที่เขาและเพื่อนเลือกที่จะจัดขึ้นในคาเฟ่ของพวกเขา ซึ่งเป็นอีเวนต์ที่ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น IN T AF ได้เป็นอย่างดี และถือสิ่งที่ช่วยให้ IN T AF กลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนปัตตานีในเวลาไม่นาน

IN T AF ไม่เพียงได้รับความนิยมจากคนในปัตตานีเท่านั้น ผู้คนต่างถิ่นต่างก็มี IN T AF เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ต้องมาเยือนให้ได้หากมีโอกาสมาปัตตานี ส่งผลให้ย่านเมืองเก่าที่เคยเงียบเหงาและถูกหลงลืมกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

“ปกติย่านนี้จะเงียบมาก คนพื้นที่ย่านนี้บอกกับผมว่า IN T AF สามารถทำให้ย่านนี้คึกคักได้ จากที่ไม่เคยมีจอดสักคัน แต่ตอนนี้จอดกันแน่นไปหมด โซเชียลมีเดียทำให้คนได้รู้จักที่นี่มากขึ้นด้วย เราสังเกตหลายครั้งแล้วเวลาคนจีนปัตตานีกลับมาจากกรุงเทพฯ ร้านนี้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เขาจะมา”

“เห็นได้ชัดเลยว่าลูกค้าของ IN T AF คาเฟ่มีทุกช่วงวัย มีทุกศาสนา ไม่ได้เฉพาะวัยรุ่น และไม่ได้มีเฉพาะแค่มุสลิมเท่านั้น มันสะท้อนให้เห็นว่าเราว่าทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้”

ถึงแม้ IN T AF CAFE & GALLERY จะเป็นเพียงแค่ร้านเล็กๆ ในเมืองปัตตานี แต่จากการพูดคุยสั้นๆ ในครั้งนี้เราสัมผัสได้ว่า นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะช่วยเชื่อมโยงผู้คนในพื้นที่เข้าด้วยกัน และเป็นคอมมูนิตี้ที่ขับเคลื่อนให้ย่านเมืองเก่าของปัตตานีแลดูมชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

 

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Nada Khongthon

Nada Khongthon