fbpx

etta แบรนด์ที่ผสมไอเดียและความต้องการเข้ากันอย่างลงตัว

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของแบรนด์โต๊ปไทยอย่าง etta (อิต-ต้า) แบรนด์ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกถ่ายถอดจากไอเดีย ความชอบ และความรักที่จะทำของสองสามีภรรยา คุณอิลยาส และคุณสุรอยยา แดงวิจิตร ปลุกชีวิตให้โต๊ปธรรมดาๆ กลายเป็นโต๊ปที่ใครหลายๆ คนยอมเทใจและหลงรักในความมีเอกลักษณ์ของแบรนด์

ใครจะเชื่อว่า etta หนึ่งในแบรนด์โต๊ปชื่อคุ้นหูจะเริ่มจากช่องว่างเล็กๆ ที่ต้องการให้เป็นชุดมุสลิมทางเลือกสำหรับผู้ชาย เพราะ ณ เวลานั้นยังไม่มีแบรนด์ผู้ชายมุสลิมที่ถูกโฟกัสเท่าไหร่ จึงมองเห็นถึงช่องว่างของวงการตลาดมุสลิม เลยปิ๊งไอเดียการทำชุดสำหรับผู้ชายจากของใกล้ตัวอย่าง เศษผ้ายีนส์ กับเศษผ้าข้าวม้า ผสมกับไอเดียและความชอบส่วนตัว จนกลายมามาเป็นชุดโต๊ปผ้ายีนส์คอวี ซึ่งนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ และก้าวเดินที่ยิ่งใหญ่ของแบรนด์

ด้วยความเป็น “โต๊ป” ส่วนมากคนยังติดกับภาพของโต๊ปอาหรับ ผ้าสไตล์มันๆ กระดุมเหล็กดูหรูหรา แต่กลับกัน etta มีแนวคิดสวนทางเริ่มสร้างคำจำกัดความของโต๊ปตัวเองใหม่โดยการนำภาพลักษณ์ของโต๊ปมาปรับให้เข้ากับสังคมและภูมิประเทศที่ร้อนๆ ของบ้านเรา เอาความเป็นไทยใส่ไปในโต๊ปที่เป็นอาหรับ จากโต๊ปคอตั้งๆ เหมือนโต๊ะครูก็ปรับให้คอลดลงเหมือนคอจีน จากผ้ามันๆ ของโต๊ปอาหรับก็เปลี่ยนเป็นคอตตอนใส่สบายคลายร้อน กระดุมเหล็กที่ดูขึงคลังก็เปลี่ยนเป็นกระดุมไม้ ทำให้ดูใกล้ตัวและใกล้กับไลฟ์สไตล์ของคนไทยมากยิ่งขึ้น ผ้าขาวม้า กับผ้าคอตตอน จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ etta นำมาสานต่อจนได้รับเสียงตอบรับถึงปัจจุบัน ซึ่งกว่าจะได้รับการตอบรับเหมือนทุกวันนี้ทั้งคู่ต้องผ่านบททดสอบมามากพอสมควร คุณสุยาบอกกับเราว่า

“เริ่มจากครั้งแรกที่เปิดตัวก็ลองนำไปฝากวางขายกับร้านญาติที่จำหน่ายเสื้อผ้าผู้หญิง การตอบรับ ณ เวลานั้นถือว่าที่น้อยมาก แต่ก็ยังรู้สึกสนุกด้วยกับความคิดแบบบวกๆ ว่า อย่างน้อยยังมีคนที่จะพอเห็นแบรนด์เล็กๆ แบรนด์นี้แล้ว  เลยกลับมาทบทวนเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้คนจดจำ ปรับทั้งสไตล์การตกแต่งร้าน ผ้า โทนสี ที่แบรนด์จะเน้นเป็นโทน เอิร์ธโทน กระดุมไม้ รวมถึงแพ็คเกจที่เข้ากับสไตล์ของสินค้าเป็นอย่างดี โดยเน้นเป็นสไตล์ล็อฟท์ๆ ดิบๆ หน่อย เน้นงานแฮนเมด ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตน etta พอปรับแล้วก็ถือว่าประสบผลสำเร็จในขั้นหนึ่ง เพราะสามารถสร้างภาพจำของลูกค้าได้”

etta

เมื่อถามว่า คิดว่าลูกค้าจดจำภาพลักษณ์ของ etta  เป็นแบบไหน ?

 “ลูกค้าส่วนใหญ่จะจำกัดความว่า etta คือเสื้อเด็กชาย ชุดเด็กที่ไม่เหมือนคนอื่น บ้างก็ว่าเป็นแบรนด์ของชุดโต๊ปเด็กและชุดครอบครัว ซึ่งตอนแรกที่วางแผนไว้คือแค่ชุดลูกชายและพ่อ แต่สุดท้ายลูกค้ามาสะกิดว่าอยากได้ชุดผู้หญิง ก็ต้องสนองความต้องการกันนิดนึง  etta จึงถูกถ่ายทอดมาจากส่วนหนึ่งของความเป็นตัวตนของแบรนด์ บวกกับเสียงของลูกค้า เรียกได้ว่าบางครั้งลูกค้าก็เป็นดีไซน์เนอร์ให้แบรนด์ไปในตัวอีกด้วย” เรียกได้เต็มปากว่าเป็นแบรนด์ที่ตามใจลูกค้าแบบสุดๆ  ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่แน่นอนว่าเป็นครอบครัว พ่อแม่ลูก

“มันเป็นความประทับใจมากเวลาไปออกร้านแล้วมีคนเดินผ่านร้านเราแล้วพูดขึ้นว่า อยากมีลูกชายเลย” คุณอิลยาสกล่าวเสริมทั้งรอยยิ้ม

etta

“บางคนก็สั่งโต๊ปเราให้เป็นของฮาดียะให้เป็นของขวัญ โดยเฉพาะโต๊ปเด็ก เรารู้สึกดีใจที่ได้รับเกียรติจากลูกค้าสั่งของของเราให้แทนที่จะซื้อ gift set ในห้าง เรียกได้ว่าที่ผ่านมาครึ่งหนึ่งสั่งไปใช้เองอีกครั้งหนึ่งสั่งไปเป็นของขวัญเลยก็ว่าได้ ดังนั้นแพ็คเกจของ etta เลยต้องออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอย่างที่ทุกคนเห็น ด้วยจึงเป็นที่มาของเซ็ทของขวัญสำหรับเด็ก และถุงกระสอบสไตล์เราที่ยกให้สำหรับใส่เฉพาะโต๊ปผู้ใหญ่สีขาวที่เราเน้นให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม”

ส่วนมากโต๊ปจะขายได้ตามช่วงฤดูกาลอย่าง รอมฎอน หรือ ช่วงเทศกาลวันสำคัญทางศาสนาอย่างวันอีดทั้งสองอีด เลยเกิดเป็นไอเดียเสื้อกุรงโดยใส่ไอเดียเสื้อเชิตลงไปในชุดกุรง ทำให้สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และสำหรับคนที่ไม่ใช่มุสลิมก็ใส่ได้ ด้วยรูปทรง ทำให้ต่างศาสนิกใส่ได้ ก็เริ่มมีต่างศาสนิกให้ความสนใจในสินค้ามากขึ้น

etta

ถามคุณอิลยาสและคุณสุยาว่าตอนนี้พอใจกับแบรนด์แล้วหรือยัง  ทั้งคู่ตอบกับเราว่า “พอใจมาก ๆ และถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายที่เราทั้งคู่ตั้งไว้ด้วยซ้ำ แต่เราก็คงไม่ย่ำอยู่กับที่ แน่นอนเดินมาถึงจุดนี้แล้วก็อยากจะอยู่กับมันนานๆ 3- 4 ปีที่ผ่านมาเลยลงตลาดด้วยตัวเองที่ภาคใต้เพื่อให้ตรงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น พอมั่นใจว่าแบรนด์ของเราติดตลาดแล้ว จึงตัดสินใจเปิดหน้าร้านเพื่อที่ลูกค้าจะได้รับสินค้าไว กลับกลายเป็นว่าเป็นจุดกระจายสินค้าหลัก โดยตอนนี้งานหลักจะย้ายไปอยู่ที่นู่น จึงกลายเป็น etta สาขา 2 ที่ จ.ยะลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของเรา”

etta

นอกจากนี้ส่วนหนึ่งที่ทำให้ etta ประสบความสำเร็จคือทั้งคู่ได้มีการนำศาสนามาเป็นแนวทางในการค้าขาย อย่างที่คุณอิลยาสได้มีคำพูดให้เราฉุกคิด และคิดว่าคนที่คิดจะทำธุรกิจน่ายึดเป็นแบบอย่าง คือเรื่องของอมานะห์ และความซื่อสัตย์ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการค้าขาย

“ขณะที่เราเติบโตอะมานะห์(ความรับผิดชอบ)ก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยและต้องยึดเป็นสิ่งที่เตือนใจกับให้ตนเองคือความซื่อสัตย์ต่อทุกคนที่อยู่ในการผลิตของเรา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ร้านวัตถุดิบ ช่างตัดเย็บ และที่สำคัญคือลูกค้า โดยเราตอบแทนด้วยการทำสินค้าให้มีคุณภาพ ในราคาที่ยุติธรรม “

etta

จากการได้คุยกับทั้งคู่ผ่านการเล่าที่มาที่ไปของแบรนด์ที่สร้างมากับมือและน้ำพักน้ำแรง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม etta ถึงเป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะสิ่งที่มากกว่าโต๊ป และผลิตภัณฑ์คือความใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดของแบรนด์โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า ตลอดจนไอเดียที่ถูกถ่ายทอดลงในผลิตภัณฑ์ แพคเกจ อย่างมีเสน่ห์ และเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง  จึงทำให้ etta เป็นอีกหนึ่งแบรนด์เข้าไปอยู่ในหัวใจของใครหลายๆ คน

Facebook ของ etta : @ettarhythm

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life สื่อออนไลน์ที่นำเสนอแนวคิด และองค์ความรู้ที่ฮาลาล ผ่านเรื่องราว ผ่านมุมมอง และผ่านประสบการณ์ของหลากหลายผู้คน เพื่อเชื่อมโยงผู้คนที่ใช้ชีวิตในแบบฮาลาลเข้าไว้ด้วยกัน