เพจดัง Humans of New York ร่อนจดหมายถึง ทรัมป์ ให้ลดการสร้างความเกลียดชังมุสลิมในสหรัฐ

Brandon Stanson เจ้าของหนังสือและเฟสบุ๊คแฟนเพจ ชื่อดังอย่าง Humans of New York ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค Republicans ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี 2560 ที่จะถึงนี้ ให้ลดการกระทำ การหาเสียงที่ดูถูก ดูหมิ่น หรือเหยียดกลุ่มชนต่างๆ โดยเฉพาะชาวมุสลิม ซึ่งทรัมป์มักหาเสียงด้วยการกล่าวหาว่าชาวมุสลิมนั้นไม่ชอบชาวอเมริกา  โดย Stanson มองว่าการต่อต้านการหาเสียงของทรัมป์ไม่ใช่ประเด็นด้านการเลือกข้างระหว่าง 2 พรรคใหญ่ แต่มันเป็นเรื่องของจริยธรรม

โฉมหน้า Brandon Stanson เจ้าของเพจ Humans of New York ที่ตีแผ่ชีวิตของชาวเมือง New York ตั้งแต่ระดับผู้บริหารถึงขอทาน และเจ้าของเพจที่มีจำนวนไลค์ถึง 17 ล้านคน (stateofformation.org)

 

เนื้อหาของจดหมายเปิดผนึกที่ทางเจ้าของเพจ Humans of New York ได้เขียนถึงทรัมป์มีหลายเรื่อง โดยได้พูดถึงการหาเสียงของทรัมป์ที่มักจะมีวิธีการสกปรก เช่นการพูดถึงพวกคลั่งสีผิว การ tweet เนื้อหาที่ให้ร้ายกับอิสลาม หรือการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของเขา ซึ่งตลอดระยะเวลาหาเสียงของทรัมป์ ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนในสหรัฐอเมริกา โดยมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ที่ไม่เห็นด้วย ประเด็นที่ทาง Stanson นำมาเขียนในจดหมายมีทั้งเรื่องเกี่ยวกับผู้อพยพ โดยเฉพาะชาวมุสลิมที่ทรัมป์พูดติดตลกว่า เขาจะเป็นคนนำเอากระสุนที่บรรจุเลือดสุกรมาใช้ในการปราบผู้ก่อการร้าย หรือการขับไล่ผู้ประท้วงชาวมุสลิมที่ประท้วงการหาเสียงของทรัมป์อย่างสันติ หรือการเปรียบเทียบผู้อพยพว่าเป็นงูพิษร้าย

 rose-hamid
Rose Hamid ยืนประท้วงการหาเสียงของ Trump ในรัฐ South Carolina เมื่อตอนที่ Trump พูดว่า ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมีความเกี่ยวข้องกับ ISIS (metro.co.uk)

 

Stanson กล่าวว่าตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ทำเพจ Humans of New York ขึ้นมา เขาไปสัมภาษณ์ชาวมุสลิมมากกว่า 100 คน โดยสุ่มเลือกจากท้องถนนใน อิรัค และปากีสถาน นอกจากนี้เขายังได้สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย และอิรัค ในประเทศต่างๆ ที่เขาเดินทางไป เขาว่าคนที่น่ารังเกียจนั้นก็คือตัวทรัมป์นั่นเอง ทรัมป์ไม่ใช่คนที่จะมาเป็นผู้ที่จะมาหลอมรวมชาวอเมริกันให้เป็นหนึ่งอันเดียวกัน ทรัมป์ไม่เหมาะสมที่จะเรียกตัวเองว่าตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ทรัมป์ไม่ใช่เหยื่อของความเกลียดชังที่ทรัมป์มักจะกล่าวถึงตัวเขาเอง แต่ทรัมป์เองเป็นคนที่จุดไฟความเกลียดชัง และความรุนแรงเพื่อแสวงหาอำนาจให้ตัวเขาเอง และคำพูดของทรัมป์เองจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

humans-of-new-york-2

บทความที่ทางเพจ Humans of New York ที่ได้สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในสหรัฐอเมริกาที่ลงอยู่บนหน้าเพจ ซึ่ง Brandon Stanson เป็นช่างภาพและสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง

 

HONY หรือ Humans of New York เป็นแฟนเพจยอดนิยมที่ตีแผ่ชีวิตของคนในสหรัฐอเมริกา โดยมีจำนวนการกดไลค์ถึง 17 ล้านไลค์ ภายในระยะเวลา 2 ปี  Humans of New York ได้ตีแผ่ชีวิตของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเมื่อปลายปี 2015 โดยเจ้าของเพจ Brandon Stanson ผู้ซึ่งเคยทำงานเป็นผู้ค้าตราสารหนี้ในตลาดหุ้น จุดเปลี่ยนชีวิตของเขาเกิดขึ้นในเดือนมกราคมปี 2010 เมื่อได้กล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเองครั้งแรก สิ่งที่สะดุดใจเขามากที่สุดคือผู้คนมหาศาลที่แตกต่างหลากหลายและดูจะเร่งรีบไปเสียหมด เขาถ่ายรูปพอร์ตเทรตคนแล้วตั้งชื่ออัลบั้มในเฟซบุ๊กว่า “Humans of New York” ก่อนจะเปิดเป็นแฟนเพจในชื่อเดียวกัน ภาพของเขาจึงไม่ใช่แค่ภาพถ่ายคนธรรมดา แต่คือการฉายภาพให้เห็นถึงความฝัน ความหวัง ความสุข ความทุกข์ของคนธรรมดา ซึ่งยิ่เป็นเรื่องราวของคนในนิวยอร์กที่มีความหลากหลายและและมีสไตล์อยู่แล้วก็ยิ่งทำให้เข้าถึงคนทั่วไปได้มาก

มากกว่านั้น เรื่องราวของคนแปลกหน้าของเขาก็ถูกขยายออกไปมากกว่าแค่เมืองนิวยอร์ก Stanson จับมือกับองค์การสหประชาชาติ เดินทางไปตามที่ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อสัมภาษณ์และถ่ายภาพผู้คน เช่น ประเทศอิหร่านหรือปากีสถาน ปัญหาผู้ลี้ภัยนั้นถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศกำลังจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน การที่ Stanson กระโดดเข้ามาในประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตระหนักถึงปัญหาทางสังคมของเขา เมื่อไม่นานมานี้ เขายังจับมือกับ UNHCR (United Nations High Commissioner for Refugees) หรือ ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ลี้ภัยจากซีเรียที่มาพักอาศัยอยู่ในยุโรป เพจของเขาสร้างแรงกระเพื่อมได้อย่างมหาศาล เขาตีแผ่ปัญหาผู้ลี้ภัยในมุมของปัจเจกชนได้อย่างมีชีวิตชีวา เขาทำให้คนที่ตามเพจของเขารับรู้และตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จนเกิดการลงมือช่วยเหลืออย่างจริงจัง Stanson เขียนไว้ในเพจว่า “ผมหวังว่าพวกคุณจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับผมว่า ผู้อพยพแต่ละคนต่างแบกเรื่องราวที่โศกเศร้าซึ่งเต็มไปด้วยความรุนแรงและความกลัว” เขาลงท้ายด้วยว่าคนที่อยากช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสามารถไปบริจาคเงินให้กับ UNHCR ได้

และนี่คือเนื้อหาของจดหมายที่ทางเพจ Humans of New York ได้โพสเอาไว้บนหน้าเพจ

 

จดหมายเปิดผนึกถึง โดนัลด์ ทรัมป์

ผมพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผมปฏิเสธที่จะสัมภาษณ์ผู้สมัครหลายท่าน ผมไม่อยากเสี่ยงที่จะเลือกข้างในการเลือกตั้งที่ดุเดือด ผมคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก แต่ตอนนี้ผมคิดแล้วว่า มันไม่มีเวลาไหนที่สมควรจะแสดงจุดยืนในการต่อต้านอคติและความรุนแรงยิ่งไปกว่าเวลานี้อีกแล้ว เพราะผมและชาวอเมริกันหลายล้านคนเห็นพ้องกันว่า การต่อต้านคุณไม่ใช่การตัดสินใจเลือกข้างทางการเมืองอีกต่อไป แต่มันเป็นเรื่องของจริยธรรม

ผมเห็นคุณรีทวีตภาพเหยียดชาติพันธุ์ เห็นคุณเผยแพร่เรื่องโกหกหลายต่อหลายครั้ง ผมเห็นคุณพล่ามตลอด 48 ชั่วโมงในเรื่องคนขาวที่เป็นชาติพันธุ์อันสูงส่ง แล้วยังยุยงให้ผู้สนับสนุนคุณใช้ความรุนแรง และสัญญาว่าจะจ่ายค่าตอบแทนที่ถูกต้องตามกฏหมายให้กับคนที่ใช้ความรุนแรงตามคำยุยงของคุณ

ผมเห็นคุณสนับสนุนการทรมานและสังหารครอบครัวผู้ก่อการร้าย ผมเห็นคุณเล่าเรื่องการสังหารชาวมุสลิมด้วยกระสุนปืนเปื้อนเลือดหมูอย่างกระดี๊กระด๊า ผมเห็นคุณเปรียบเทียบผู้ลี้ภัยเป็นงูพิษ และเอาแต่พร่ำบอกว่ามุสลิมเกลียดพวกเรา

มิสเตอร์ ทรัมป์ ในฐานะที่ผมเป็นสื่อมวลชนคนหนึ่ง ตลอดระยะเวลาสองปีมานี้ ผมเคยสัมภาษณ์ชาวมุสลิมจำนวนมากมาย ทั้งบนถนนในอิหร่าน อิรัก และปากีสถาน และยังสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียและอิรัก ที่เดินทางข้ามแดนกว่าเจ็ดประเทศ ผมขอบอกเลยว่า คนที่มีแต่ความเกลียดชังน่ะ มีแค่คุณคนเดียว

พวกเราต่างจับตาการเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนโฉมภาพลักษณ์ของตัวเองเป็นอันขาด คุณไม่ใช่ผู้นำที่จะรวมคนให้เป็นหนึ่งเดียว คุณไม่คู่ควรที่จะเป็นประธานาธิบดี คุณไม่ใช่เหยื่อของความรุนแรงที่คุณสร้างเรื่องขึ้นมาเองในช่วงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คุณเป็นคนกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงเพียงเพื่อแสวงอำนาจส่วนตน และต่อให้คุณจะใช้คำพูดอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มันก็ไม่ช่วยเปลี่ยนแปลงตัวตนของคนอย่างคุณได้เลย

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Nasae Reungprach

Nasae Reungprach

นักแปลมือสมัครเล่น ศึกษาพฤติกรรม และความคิดเห็นของผู้ใช้สังคมออนไลน์ต่างๆ รักการอ่าน และมักจะเก็บเรื่องราวในแวดวงต่างๆ มาคิดและนำมาคิดต่อยอดเพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมมาอ่านกันง่ายๆ มากกว่าปีละ 7 บรรทัด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปิดโหมดสีเทา