fbpx

ฏอริก รอมฎอน กับข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศที่ไม่ชอบมาพากล

ในช่วงที่ผ่านมาหากใครติดตามสื่อกระแสหลักจากต่างประเทศจะเห็นข่าวคราวเกี่ยวกับศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอน ปัญญาชนมุสลิมและนักฟื้นฟูอิสลามชื่อดัง ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอื้อฉาวลวนลามหญิงสาวที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว สื่อกระแสหลักในตะวันตกประโคมข่าวว่าศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอนข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิงมากกว่าหนึ่งราย โดยอ้างอิงจากคำบอกเล่าของหญิงสาวสองคนที่ออกมาให้การว่าตนเป็นหนึ่งในเหยื่อละเมิดทางเพศของศาสตราจารย์ท่านนี้

ด้วยกระแส #metoo ซึ่งเป็นแคมเปญยอดฮิตในช่วงปลายปีที่แล้ว ที่ปลุกระดมให้ผู้หญิงทั่วโลกลุกขึ้นมาออกเสียงและแสดงจุดยืนต่อการคุกคามสิทธิของสตรีด้วยการละเมิดทางเพศ จึงทำให้กรณีพาดพิงของศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอนได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันประเด็นร้อนดังกล่าวก็เป็นข้อกังขาให้กับหลายฝ่ายถึงความน่าเชื่อถือของข้อเท็จจริงและที่มาที่ไปของเรื่องราวที่เกิดขึ้น

การนำเสนอเนื้อหาต่อประเด็นดังกล่าวของสื่อกระแสหลักในตะวันตกส่วนใหญ่นั้นดูเหมือนจะโน้มเอียงและค่อนไปในทางให้น้ำหนักแก่คำให้การของโจทก์ในคดีความดังกล่าวเสียมาก จนดูเหมือนแทบไม่มีพื้นที่และโอกาสให้ศาสตราจารย์ฏอริกซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาได้ยืนยันแสดงความบริสุทธิ์ในทุกข้อกล่าวหาที่อ้างมาได้เลย

ความจริงที่สื่อไม่ได้บอกกล่าว

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมาได้มีแถลงข่าวจากฝ่ายผู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอนโดยใช้แคมเปญและตั้งเพจในเฟซบุ้คภายใต้ชื่อ The Free Tariq Ramadan เพื่อชี้แจงถึงข้อเท็จจริงอีกด้านที่สื่อกระแสหลักไม่ได้บอกกล่าวให้โลกรู้ ซึ่งสาระสำคัญของแถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความดังนี้:

แคมเปญ “The Free Tariq Ramadan” เป็นแคมเปญที่ร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงจุดยืนในการคัดค้านและประณามการจับคุมและกักขังหน่วงเหนี่ยวศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอนอย่างไม่มีกำหนดของทางการฝรั่งเศส อีกทั้งเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของศาลชั้นสูงในฝรั่งเศสที่ดูเหมือนจะพยายามปิดกั้นโอกาสในการต่อสู้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอนไม่ได้ก่อคดีความหรือมีความผิดใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา จึงสมควรได้รับการปลดปล่อยจากการถูกคุมขังอย่างไร้ความเป็นธรรมเช่นนี้

เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอนได้เดินทางไปยังกรุงปารีสด้วยความสมัครใจเพื่อให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงจุดยืนถึงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศฝรั่งเศสท่านจึงให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ด้วยดี แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ท่านกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวและทำการขังเดี่ยวโดยไม่มีกำหนด และยังปิดโอกาสไม่อนุญาตให้ครอบครัวของท่านเข้าเยี่ยมหรือแม้กระทั่งติดต่อกันทางโทรศัพท์แต่อย่างใด ตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันสมาชิกครอบครัวก็ไม่สามารถติดต่อกับท่านได้อีกเลย

มีหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้งว่าศาสตราจารย์ฏอริกน่าจะตกเป็นเหยื่อของข้อกล่าวหาที่มีประเด็นการเมืองเป็นเหตุจูงใจภายใต้ฉากหน้าการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสืบสวนคดีอาชญากรรมโดยเจ้าหน้าที่ผู้กุมอำนาจ เพราะคดีฟ้องร้องที่ทางการฝรั่งเศสกล่าวอ้างนั้นล้วนเป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่ไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือยืนยันเป็นรูปธรรมใดๆ ทั้งสิ้น

ทางการฝรั่งเศสได้ออกหมายสั่งให้คุมขังศาสตราจารย์ฏอริกอย่างไม่มีกำหนดเพื่อวัตถุประสงค์ให้การฟ้องร้องต่อคดีความดังกล่าวมีความหนักแน่นยิ่งขึ้น ทางการได้ฟ้องร้องด้วยว่าท่านมีแผนเตรียมจะหนีออกนอกประเทศจึงมีความจำเป็นต้องกักขังตัวท่านไว้ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงศาสตราจารย์ฏอริกนั้นให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สืบสวนด้วยดีตลอดมาและไม่เคยคิดจะหนีคดีความดังที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ท่านยังอุตส่าห์เดินทางมาที่ฝรั่งเศสเพื่อให้การแก่เจ้าหน้าที่ด้วยความสมัครใจเนื่องจากมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองว่าไม่ได้ทำผิดจริงดังที่ถูกกล่าวหา แม้ว่าท่านจะแสดงให้เห็นว่าเชื่อมั่นในระบบของกระบวนการยุติธรรม แต่ศาลก็ยังตัดสินไม่ให้ท่านมีทางเลือกอื่นใดนอกจากจำคุกสถานเดียว

การกระทำที่ดูแข็งกร้าวผิดปกติพร้อมข้อกล่าวหาและหลักฐานที่ไร้น้ำหนักและประเด็นย้อนแย้งต่างๆ ที่ค้นพบมากมายเหล่านี้จึงยิ่งทำให้ประจักษ์ถึงเงื่อนงำบางอย่างว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง ทีมทนายความของศาสตราจารย์ฏอริกได้แสดงหลักฐานหลายอย่างที่สามารถบ่งบอกได้ว่าข้อกล่าวหาที่โจทก์ใส่ร้ายท่านนั้นไม่มีน้ำหนักและน่าคลางแคลงใจเป็นอย่างยิ่ง

ดังเช่นกรณีหนึ่งในโจทก์ผู้กล่าวหาที่ชื่อว่า “Christelle” อ้างว่าเธอถูกศาสตราจารย์ฏอริกข่มขืนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองลียงเมื่อบ่ายของวันที่ 9 ตุลาคม 2009 แต่หลักฐานใบจองตั๋วเครื่องบินเจากทนายความของศาสตราจารย์ฏอริกเกลับพิสูจน์ได้ว่า เที่ยวบินของศาสตราจารย์ฏอริกจากลอนดอนในวันนั้นมีกำหนดถึงเมืองลียงในตอนเย็นเวลา 18.35 น. และในช่วงค่ำเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเดียวกันท่านก็อยู่ในห้องประชุมเพื่อพูดบรรยายต่อหน้าผู้ฟังนับร้อยชีวิตอีกด้วย

แม้ว่าทีมนักกฎหมายของศาสตราจารย์ฏอริกจะยื่นหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ให้กับทางตำรวจฝรั่งเศสและได้รับการยืนยันว่าหลักฐานดังกล่าวถึงมือแล้ว แต่ต่อมาทางตำรวจกลับอ้างว่าไม่ค้นพบเอกสารดังกล่าวในแฟ้มคดีเนื่องจากสูญหาย สิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจเป็นไปได้ว่าประเด็นของ Christelle อาจถูกพิจารณาว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอในการยืนยันความบริสุทธิ์ของศาสตราจารย์ฏอริก จึงไม่สมควรได้รับการปล่อยตัว

ยังมีประเด็นคลางแคลงอีกประการหนึ่งเมื่อมีหลักฐานระบุว่า Christelle หนึ่งในโจทก์ผู้ฟ้องร้องคดีนี้เคยมีการติดต่อพบปะกันกับผู้พิพากษาระดับสูงของฝรั่งเศสที่ชื่อ Michel Debacq มาก่อนเมื่อปี 2009 ด้วยความร่วมมือและให้การช่วยเหลือของแนวหน้ากลุ่มต่อต้านอิสลามอย่าง Caroline Fourest และ Antoine Sfeir การพบปะในปีนั้นจึงชี้เป้าถึงความเป็นไปได้ว่า Debacq นั้นอาจรู้เห็นกับโจทก์ และสามารถถือได้ว่ากระทำการผิดจรรยาบรรณเนื่องจาก Debacq ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลความจริงว่าเขาเคยรู้จักกับ Christelle มาก่อน ซึ่งโดยกฎหมายแล้วถือว่าเป็นความผิด ปัจจุบัน Debacq ดำรงตำแหน่งในศาลชั้นสูงของฝรั่งเศสและเป็นหนึ่งในผู้ถืออำนาจตัดสินคดีความของศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอน

จึงเป็นกระทู้คำถามกันต่อว่า กระบวนการยุติธรรมของฝรั่งเศสนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนในการให้ความเป็นธรรมต่อคดีของศาสตราจารย์ฏอริกนี้?

อีกหนึ่งประเด็นย้อนแย้งที่สร้างความคลางแคลงใจให้กับหลายฝ่ายคือกรณีของโจทก์ฟ้องร้องอีกคนหนึ่งที่ชื่อ Henda Ayari ที่อ้างว่าเธอถูกศาสตราจารย์ฏอริกข่มขืนเช่นกันเมื่อเดือนเมษายนปี 2012 แต่คำให้การของเธอกลับมีลับลมคมในเมื่อมีการค้นพบหลักฐานว่า Ayari นั้นเคยส่งข้อความทางเฟซบุ้คให้กับศาสตราจารย์ฏอริกไม่ต่ำกว่า 280 ข้อความภายในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของปี 2014 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่เธอกล่าวอ้างมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี

ล่าสุด Ayari ได้ออกมาสารภาพกับสื่อของฝรั่งเศสแล้วว่าเธอได้ส่งข้อความดังกล่าวนั้นจริง โดยเธอใช้บัญชีเฟซบุ้คอีกอันหนึ่งที่เธอเพิ่งเปิดใหม่ หลังจากที่ศาสตราจารย์ฏอริกได้บล็อคเธอไปเมื่อเธอพยายามยั่วยวนและคุกคามชีวิตส่วนตัวของท่าน ประเด็นนี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Ayari ไม่กล้ามอบตัวหลังจากที่ทางตำรวจออกหมายเรียกเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนคดีเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ความจริงเหล่านี้จึงยิ่งสร้างความกังขาให้กับกระบวนการสืบสวนสอบสวนและความสัตย์จริงของข้อกล่าวหา ในขณะที่รูปคดีและสื่อกระแสหลักซึ่งดูเหมือนจะเป็นพันธมิตรกันต่างก็พยายามหยิบยกหลักฐานที่ดูไร้น้ำหนักและมีความบิดเบือนมานำเสนอต่อสาธารณะเพื่อหวังใส่ร้ายป้ายสีเพิ่มความด่างพร้อยให้กับศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอน สิ่งที่สื่อกระแสหลักของฝรั่งเศสพยายามนำเสนอให้สาธารณชนรับรู้คือข้อมูลที่บิดเบือนและคำให้การที่เป็นเพียงตัวอักษรที่อ้างโดยโจทก์ โดยไม่ได้พยายามที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

มีประเด็นบิดเบือนอีกหลายข้อที่สื่อได้ถึงการพยายามลดเครดิตความน่าเชื่อถือของศาสตราจารย์ฏอริกโดยใช้มูลเหตุที่ไม่เป็นความจริง ดังเช่นที่ข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายสำนักอ้างว่าศาสตราจารย์ฏอริกมีพาสปอร์ตอียิปต์และมีแผนจะหนีออกไปประเทศอียิปต์ ความเป็นจริงคือท่านไม่เคยมีพาสปอร์ตอียิปต์เลย และท่านก็เป็นพลเมืองของประเทศสวิสเซอร์แลนด์แห่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อมูลไร้ที่มาจากแหล่งข่าวบางแห่งระบุด้วยว่า ประเทศกาตาร์ไม่อนุมัติให้ท่านเข้าประเทศ ซึ่งข้อนี้ไม่เป็นความจริงเลยเพราะท่านยังสามารถเข้าประเทศดังกล่าวได้ อีกทั้งกรณีข่าวลือที่โจทก์ Christelle อ้างตนว่ารู้ว่าศาสตราจารย์ฏอริกมีแผลเป็นที่ขาหนีบและท่านก็ออกมายอมรับ ข่าวนี้ก็เป็นการกุขึ้นโดยที่ไม่มีเค้าความจริงเลยเช่นเดียวกัน

หลายคำกล่าวอ้างที่ฝ่ายโจทก์ผู้ฟ้องร้องได้พยายามใส่ร้ายป้ายสีศาสตราจารย์ฏอริกเริ่มปรากฏความจริง เช่นประเด็นการติดต่อทางข้อความระหว่างศาสตราจารย์ฏอริกกับ Ayari ก็ปรากฏว่าเป็นโจทก์เองที่เริ่มเป็นฝ่ายส่งข้อความให้กับท่านนับร้อยครั้ง โดยเธอสารภาพว่าต้องการยั่วยวนศาสตราจารย์ฏอริก ในส่วนของโจทก์อีกคนหนึ่งที่ชื่อ Christelle ก็ออกมาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าเธอได้ทำโทรศัพท์หายไปจึงไม่มีหลักฐานที่เป็นข้อความดังที่กล่าวอ้างไว้

หากเป็นกรณีทั่วไป การที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ถึงความไร้น้ำหนักของคำกล่าวอ้างนั้นจะทำให้คำฟ้องร้องเป็นโมฆะ แต่การที่ศาลตัดสินให้คุมขังศาสตราจารย์ฏอริกเพื่อยืดเยื้อคดีความต่อไป การที่ศาสตราจารย์ฏอริกต้องยอมจำนนถูกขังเดี่ยวในคุกต่อไปโดยไม่อนุญาตให้ติดต่อกับครอบครัวทั้งๆ ที่ท่านให้ความร่วมมือกับทางตำรวจเป็นอย่างดี การเกิดความผิดพลาดในการจัดการของหลักฐานที่ยืนยันและพิสูจน์ได้ถึงความบริสุทธิ์ของจำเลย และการสมรู้ร่วมคิดอย่างโจ่งแจ้งของบรรดาสื่อกระแสกลักที่พยายามนำเสนอหลักฐานบิดเบือนขาดความน่าเชื่อถือ เหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นแน่ชัดว่าคดีความของศาสตราจารย์ฏอริกนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรมและมีสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาศาสตราจารย์ฏอริกมักจะถูกกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีโดนโจมตีจากนักการเมืองระดับสูงของฝรั่งเศสและถูกหมายตาว่าเป็น “ศัตรูชาวมุสลิม” อยู่บ่อยครั้ง จึงไม่น่าแปลกใจหากทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะมีมูลเหตุทางการเมืองเป็นแรงจูงใจที่ต้องการสกัดกั้นและขจัดนักวิจารณ์อย่างท่าน ที่กล้าออกมาคัดค้านความไม่เป็นธรรมและพยายามต่อสู้กับนโยบายแบ่งแยกชาติพันธุ์ของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ส่งผลกระทบต่อคนยากคนจน ผู้ลี้ภัย และชาวมุสลิม ตลอดเวลาที่ผ่านมาศาสตราจารย์ฏอริกเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้คนที่ถูกลิดรอนสิทธิ์กว่าล้านชีวิตทั่วโลก ผลงานส่วนใหญ่ตลอดช่วงชีวิตของท่านอุทิศเพื่อดำรงความเป็นธรรมให้กับสังคมและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจอันดีต่อกัน การเคลื่อนไหวและการปฏิรูปเพื่อสังคมของท่านจึงอาจกระทบกับผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มและเป็นเหตุให้มีการพยายามล้มล้างอุดมการณ์ของท่านเพียงเพื่อรักษาอุดมการณ์อันมืดบอดของพวกพ้องเอง

ความเคลื่อนไหวล่าสุด

มีรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีศาสตราจารย์ฏอริกว่า ขณะนี้ท่านถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส แต่ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าท่านต้องเข้ารับการรักษาเนื่องจากสาเหตุอะไร ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับครอบครัวและคนใกล้ตัวของท่านมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่าหลังจากที่โดนจับกุมสุขภาพของท่านเริ่มแย่ลงเพราะอาการจากโรคประจำตัวกำเริบ ท่านอยู่ในภาวะเจ็บป่วยขั้นรุนแรงมาเป็นเวลาสามปีก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากทางครอบครัวไม่ต้องการให้เป็นข่าวจึงไม่มีการบอกกล่าวเรื่องนี้ให้ใครทราบ แม้แพทย์ประจำหน่วยคุมขังจะรายงานยืนยันถึงสภาพความเจ็บป่วยของท่านว่าจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยด่วนเนื่องจากในห้องขังไม่มีอุปกรณ์การแพทย์และยาที่พอจะช่วยเหลือได้ แต่ศาลกลับให้การปฏิเสธและไม่อนุมัติให้มีการปล่อยตัวเพื่อรักษา จนล่าสุดมีรายงานว่าท่านต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล และศาลกลับพิจารณาให้ยืดเยื้อคดีความไปอีกจนถึงสัปดาห์หน้าโดยที่ยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวหรือติดต่อกับครอบครัวแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นหากสุขภาพของท่านเริ่มดีขึ้นแล้ว ก็อาจเป็นไปได้สูงว่าศาลจะใช้ใบรับรองแพทย์นั้นเป็นข้ออ้างว่าท่าน “สามารถอยู่ในคุกได้” ก็เป็นได้

มีความเป็นไปได้ว่าประเด็นพิพาทเกี่ยวกับการจับกุมครั้งนี้ไม่น่าจะจบภายในเร็ววันนี้ และดูเหมือนจะเป็นประเด็นที่มีเงื่อนงำทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ศาสตราจารย์ฏอริกไม่เคยกระทำความผิดใดๆ ตามที่กล่าวอ้างเลย การนำชื่อเสียงของท่านไปแปดเปื้อนกับคดีข่มขืนผู้หญิงจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นแผนการซับซ้อนที่ต้องการจะกำจัดท่านให้พ้นจากการมีอิทธิพลทางความคิดต่อสังคมโลก เพราะสำหรับใครบางคนแล้ว การได้กักขังฏอริก รอมฎอนในคุกก็เท่ากับว่าได้กักขังแนวคิดของท่านไปแล้ว

ในฐานะมุสลิมเราช่วยอะไรได้บ้าง?

นอกจากคำดุอาอ์แล้วมุสลิมทั่วโลกสามารถเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้องให้ทางการฝรั่งเศสปลดปล่อยศาสตราจารย์ฏอริกได้ด้วยการพยายามนำเสนอและแบ่งปันข่าวคราวความเคลื่อนไหวของท่านให้โลกได้รับรู้ การที่ประชาคมโลกหันมาให้ความสนใจกับคดีนี้จะสามารถทำให้หลายฝ่ายหันมาจับตามองสิ่งที่อาจเป็นความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการยุติธรรมในฝรั่งเศสได้มากขึ้น เป็นการสร้างความกดดันให้ศาลชั้นสูงของฝรั่งเศสพิจารณาคดีความด้วยความโปร่งใสยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากล่าสุดที่สื่อในฝรั่งเศสโดนกดดันจากประชาคมโลกต่อกรณีที่นำเสนอหลักฐานที่ขาดน้ำหนักและไร้ความน่าเชื่อถือโดยไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ฝ่ายผู้ตกเป็นจำเลย

คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ The Free Tariq Ramadan ได้ด้วยการร่วมโหวตเสียงแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลฝรั่งเศสพิจารณาปล่อยตัวศาสตราจารย์ฏอริก รอมฎอนที่กำลังต้องตกเป็นเหยื่อของความอคติและความเกลียดชังเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ โดยสามารถร่วมโหวตได้ที่ Free Tariq Ramadan และร่วมติดตามประเด็นความเคลื่อนไหวได้จากเพจ Free Tariq Ramadan Campaign

เพราะการร่วมอยู่เคียงข้างผู้บริสุทธิ์ให้ได้รับความเป็นธรรม ถือเป็นหนึ่งในภารกิจผู้ศรัทธาที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบและดูแลความเป็นธรรมบนหน้าแผ่นดิน

แปลและเรียบเรียง  :  Andalas Farr

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร