มุญาฮิด วงษ์มณี เป็นสื่อสารมวลชนมุสลิมที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง เคยร่วมกับเพื่อนๆผลักดัน “ดีนไดอารี่” นิตยสารวัยรุ่นเมื่อสิบกว่าปีก่อน จนสามารถดึงวัยรุ่นมุสลิมที่ไม่ค่อยเอาเรื่องเอาราวกับศาสนาให้หันกลับมาสนใจเรื่องหลักการศาสนาได้อย่างแยบยล เขาเกิดและเติบในชุมชนมุสลิมใจกลางกรุงเทพมหานคร สังคมของเขาจึงผสมผสานไปด้วยความเก่าและความทันสมัย เพื่อนฝูงที่คบหามีทั้งพุทธและมุสลิม แต่ด้วยความเข้มแข็งของชุมชนและครอบครัว เขาจึงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นมุสลิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ปัจจุบันมุญาฮิดเปลี่ยนจากงานนิตยสารมาเป็นบรรณาธิการเว็บไซต์ และเปลี่ยนจากคอนเทนต์ศาสนามาเป็นเรื่องยอดนิยมของวัยรุ่นชายอย่างกีฬาฟุตบอล และทำงานร่วมกับคนต่างชาติต่างความเชื่อ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ตัวตนความเป็นมุสลิมของเขาต้องลดน้อยถอยลงไป ตรงกันข้ามการได้ทำงานกับคนต่างศาสนิกกลับยิ่งตอกย้ำความเชื่อและขับเน้นตัวตนความเป็นมุสลิมของเขามากยิ่งขึ้น

และด้วยความที่เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มุญาฮิดจึงมักมีมุมมองต่อสังคมที่แตกต่างและน่าสนใจ จนเราอดไม่ได้ที่จะนำมาบอกกล่าวให้รับรู้โดยทั่วกัน

อิสลามสอนไว้ชัดๆ ว่าทุกคน all in ใครหลงทางเราจะพากลับ ใครไม่รู้จักเราจะแนะนำ การแบ่งเขา-เรา เป็นไปเพื่อยืนยันจุดยืน สำรวจสถานะ ไม่ใช่เหยียบหัวใครให้ตัวสูงขึ้น ไม่ใช่กีดกันใครออกไปจากความดี

สังคมมุสลิมไทยที่อยากเห็นเป็นแบบไหน แล้วเราจะก้าวไปสู่สังคมแบบนั้นได้อย่างไร
อยากอยู่ในสังคมที่มุสลิมเป็นพี่น้องกัน เปรียบประดุจเรือนร่างเดียวกัน ส่วนใดเจ็บปวด ส่วนอื่นก็เจ็บปวดด้วย ถ้าอ่านแล้วคุ้นปากก็แปลว่าจำได้ว่าเคยถูกสอนให้ท่องกันมา อาจจะที่โรงเรียน ที่ค่ายอบรม ฯลฯ อาจฟังดูเชยแต่มันเชยเพราะเราท่องเฉยๆ แล้วละเลยที่จะปฎิบัติจริง อิสลามสอนไว้ชัดๆ ว่าทุกคน all in ใครหลงทางเราจะพากลับ ใครไม่รู้จักเราจะแนะนำ การแบ่งเขา-เรา เป็นไปเพื่อยืนยันจุดยืน สำรวจสถานะ ไม่ใช่เหยียบหัวใครให้ตัวสูงขึ้น ไม่ใช่กีดกันใครออกไปจากความดี เราไม่ใช่พวกที่เอะอะก็จะไม่เอาคนนั้น ไม่เอาคนนี้ จะตัดญาติขาดมิตร เลิกคบ Unfriend กันง่ายๆ เพราะเราต่างเป็นอวัยวะอยู่ในร่างกายเดียวกัน มือเลอะก็ให้ล้าง มีดบาดนิ้วก็ให้ทำแผลครับ ตัดทิ้งก็บ้าแล้ว

 

คิดว่าอะไรคือปัญหาสำคัญที่สุดของสังคมมุสลิมไทยในตอนนี้
เราไม่ค่อยเข้าใจ ใส่ใจ ให้ความสำคัญกับบทบาท ‘คอลีฟะตุลลอฮ์’ ที่ได้รับมาตั้งแต่วันที่ได้เป็นมุสลิม หรือสำหรับหลายๆ คน คือตั้งแต่เกิด หลังนบีมุฮัมมัด (ซล.) อัลลอฮ์ไม่ส่งนบีมาอีกแล้ว แต่แต่งตั้งอุมมะฮ์ที่เหลือให้เป็น ‘ตัวแทนของพระองค์บนหน้าแผ่นดิน’ แทน นี่มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน

เราไม่เข้าใจคุณค่าจริงๆ ของอิสลามครับ โดยเฉพาะมุสลิมที่ได้ศาสนามาจากพ่อแม่ เราเหมือนเกิดมาในบ้าน ในความอบอุ่น ในความสว่าง แล้วก็ไม่เคยรู้ว่ามันดียังไง สว่างทำไม อุ่นทำไม เพราะไม่เคยต้องอาศัยอยู่นอกบ้าน ในความมืด ความหนาวเหน็บมาก่อน อิสลามเป็นบ้านหลังใหญ่ที่เปิดรับทุกคน บ้านที่ไม่เคยเต็ม และผู้อาศัยมีหน้าที่เชิญชวนคนที่นอนหนาวอยู่ข้างนอกเข้ามา ไม่ใช่หวงไว้ อิสลามเป็นความดีที่ต้องรักษาแต่อย่าหวงแหน นอกจากเป็นคนดีแล้วต้องเชิญชวน หรืออย่างน้อยก็เปิดทางให้ผู้อื่นเข้าสู่ความดีนี้ด้วย นี่คือแนวคิดที่คอลีฟะตุลลอฮ์ต้องเข้าใจให้ขาด และมุสลิมไทยต้องเข้าใจมากขึ้น แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเลย

ผมแนะนำให้ทุกคนหาเวลาไปเยี่ยมเยียนสถานที่ ที่เขาเปิดอบรมมุอัลลัฟ(มุสลิมใหม่)ดู ไปดูว่าเขาเห็นคุณค่าอิสลามอย่างไร หัวใจพองโตเบิกบานอย่างไรที่ได้รู้จักพระผู้สร้างของเขา สำคัญที่สุด ดูทัศนคติและความประพฤติของเขาครับ มุอัลลัฟจะเปลี่ยนไปทันที เพราะเขารู้แล้วเดี๋ยวนั้น ว่าเขาอยู่ในสายตาพระผู้เป็นเจ้า และอยู่ในหมู่ผู้ประเสริฐ ในฐานะผู้ประเสริฐ ขีดเส้นใต้คำว่าผู้ประเสริฐครับ ผู้อ่านขีดเองเลย เน้นๆ เราต่างเป็นผู้ประเสริฐอันอยู่ในกลุ่มของผู้ประเสริฐ แต่เรามักไม่ให้เกียรติ ให้ความสำคัญกับสถานะนี้ กับหมวกใบนี้ ใบเดียวที่จะอยู่กับคุณไปจนโลกหน้า และความประเสริฐของอิสลามเป็นเรื่องที่ต้องแบ่งปันครับ

 

คิดว่าใครควรเป็นเจ้าภาพหรือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงหรือชี้นำสังคมมุสลิมไทย
เจ้าภาพผมนึกไม่ออก เอกภาพมุสลิมไทยไม่ได้เข้มแข็งขนาดจะมีเจ้าภาพหนึ่งหน่วยแล้วจะไปด้วยกันทั้งหมด แต่ในเมื่อทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แปลว่าทุกคนเริ่มจากตัวเองได้ทันที นับหนึ่ง สอง สาม แล้วเริ่มเป็นคอลีฟะตุลลอฮ์ได้เดี๋ยวนี้เลยครับ เป็นแสงสว่าง เป็นความอบอุ่น เป็นบ่าวที่ดีของพระผู้เป็นเจ้า เป็นแสงนำทางให้คนหลงทาง ไม่ใช่เป็นไฟไปเผาเขา อินชาอัลลอฮ์ แล้วรอบตัวคุณก็จะมีแสงสว่างเพิ่มขึ้นทีละดวง สังคมจะค่อยๆ น่าอยู่ขึ้น ดุนยาเป็นสนามรบของผู้ศรัทธากับการล่อลวงอยู่แล้ว มีแต่วิธีนี้ที่จะเปลี่ยนพื้นที่รอบตัวคุณให้เป็นฐานที่มั่น ให้ได้พักผ่อนก่อนออกไปสู้ต่อ

 

ในฐานะที่คลุกคลีกับสังคมต่างศาสนิก คิดว่าอะไรบ้างที่เป็นปัญหาร่วมระหว่างสังคมมุสลิมกับต่างศาสนิก และเราควรจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้อะไรกันได้บ้าง
ความไม่ให้เกียรติตัวเองของมุสลิม การให้ลำดับความสำคัญของอิสลามผิด อะไรได้อะไรไม่ได้ อะไรข้อบังคับ อะไรประเพณี เรามักไม่ชัดเจน เวลาคนหมู่มากอยู่ด้วยกัน อะไรที่เหมือนกันร่วมกันได้ มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่กลุ่มจะอยากให้ร่วม เพราะมันทำให้อยู่ร่วมกันง่ายขึ้น แต่อะไรที่มันร่วมกันไม่ได้เป็นเด็ดขาด กลุ่มก็พร้อมจะเข้าใจ แพ้กุ้ง, แพ้น้ำหอม, ไม่กินเนื้อสัตว์,  ที่มันไม่เข้าใจคือทำไมแต่ละคนมันไม่เหมือนกันวะ

ผมทำงานในบริษัทข้ามชาติ เพื่อนร่วมมงานมาจากหลายสิบประเทศ ทุกคนมีเงื่อนไขของตัวเอง ซึ่งทุกคนที่เหลือก็พร้อมจะเคารพเสมอ จะไม่มีการเรียกตัวทีมงานที่เป็นมุสลิมมาประชุมในวันศุกร์บ่าย เพราะต้องไปละหมาดวันศุกร์ นัดสัมนาถ้ามีทีมงานมุสลิม อาหารก็ต้องฮาลาลทั้งหมด ไม่มีใครต้องขาดละหมาด ฯลฯ ซึ่งไม่ได้เป็นความลำบากอะไรของทุกคน พอเรายืนยันจุดยืนชัดเจน มันก็ง่ายครับ

ส่วนเรื่องแลกเปลี่ยน ถึงจุดหนึ่ง มุสลิมจะถูกถามครับ เราถูกออกแบบให้เป็นคนนอกเสมอ อัลลอฮ์บอกไว้แล้ว เป็นหน้าที่เลยที่เราต้องพร้อมอธิบาย พร้อมแลกเปลี่ยน จึงต้องมีความรู้พอ มีอัคล๊ากที่ดีพอ เลี่ยงไม่ได้ครับ คุณคือคอลีฟะตุลลอฮ์

 

สุดท้ายอยากถามสั้นๆว่า การเป็นมุสลิมมันทำให้เราอยู่กับสังคมอื่นยากไหม
มันจะมีเสียงกระซิบในหัวตลอดเวลาครับ ว่ายาก ว่ายุ่งยาก แต่อิสลามออกแบบมาให้ง่าย การไม่เหมือนใครไม่ได้แปลว่ายาก มันง่ายขึ้นด้วยซ้ำ ที่ยากคือการพยายามเหมือนคนอื่นมากกว่า ก็อย่าไปตั้งเป้าว่าจะเนียนไปกับเขาครับ อยู่ร่วมกันมีหลายรูปแบบ ศึกษาให้มากครับ บางคนเกิดมาไม่เคยละหมาดย่อรวมเลย แล้วบอกว่าเดินทางไปไหนก็ลำบาก ตกลงมันลำบากเพราะอะไรแน่

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน Halal Life Magazine ฉบับที่ 26

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *