Chapter 1: คาบสมุทร Anatolia สัมผัสเมืองโบราณ ชมทะเล เที่ยวภูเขา นอนถ้ำ เยี่ยมนครใต้ดิน บินไปกับบอลลูน

 

“เฮ้ยแก Ukraine Airline มีโปรวันนี้วันสุดท้าย” ทริปนี้เริ่มจากตั๋วเครื่องบินราคาถูก!

 

เป็นเหตุให้เราต้องเชคเส้นทางที่ได้ราคาโปรโมชั่นทันที ซึ่งมีหลายเมืองในยุโรปเลย ตั้งแต่ Moscow, Paris, Frankfurt, Rome, Athens, Istanbul ฯลฯ ซึ่งตัดสินใจไม่ยากเลยว่าจะไปที่ไหน เพราะอิสตันบูล เป็นจุดหมายอันดับแรกๆในโลกนี้ที่เราอยากจะไปเยือนอยู่แล้ว และแน่นอนที่สำคัญ ตุรกีเป็นประเทศมุสลิม อาหารการกินฮาลาลไว้ก่อน เป็นอันสบายใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบิน BAMGKOK-ISTANBUL ทันที ในราคาไป-กลับต่อคนที่สบายกระเป๋ามาก

ก่อนเดินทาง หวั่นใจเล็กน้อยว่าจะสามารถเที่ยวเองได้โดยสวัสดิภาพและปลอดภัยหรือเปล่า แต่การท่องเที่ยวของเราคือการที่เราอยากจะไปพบเจอผู้คน วัฒนธรรมที่หลากหลาย และธรรมชาติอันสวยงามของโลกใบนี้ ที่พระองค์อัลลอฮ์ได้สร้างขึ้นมา เพื่อให้เราได้นึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์นั่นเอง หน้าที่ของเราคือขอให้พระองค์ทรงคุ้มครองเราตลอดการเดินทาง นอกจากนั้น เราหาข้อมูลก่อนการเดินทางตาม Review ต่างๆ สรุปออกมาคร่าวๆ ว่า  Trip นี้เราจะใช้เวลา 9 วัน 7 คืน กับ 3 เมืองหลัก คือ Istanbul, Pamukkale, Goreme

 

ประเทศตุรกี มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐตุรกี ดินแดนแห่งอารยธรรมสองทวีป เป็นการผสมผสานกันระหว่างเอเชียเเละยุโรป ได้แก่ ทวีปยุโรปทางตอนใต้ ที่เรียกว่า เทรซ (Thrace) และ ทวีปเอเชียทางฝั่งตะวันตก ที่เรียกว่า อนาโตเลีย (Anatolia) โดยส่วนที่แยกอนาโตเลีย และเทรซ ออกจากกันคือ ทะเลมาร์มารา ช่องแคบบอสฟอรัส และช่องแคบดาร์ดะเนลส์ มีพรมแดนทางด้านทิศตะวันออกติดกับประเทศจอร์เจีย อาร์มีเนีย อาเซอร์ไบจาน และอิหร่าน ส่วนพรมแดนทางด้านทิศใต้ติดกับอิรัก ซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับกรีซ บัลแกเรีย และทะเลอีเจียน ทางเหนือติดกับทะเลดำ ตุรกีถือเป็นประเทศที่มีทำเลที่ตั้งดีมากๆ เพราะ มีทะเลล้อมรอบ ถึง 3 ด้าน เมืองหลวง คือ กรุงอังการา (แต่เมืองที่มีประชากรมากที่สุด คือ อิสตันบูล) คนส่วนใหญ่เป็นชาวเติร์ก 85% ชาวเคิร์ด 10% และที่เหลือ คือ ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายต่างๆ ภาษาราชการได้แก่ ภาษาเตอร์กิช และมีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ

ส่วนเรื่องเวลา เวลาของ ตุรกี เร็วกว่าเวลามาตรฐานกรีนิช 2 ชั่วโมง และ ช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง ในฤดูหนาว (เริ่มประมาณเดือนตุลาคม) แต่ฤดูร้อน (เริ่มประมาณ มีนาคม) จะช้ากว่าเมืองไทย เพียง 4 ชั่วโมง

และแล้วก็ถึงวันเดินทาง เราเดินทางจากสุวรรณภูมิไปรอต่อเครื่องที่เมืองเคียฟ ประเทศยูเครน และนั่งเครื่องอีกต่อมาลงที่อิสตันบูล อากาศในช่วงเดือนมิถุนายน ถือว่าเป็นหน้าร้อนของตุรกี อุณหภูมิประมาณ 15-18 องศา กลางวันยาวนาน กว่าฟ้าจะมืดประมาณ 3 ทุ่ม ทำให้เราสามารถเดินเที่ยวได้สบายๆเลยค่ะ

 

เราถึงอิสตันบูลกันประมาณเที่ยงคืน พักที่อิสตันบูลก่อน 1 คืน เดินทางจากสนามบินมาที่พักย่าน Taksim โดยรถประจำทาง HAVATAS ฝนตกปรอยๆ ตลอดทางต้อนรับเราเป็นด่านแรก เนื่องจากภารกิจวันถัดไปต้องรีบตื่นเพื่อไปรอขึ้นเครื่องบินไปยังเมือง Izmir ทำให้เราต้องเรียก Taxi จากจุดลงรถประจำทางไปยังที่พักแบบเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะเราไม่รู้ทางกันเลย ค่า Taxi ที่ตุรกีแพงมาก สำหรับคืนนั้น เราโดนกันไป 50 ลีร่าตุรกี หรือประมาณ 750 บาท ในระยะทางไม่ถึง 500 เมตร ถ้าใครจะไป ไม่จำเป็นห้ามเรียก Taxi เด็ดขาดนะจ๊ะ

วันถัดไปเมื่อลงเครื่องที่เมือง Izmir แล้ว เรานั่งรถประจำทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางของเราคือเมืองริมทะเลอีเจียน ที่ชื่อว่า เซลจุก (Selcuck) เพื่อไปชมเมืองโบราณเอฟิซุส (Ephesus) เป็นเมืองที่มีมาก่อนยุคคริสตกาล ผ่านยุคกรีก และรุ่งเรืองที่สุดในยุคโรมัน ซึ่งในปัจจุบัน เอฟิซุส ถือเป็นเมืองโบราณที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของตุรกี และของโลก สถานที่ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงคือ  The Library of Celsus หอสมุดประจำเมือง เป็นอาคารหอสมุดที่ด้านหน้าของอาคารทำด้วยหินอ่อนที่ยังคงดูสมบูรณ์ และสวยงามมาก ส่วนภายในถูกทำลายไปหมดแล้ว

และ โรงละครเอฟิซุส   เป็นโรงมหรสพโบราณ จุคนได้ 30,000 คน ถือว่าเป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่มากๆ และใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณทั้งหมดในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางเวทีตรงกลาง (และที่น่าสนใจคือ ถ้าคุณ ไปยืนอยู่ตรงกลาง แล้วร้องเพลง เสียงมันจะก้องกังวาลไปทั่ว เหมือนมีระบบสเตอริโอ อยู่เต็มโรงละครเลยทีเดียว) ซึ่ง ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นบางครั้งคราว

 

 

กลับมายังตัวเมืองเซลจุกอีกครั้งเพื่อรอรถไปยังปามุคคาเล่ (Pamukkale) ระหว่างทางขาไปและขากลับเกิดผิดพลาดเรื่องเที่ยวรถและท่ารถเล็กน้อย ทำให้เราต้องนั่งรถไปยังอีกท่ารถนึง ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นโชคดีที่ทำให้เราได้มีโอกาสนั่งรถชมบรรยากาศรอบๆเมืองเซลจุกแบบทั่วถึง อัลฮัมดุลิลลาฮ์ เมืองเซลจุกเป็นเมืองริมทะเลอีเจียนที่มีทิวทรรศน์สวยงามมากด้วยภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาริมฝั่งทะเล เมืองตรงข้ามอีกฝั่งหนึ่งของทะเลอีเจียนคือกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ในตัวเมืองเซลจุกเป็นลักษณะเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ริมฝั่งทะเลคล้ายกับพัทยา ที่ท่ารถมีตลาดอยู่ด้านหลัง เราไปเดินเล่นกันฆ่าเวลารอขึ้นรถ ผู้คนสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และอัธยาศัยดีมากๆ แค่เมืองแรกเราก็หลงรักตุรกีไปเรียบร้อยแล้ว

 

การเดินทางเซลจุกมาถึง Pamukkale ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ถึง Pamukkale ก็ได้เวลานอนพักผ่อนพอดี และโชคดีที่เราสามารถได้ที่พักที่อยู่ใกล้ปราสาทปุยฝ้ายมากที่สุดในย่านนั้นเลย  เราตื่นเต้นที่จะได้เห็นปราสาทปุยฝ้ายด้วยสองตาของตัวเองมากๆ ซึ่งภาพที่เห็นต่อหน้าในยามเช้าของวันถัดไปนั้น ก็คุ้มกับการมาเยือนจริงๆ เป็นสถานที่ที่แปลกตามากๆ หินปูนสีขาว เมื่อกระทบกับแสงแดดและตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า ยิ่งทำให้ดูขาวเหมือนปุยฝ้าย สวยงามมาก แทบไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะได้มายืน ณ สถานที่นี้จริงๆ วันนี้ทั้งวันเราใช้เวลาอยู่ที่ปราสาทปุยฝ้ายแบบเต็มอิ่ม

 

ปามุกคาเล่ (Pamukkale) เป็นภาษาเติร์ก แปลว่าปราสาทปุยฝ้าย เป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ที่เกิดจากน้ำแร่ที่มี carbonate ไหลทับถมมาเป็นเวลานาน

เฮียราโพลิส (Hierapolis) แปลว่านครศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ต่อมาตกเป็นของพวกโรมัน ที่นี่มีน้ำแร่ช่วยบำบัดโรค ผู้คนเลยมาตั้งเมืองบนนี้ นอกจากนี้ยังมีวิหารเทพอพอลโล เเละมีโรงละครโรมัน ยิ่งใหญ่อลังการไม่เเพ้ที่เอฟิซุส ทั้งเฮียราโพลิสและปามุกคาเล่ ถือเป็นมรดกโลกร่วมทั้งด้านธรรมชาติและด้านวัฒนธรรม โดยองค์การ UNESCO

และแล้วเราก็ต้องโบกมืออำลา Pamukkale เพื่อเดินทางไปยัง Highlight ของทริปนี้ คือเมือง Goreme ซึ่งเป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งบนพื้นที่ภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ของแคว้น คัปปาโดเคีย (Cappadoccia) การเดินทางระหว่าง Pamukkale ไปยัง Goreme เราใช้รถบัส และใช้เวลา 1 คืนเต็ม

พื้นที่ของ Cappadoccia มีภูมิประเทศแปลกตาอย่างกับอยู่โลกอื่น หินเหล่านี้ถูกทำเป็นที่อยู่อาศัยเเละโบสถ์ บริเวณนี้มีเนื้อหินที่อ่อนมากๆ ทำให้เจาะเป็นโพรงได้ง่าย สามารถทำเป็นที่อยู่อาศัยหลบภัยสำหรับชาวคริสต์ในยุคแรกๆ พวกเค้าต้องหลบภัยจากพวกโรมัน และแอบสร้างโบสถ์ตามหินพวกนี้ ภายในโบสถ์มีรูปวาดเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ด้วย โรมันพยายามกำจัดชาวคริสต์ พวกเค้าเลยต้องมาแอบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้ ตามเเหล่งหินเเละนครใต้ดิน เมือง Goreme เป็นเมืองเล็กที่เราสามารถเดินรอบเมืองได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว เราถึงแต่เช้ารีบเข้าที่พัก ที่พักใน Goreme เกือบทุกที่จะเป็นลักษณะ Cave Hotel คือนอนในถ้ำ เจ้าของโรงแรมที่เมืองนี้เป็นมิตรมากๆ หลังจากนั้นเราก็เริ่มสำรวจเมืองนี้ทันที เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ในเมือง มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านพรมสวยๆ มากมาย สัญลักษณ์ที่มีให้เห็นกันทั่วไปที่นี่คือ Evil Eye หรือดวงตากันชัยฏอน คนในเมืองนี้จะมีใช้กันทุกบ้าน เป็นการประดับตกแต่งบ้านไปในตัว สำหรับนักท่องเที่ยวก็สามารถซื้อไปเป็นของฝากได้

 

 

เมื่อเดินในเมืองเสร็จเราเริ่มดูแผนที่เพื่อที่จะเดินไปยังสถานที่รอบๆ จุดหมายของเราคือดูพระอาทิตย์ตกที่ Pigeon Valley ซึ่งเราจะต้องผ่านเมือง Uchisar หรือเรียกว่าปราสาท Uchisar เราไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้มาเลย แต่เมื่อเดินไปถึงช่วงเย็นเพื่อรอชมวิวพระอาทิตย์ตกที่นั่น บรรยากาศในเมืองเงียบสงบมาก มากจนทำให้รู้สึกประหลาดใจ เหมือนเราหลุดเข้าไปอีกที่ดินแดนหนึ่ง ผู้คนในเมืองที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจะเป็นผู้สูงอายุเสียส่วนใหญ่ ที่พัก สวยงาม ดูหรูหรา เสมือนเมืองตากอากาศสำหรับเศรษฐี ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ ตัวเมืองอยู่สูงกว่าเมืองอื่นๆ ในบริเวณนี้ ทำให้สามารถชมวิวของ Cappadocia ได้กว้างสุดลูกหูลูกตา โดยรวมเราประทับใจเมืองนี้มากที่สุด และแล้วเราก็เดินเลยเมืองนี้ไปถึง Pegion Valley เป็น Valley ที่มีนกพิราบอาศัยอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ได้เวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพอดี

 

 

วันรุ่งขึ้นคือที่สุดของที่สุด เพราะเรากำลังจะไปขึ้นบอลลูนกันแล้ว! ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปขึ้นบอลลูน เป็นอีกประสบการณ์ในชีวิตที่ไม่มีวันลืมแน่นอน ในบอลลูน Flight หนึ่งจะรับผู้โดยสารได้ประมาณ 20 คน เราจะพบเพื่อนใหม่จากทั่วทุกมุมโลกในการขึ้นบอลลูน มีกัปตันคอยบังคับบอลลูนอีก 2 คน ความประทับใจในการขึ้นบอลลูนที่ Cappadocia นี้ อยู่ที่ทิวทรรศน์มุมสูงที่เรามองลงมาเจอนั่นเอง ขอยืนยันว่า Cappadocia สวยมากๆ เกินคำบรรยายจริงๆ เมื่อกัปตันพาลูกเรือทุกคนลงสู่พื้นดินโดยสวัสดิภาพ ตามธรรมเนียมโบราณจะมีการฉลองด้วยแชมเปญ ซึ่งในการขึ้นบอลลูนครั้งนี้เราก็ได้มีโอกาสลงมา Celebrate with Champagne กับเพื่อนๆร่วมไฟลท์ ซึ่งแน่นนอน ทุกอย่างฮาลาล! ใครมีโอกาสไปห้ามพลาดบอลลูน Flight เด็ดขาดค่ะ

บอลลูนที่ Cappadocia

บอลลูนที่ Cappadocia

 

ช่วงสาย เราซื้อ 1 Day Tour เพื่อที่จะเที่ยวรอบ Cappadoccia ให้ครบ ซึ่งแต่ละที่ที่ไปแปลกตา และสวยงามทุกที่ ตั้งแต่ Selime Rock Monastery ลักษณะเหมือนจอมปลวกขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยของนักบวชชาวคริสต์ในสมัย ศตวรรษที่ 13, Ihara Canyon เป็นหุบเขาที่ยาวถึง 14 กิโลเมตร มีจุดโค้ง 26 จุด มีความเชื่อว่ามีอยู่ช่วงนึงที่ผู้คนอาศัยอยู่ในหุบเขาเเห่งนี้กว่า 8 หมื่นคน มีบ้านมากกว่า 4,000 หลังเเละมีโบสถ์มากกว่า 100 โบสถ์ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนอาศัยอยู่ หากเดินเท้า ใช้เวลา 1 วันเต็มๆ จากนั้น เราจบ 1 Day Tour ที่เมืองใต้ดิน Derinkuyu underground city ที่คัปปาโดเกียมีเมืองใต้ดิน 36 ที่ด้วยกัน เราเดินตั้งเเต่ชั้นเเรกจนถึงชั้น 8 ชั้นสุดท้าย

 

สำหรับวันนี้ถือว่าเป็นวันที่น่าประทับใจอีก 1 วันของทริปนี้ และก็เป็นวันสุดท้ายที่ Goreme ด้วย ทุกสถานที่ที่ไปนั้น สร้างความประทับใจให้เราแตกต่างกันไป ผู้คน อาหาร อากาศ บรรยากาศ ภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์ ความประทับใจที่ได้พบเจอนั้นมากพอที่จะทำให้เราหลงรักตุรกีไปโดยไม่รู้ตัว

นี่เป็นเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของทั้งทริปที่เราไปเยือน รุ่งเช้าวันถัดไป เราจะเดินทางกลับไปยังดินแดน 2 ทวีป Istanbul

(ติดตาม เรื่องราวของ Istanbul เท่านั้น ได้ใน Halal Life ฉบับหน้า)

 

เก็บตก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  • ตุรกีเป็นกระเทศที่มีอารยธรรม และประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน การเดินทางไปด้วยตัวเอง แนะนำให้ศึกษาประวัติของแต่ละสถานที่ไว้บ้าง เพราะการไปเที่ยวโดยไม่ทราบที่มาที่ไปของแต่ละสถานที่เลยนั้น เราอาจจะรู้สึกแค่ว่า นี่เรามาเที่ยวดูซากปรักหักพังเฉยๆ รึเปล่า
  • คนตุรกีอัธยาศัยดีมากจริงๆ ทุกคนเป็นมิตร และส่วนใหญ่ที่พบเจอนั้น ไว้ใจ้ได้ เป็นมุสลิมที่ดีมีอะมานะห์(ความรับผิดชอบ) อิสลามเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนที่นี่อย่างแยกไม่ออก ที่เห็นได้ชัดคือ คนส่วนใหญ่จะถือตัสเบียะห์(คล้ายๆ ลูกประคำ)ติดตัวตลอดเวลา เราเป็นมุสลิมไปเที่ยวเห็นแล้วยิ้มเลย
  • ค่าที่พักที่ตุรกี ไม่ค่อยแพงถ้าเทียบกับคุณภาพ แต่ค่าอาหารค่อนข้างแพง ราคาต่อคนต่อมื้ออยู่ที่ประมาณ 400-700 บาท

Written By ZanMare
a.sumarmarn@yahoo.com

[bws_related_posts]

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปิดโหมดสีเทา