ในอายะฮฺที่ 30-31 ของซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้ทรงตรัสไว้ว่า

إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ إِنَّا لَا نُضِيعُ أَجْرَ مَنْ أَحْسَنَ عَمَلًا

 أُوْلَئِكَ لَهُمْ جَنَّاتُ عَدْنٍ تَجْرِي مِن تَحْتِهِمُ الْأَنْهَارُ يُحَلَّوْنَ فِيهَا مِنْ أَسَاوِرَ مِن ذَهَبٍ وَيَلْبَسُونَ ثِيَابًا خُضْرًا مِّن سُندُسٍ وَإِسْتَبْرَقٍ مُّتَّكِئِينَ فِيهَا عَلَى الْأَرَائِكِ نِعْمَ الثَّوَابُ وَحَسُنَتْ مُرْتَفَقًا

“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย เราจะไม่ให้การตอบแทนของผู้กระทำความดีสูญหายอย่างแน่นอน ชนเหล่านั้นแหละ สำหรับพวกเขาจะได้รับสวนสวรรค์หลากหลายเป็นที่พำนัก มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของพวกเขา ในสวนสวรรค์พวกเขาจะได้ประดับกำไลทอง และสวมอาภรณ์สีเขียวทำด้วยผ้าไหมละเอียดและผ้าไหมหยาบนอนเอกเขนกบนเตียงในสวรรค์ เป็นการตอบแทนที่ดียิ่งและเป็นพำนักที่ดีเยี่ยม”

[ ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ : 30 – 31 ]

 

จากสองอายะฮฺนี้ทำให้เห็นถึงภาพของการตอบแทนที่อัลลอฮฺจะทรงจัดสรรให้กับ “ผู้ศรัทธาที่แท้จริง” ผู้ที่ดำรงตนของพวกเขาในการทำความดี ทำตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามปราม เขาทั้งหลายเหล่านั้นคือผู้ที่จะได้รับรางวัลตอบแทนที่นิรันดร์ นั่นคือ “สวรรค์” นั่นเอง

และเมื่อมองลึกเข้าไปที่ทั้งสองอายะฮฺนี้เราก็สามารถใคร่ครวญต่อได้เป็น 3 ประเด็น

 

1) คำสัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นจริงเสมอ

พระองค์จะไม่ทรงทำการให้การตอบแทนรางวัลของผู้ที่กระทำความดีนั้นสูญหายอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นสำหรับผู้ศรัทธาการเชื่อมั่นในการตอบแทนของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องศรัทธาด้วยกับหัวใจ และยืนหยัดอยู่บนความศรัทธานั้นอย่างแน่วแน่ การตอบแทนเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ แต่การกระทำความดีในทุกๆ วันนั้นเป็นหน้าที่ของเรา

และในฐานะผู้ศรัทธานั้น เราไม่ควรละเลยแม้แต่การงานความดีเล็กๆน้อยๆ เช่น การเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางหรือทำอันตรายบนทางสัญจรก็สามารถทำให้คนๆหนึ่งได้รับสวรรค์จากอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลแล้ว ที่สำคัญคือ “หัวใจ” ของเรา ขณะที่ทำความดี หัวใจเราในขณะนั้น … สูบฉีดเพื่อขับเคลื่อนการทำความดีนั้นเพื่อพระองค์อัลลอฮฺจริงๆรึเปล่า เราทำเพื่อหวังความโปรดปรานจากพระองค์เท่านั้นใช่มั้ย เราไม่ได้หวังคำชื่นชมยินดีปลาบปลื้มจากผู้คนอื่นๆใช่มั้ย

หากทุกความดีงาม การงานต่างๆ ที่เรานั้น เพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลเท่านั้น ก็จงมอบหมายการงานและการตอบแทนไว้ที่พระองค์เถอะค่ะ … แท้จริงคำสัญญาที่อัลลอฮฺให้ไว้กับเรานั้นเป็นจริงและสวยงามเสมอ

 

2) ที่พักอันเป็นนิรันดร์ … สวรรค์อันสถาพร

ในอายะฮฺที่ 31 ได้ทำการบรรยายภาพของสวรรค์เอาไว้ เฉกเช่นเดียวกับอายะฮฺอื่นๆในอัลกุรอ่านที่ได้บรรยายถึงสภาพความสวยงามของมัน สิ่งต่างๆที่อยู่ในนั้น เพื่อให้เห็นภาพความสวยงามเท่าที่ความนึกคิดของมนุษย์คนนึงจะสามารถจินตนาการได้ แต่สวรรค์ที่แท้จริงนั้นมันมากมายกว่านั้น สวยงามกว่านั้น เกินกว่าที่มนุษย์แบบเราๆ จะคิดคาดถึงได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการได้อยู่ในที่สวยงามนั้นอย่าง “นิรันดร์” ไม่มีอีกแล้วความเจ็บป่วย ไม่มีอีกแล้วความเจ็บปวด ไม่มีอีกแล้วการจากลา ไม่มีอีกแล้วน้ำตาที่ต้องไหลริน …. มีเพียงใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน … และอยู่อย่างนั้นไปตลอดกาล แค่คิดตามเท่านี้ความสุขก็พรุ่งพรวดไปถึงไหนต่อไหนแล้วใช่มั้ย แล้วถ้าเราได้เป็นหนึ่งในนั้นล่ะ มันจะ “สุข” มากแค่ไหน

 

3) ความสวยงามที่ล่อลวงสู่การเป็นความงามที่จริงแท้

เราจะเห็นได้ว่าในการบรรยายถึงอาภรณ์และเครื่องประดับต่างๆในสวรรค์นั้นเต็มไปด้วยความสวยงาม หรูหรา และมีคุณค่าและมูลค่ายิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำหรับโลกนี้นั้นอาจจะเป็นความงามที่ล่อลวงเราไปในจุดที่ความศรัทธาของเราสั่นคลอน ความนึกคิดของเราไขว้เขวให้กับความสวยงามจอมปลอมของมันได้ หาก “ความศรัทธา” ที่เรามีต่ออัลลอฮฺ ต่อการตอบแทนของพระองค์ ต่อวันแห่งการตัดสินของพระองค์ไม่มากพอ แต่เมื่อถึงเวลาที่การตัดสินได้ผ่านพ้นไป เราได้พิสูจน์ตัวเองและรู้ถึงความศรัทธาของตัวเราเองแล้ว…. สิ่งมีค่า มีราคา มีความสวยงาม มีความหรูหราเหล่านี้กลับกลายเป็นความสวยงามที่จริงแท้และจีรังยั่งยืน เป็นรางวัลตอบแทนที่อัลลอฮฺได้ทรงจัดเตรียมไว้ให้กับผู้ศรัทธาทุกคน ไปพร้อมกับที่พำนักอันเป็นนิรันดร์นั่นเอง

กำไลที่ทำมาจากทองบริสุทธิ์ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำมาจากไหมละเอียดนุ่มละมุนและไหมหยาบที่ทอด้วยไหมเส้นใหญ่แต่เบาและสวยงาม การได้ถือครองสมบัติต่างๆที่มีค่า การได้นอนเอกเขนกพักผ่อนสบายโดยไม่ต้องทุกข์ร้อนกับการทำงาน ไม่ต้องเดินทางผจญภัยกับรถติดบนท้องถนนอีกแล้ว ทำเพียงนอนเอกเขนกฟังเสียงสายน้ำไหลเรื่อยๆเอื่อยๆไป และมีความสุขอยู่ในสวรรค์พร้อมพรั่งด้วยสมาชิกในครอบครัว …. อินชาอัลลอฮฺ ช่างเป็นภาพแห่งความสุขที่ทุกหัวใจใฝ่หา และการจะได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถูกระบุไว้ ได้ถูกบรรจุไว้ในทางนำแห่งมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว … นั่นคือ “อัลกุรอาน”

หากเราอยากเป็นหนึ่งในผู้ศรัทธา ผู้ที่จะได้รับมรดกแห่งสวงสวรรค์ …. เริ่มต้นวันนี้ด้วยการอ่านและใคร่ครวญอัลกุรอานกันนะคะ และหากใครยังไม่ได้เริ่มต้นเส้นทางการศึกษาอัลกุรอานอย่างจริงจัง … อยากให้ถือโอกาสวันนี้เริ่มต้นไปด้วยกันค่ะ

ทุกวันศุกร์มีซุนนะฮฺมากมายให้กระทำและหนึ่งในนั้นคือการอ่านและศึกษาความหมายของซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่สายตาของเราไม่ได้อ่านและหัวใจไม่ได้ใคร่ครวญซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺนะคะ

 

และอย่าลืมติดตามอ่าน Friday Reminder คอลัมน์เล็กๆที่จะมาเสนอเรื่องราวดีๆจากอัลกุรอานในวันศุกร์ วันอีดแห่งสัปดาห์ กันนะคะ

หากบทความนี้มีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนต้องขอโทษ มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ทุกๆความรู้ที่ดีและยังประโยชน์นั้นล้วนแล้วมาจากผู้สร้าง ผู้ทรงปรานีเหนือปวงบ่าวทั้งปวง และหากมีข้อผิดพลาด ข้อผิดพลาดนั้นเกิดจากความอ่อนรู้ของผู้เขียนทั้งสิ้น และขอให้ทุกคนที่ยังมีลมหายใจในวันศุกร์นี้ ได้รับความรู้ที่ดีและมีประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและสังคมนะคะ อามีน ยาร็อบบฺ

สำหรับผู้ที่มีคำแนะนำติชมสามารถส่งมาได้เลยนะคะ ทาง Halal Life และ คอลัมน์ Friday Reminder รอรับฟังคำแนะนำจากทุกท่านค่ะ

 

Author: Metinee Adam
Sow the Seeds Islamic Homeschool

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts

Metinee Adam

Metinee Adam

คุณแม่ผู้หลงรักงาน DIY และชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ จึงทำให้เธอสนใจงานแปลและงานเขียนโดยเน้นไปที่บทความและหนังสือสำหรับครอบครัวมุสลิม การได้ทำงานเป็นโค้ชให้กับพ่อแม่ในเรื่องของการเลี้ยงลูกด้วยวิถีแห่งอิสลามก็เป็นอีกงานที่เป็นความสุขของเธอ นอกจากนั้นเธอยังทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบสื่อและหลักสูตร Islamic Homeschool โดยใช้ชื่อบ้านเรียนของเธอว่า "Sow The Seeds Islamic Homeschool"
และเขียน Blog เพื่อใช้ในการเก็บร่องรอยแห่งการเรียนรู้ไปพร้อมกับการรีวิวหนังสือดีๆสำหรับครอบครัวมุสลิมไปในเวลาเดียวกัน