การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากการเห็นภาพถ่ายคนจับปลากลางทะเลสาบอินเล เมืองยองชเว ประเทศพม่า เพื่อนบ้านด้านทิศตะวันตก

มากกว่าภาพถ่ายหนึ่งภาพ ที่อยากไปเห็น – ทริปพม่าจึงเกิดขึ้นในขณะที่หัวใจยังหวั่น

ประเทศพม่า ในสายตาคนมุสลิมอย่างผม ที่รับรู้เรื่องราวของพี่น้องมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพม่า(อย่างที่ทุกคนรู้กัน)มาเป็นระยะ สร้างความรู้สึกกังวลเล็กๆ ให้เกิดขึ้นในหัวใจ ว่าเมื่อเราเดินทางไปถึงจะพบเจอกับอะไร และพี่ๆ ชาวพม่าจะมีท่าทางกับเราที่เป็นคนมุสลิมอย่างไรบ้าง

การเดินทางไปยังทะเลสาบอินเล ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองยองชเว นั้นต้องเริ่มต้นจากกรุงย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงของประเทศพม่า ที่ปัจจุบันย้ายไปยังกรุงเนปิดอร์ แต่ถึงจะเป็นเพียงอดีตเมืองหลวง แต่สำหรับผู้คนชาวพม่าที่นี่คงยังเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของพวกเขา

2

8

เมื่อถึงย่างกุ้งคนขับรถเช่าที่เรานัดหมายเอาไว้ก็มาต้อนรับด้วยท่าทีที่เป็นมิตร พร้อมกับเสนอภารกิจแรกของการเหยียบแผ่นดินพม่านั่นคือการหาอาหารใส่ท้อง เราจึงต่อรองด้วยการขอเป็นร้านอาหารมุสลิม ซึ่งพี่พม่าคนขับรถเช่าตอบทันทีว่าไม่มีปัญหา

ที่จริงก็พอรู้มาบ้างว่าอดีตเมืองหลวงอย่างกรุงอย่างกุ้งนั้นมีมุสลิมอาศัยอยู่ แต่ไม่คิดว่าจะมีร้านอาหารมุสลิมเยอะขนาดนี้ และในที่สุดภารกิจแรกบนแผ่นดินพม่าของเราก็ลุล่วงด้วยการลิ้มลองอาหารฮาลาลแบบชาวพม่า ที่รสชาดมันๆ เค็มๆ แบบบอกไม่ถูก

หลังจากท้องอิ่ม ผมก็ใช้เวลาเดินเล่นในย่างกุ้งหลายชั่วโมง ที่นี่เราจะพบเจอชาวพม่ามุสลิมอยู่ทั่วทั้งเมือง สังเกตได้จากผู้หญิงคลุมฮิญาบ ส่วนผู้ชายนั้นแยกไม่ออกจริงๆ เพราะส่วนใหญ่ก็นุ่งโสร่งกันทั้งเมือง ทำให้แอบคิดว่า บางทีปัญหาที่เกิดกับชาวโรฮิงญาที่รัฐยะไข่นั้นอาจไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างศาสนาเพียงอย่างเดียวก็เป็นได้ เพราะไม่เช่นนั้นมุสลิมในย่างกุ้งคงอยู่กันลำบาก แต่เท่าที่สายตาผมมองเห็น เด็กนักเรียนที่นี่ก็สวมใส่ฮิญาบไปโรงเรียนกันเป็นปกติ

4

10

11

เมื่อตะวันเริ่มคล้อย ก็ถึงเวลาที่เราต้องบอกลาย่างกุ้งเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองยองชเว สำหรับนั่งท่องเที่ยวการเดินทางไปยังเมืองยองชเว มีเพียงทางเดียวคือรถบัสเท่านั้น ซึ่งจะมีรถเพียงเที่ยวเดียวในช่วงเย็นของทุกวัน ใช้เวลาเดินทางหนึ่งคืนเต็ม โดยจะถึงเมืองยองชเวในตอนรุ่งสาง และรถบัสคันนี้ก็กลายเป็นที่นอนคืนแรกของเราในพม่า

5

เช้าวันถัดมา ภารกิจแรกของเราหลังเดินทางมาถึงเมืองยองชเว นั่นคือการเดินตลาดเช้า ภารกิจที่ผมขาดไม่ได้เวลาเดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง

การเดินตลาดพื้นเมืองในตอนเช้า มันทำให้เราเห็นและสัมผัสถึงความเป็นอยู่ของคนที่นั่น ว่าเขาอยู่กันแบบไหน กินกันอย่างไร มันมีเสน่ห์อย่างที่ไม่ต้องปรุงแต่ง มันงดงามอย่างที่มันเป็น

6

1

3

7

หลังสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนและกินอาหารในตลาดเช้าเสร็จเรียบร้อย เราก็จะออกเดินทางไปชมความงามของทะเลสาบอินเลกันในวันนี้เลย

ท่าเรือที่จะพาเราล่องทะเลสาบก็อยู่ไม่ห่างจากตลาดมากนัก สามารถเดินเท้าไปติดต่อกับคนเรือที่ท่าได้เลย ว่าเราต้องการไปที่ไหนบ้าง ราคามาตรฐานสำหรับการล่องทะเลสาบ อยู่ที่ 15,000 จ๊าต หรือประมาณ 437 บาทต่อวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่ถ้าหากเราต้องการไปที่อื่นนอกเหนือจากโปรแกรมก็สามารถคุยกับคนขับเรือได้เลย อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

แล่นเรือออกไปสักพักเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง จากที่เคยเห็นแค่เพียงภาพถ่าย วันนี้ภาพของชาวอินทาที่หาปลาอยู่กลางทะเลสาบอินเลปรากฏอยู่ตรงหน้าของผมแล้ว แสงสีส้มของแดดยามเช้ากระทบผิวน้ำเป็นประกายช่วยขับบรรยากาศของทะเลสาบอินเลและชาวอินทาบนเรือของพวกเขาให้ยิ่งดูขลัง ภาพแบบนี้สะกดผมหรือใครก็ตามที่ได้ไปสัมผัสด้วยตาของตัวเองได้ไม่ยาก

16

18

17

19

ชาวอินทาเป็นชนเผ่าโบราณที่มาตั้งรกรากที่ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่กลางหุบเขา อยู่สูงกว่าระดับนำทะเลเกือบ 900 เมตร มีขนาดกว้างใหญ่สุดลูกตา แต่น้ำที่นี่มีความลึกเพียง 2-8 เมตรเท่านั้น

อินทา หมายถึง ลูกทะเลสาบ การพายเรือด้วยการเอาขาหนีบไม้พายไว้ข้างหนึ่งถือเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของการมาเที่ยวที่ทะเลสาบอินเล ท่าพายเรือแบบนี้สืบทอดกันมานาน จนไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นผู้เริ่มต้น ปัจจุบันมีชาวอินทากว่า 70,000 คน อาศัยอยู่บริเวณทะเลสาบอินเล พวกเขายังชีพด้วยการจับปลา ทำเกษตรลอยน้ำ และอุตสาหกรรมพื้นบ้าน แต่ที่อาจกำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิถีชีวิตพวกเขาคือรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวที่มีแน้วโน้มเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ แอบวิตกนิดหน่อยว่า เมื่อรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตกว่าการหาเลี้ยงชีพแบบเดิมๆ วิถีชีวิตของพวกเขาในอนาคตจะมีหน้าตาอย่างไร และเราจะยังสามารถเดินทางมาสัมผัสภาพชาวอินทาหาปลาอยู่กลางทะเลสาบอินเลได้ไหม หรือสุดท้ายแล้วเราจะเห็นได้แค่เพียงจากภาพถ่ายเท่านั้น

จะว่าไปคงไม่มีเหตุผลที่เราจะแช่แข็งใครหรือะไรไว้กับอดีต พม่ากำลังต้องพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงอีกระลอกใหญ่ ชาวอินทาจะยังคงหาปลาหรือจะเปลี่ยนไปขับเรือรับนักท่องเที่ยว นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาเลือกภายใต้เงื่อนไขชีวิตของตัวเอง วิถีชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนหรือไม่คงไม่ใช่ปัญหาของเรา ปัญหาของเราคือเราออกเดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตเหล่านั้นด้วยตัวเองหรือยัง หรือยังคงนั่งมองมันผ่านภาพถ่ายและพร่ำบ่นเมื่อภาพเหล่านั้นกลายเป็นเพียงบันทึกทางประวัติศาสตร์

เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางกันเถอะครับ

เรื่อง/ภาพ : ชาดำเย็น

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *