Rob Greenfield (ร็อบ กรีนฟีลด์) เป็นนักลงทุน นักเคลื่อนไหวเพื่อธรรมชาติ และผู้รักการผจญภัยชาวอเมริกันวัย 28 ปีที่ตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่าจะคืนสิ่งดีๆ ให้กับโลก โดยตัวเขาเองจะเป็นทั้งผู้ให้ความรู้ความบันเทิง และเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนได้ลองปฏิบัติตามเพื่อช่วยเหลือโลกของเราไม่ว่าจะเรื่องอาหาร, พลังงาน, ของเสีย, การคมนาคม, สุขภาพ และการมีความสุขกับสิ่งที่มี

เขาเริ่มตั้งองค์กรเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนของเขาก่อน ทั้งทำกิจกรรมรณรงค์ให้คนในชุมชนปั่นจักรยาน รณรงค์เป็นอาสาสมัครดูแลสิ่งแวดล้อม จัดโครงการนำหลอดไฟเก่ามาเปลี่ยนเป็นหลอดประหยัดไฟฟรี และอีกหลายโครงการเพื่อส่วนรวม งานของเขาคือการสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืนและปลูกฝังให้คนมีจิตสาธารณะมากที่สุด

น้องๆ อาจสงสัยว่าร็อบมัวแต่ไปทำโน่นทำนี่มากมายเขาไม่มีงานจริงๆ ทำเหรอ หรือว่าเขารวยอยู่แล้วจนไม่ต้องทำงานก็ได้ จริงๆ ร็อบมีฐานะปานกลางค่ะ ร็อบเรียนจบปริญญาตรีมาแบบปกติทั่วไป แต่ร็อบเริ่มทำงานหาเงินตั้งแต่สมัยเรียนในโรงเรียนแล้ว ทำให้เขามีเงินเก็บพอจะทำกิจกรรมต่างๆ ได้ค่ะ (นอกจากการไปช่วยคนอื่นแล้ว ร็อบมีวิถีชีวิตที่พอเพียงมาก)

หลังประสบความสำเร็จระดับชุมชนแล้วร็อบก็ออกผจญภัยระดับชาติ ทั้งกิจกรรม Share My Way Home Adventure ที่เขาซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไปปานามาพร้อมเสื้อผ้าชุดเดียว โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น หรือกิจกรรมปั่นจักรยานเท้าเปล่าทั่วอเมริกาเพื่อหาคำตอบเรื่องอาหารเหลือทิ้งในอเมริกาบ้านเกิดของเขานั่นเอง

ร็อบศึกษาข้อมูลจนพบว่ากว่า 40% ของอาหารที่ปลูก ผลิต และขายในอเมริกาถูกทิ้งขว้างโดยไม่ได้ถูกกินเลยแม้แต่น้อย เรียกว่าเหลือตั้งแต่ยังไม่เอาใส่จานเลย ร็อบจึงตัดสินใจปั่นจักรยานทั่วอเมริกาเพื่อหาคำตอบ มาดูกันดีกว่าว่าคำตอบที่เขาค้นพบคืออะไร

 

 

ร็อบพบว่าร้านค้าและร้านอาหารคือที่ที่ทิ้งอาหารที่ยังกินได้อยู่มากที่สุดในประเทศ อย่างกล้วยทั้งลังนี้ที่เขาเจอก็สามารถถือไปบอกคนอื่นว่าเพิ่งซื้อมาไม่นานยังได้เลย เพราะถึงจะดูไม่เหลืองสวยแต่ก็ยังกินได้ทุกผล

 

ร็อบปีนลงไปในถังขยะเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเองจริงๆ

ในแต่ละวันร้านค้าต่างๆ นี้จะทิ้งผักผลไม้ที่ไม่ได้ดูสวยเป๊ะเป็นจำนวนมาก หรือต้องทิ้งอาหารบางอย่างเพื่อทำให้ชั้นวางของว่างรองรับของใหม่ๆ ทำให้ของที่เขาเจอในถังขยะล้วนเป็นของดีทั้งนั้น

ร็อบบอกว่าชาวอเมริกัน 1 ใน 7 คนไม่มีอะไรกิน แต่พวกเราที่เหลือก็ยังกินทิ้งกินขว้างอาหารที่เราทิ้งกันมีมากพอจะเลี้ยงคนที่หิวโหยได้ถึง 5 เท่าเลย ฉะนั้นร็อบจึงมีวิธีแก้ปัญหามาเสนอซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายมากๆ นั่นคือเขาอยากให้ร้านค้าต่างๆ หยุดทิ้งของพวกนี้ แต่เปลี่ยนเป็นเอามาบริจาคแทน

 

ร็อบยังบอกอีกว่าข้ออ้างที่ร้านค้าชอบใช้เพื่อที่จะไม่ต้องบริจาคคือกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบ แต่เขาก็ตรวจสอบข้อมูลที่ University of Arkansas รวบรวมมาให้แล้วว่าไม่เคยมีการเรียกร้องให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับร้านค้าที่บริจาคอาหารให้คนที่ต้องการเลยซักครั้ง (เอาจริงๆ ทำเรื่องๆ ดีแบบนี้จะต้องฟ้องร้องทำไม -__-)

อันที่จริงภาระความรับผิดชอบที่ร้านค้าอ้างนั้นเป็นเรื่องที่คิดกันไปเอง เพราะร้านค้าที่บริจาคของนั้นจะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย Good Samaritan Food Act ซึ่งมูลค่าสิ่งที่บริจาคสามารถนำไปลดภาษีได้ แถมเมื่อไม่ทิ้งก็จะทำให้เสียค่าเก็บขยะน้อยลง (แต่ต้องเป็นสิ่งที่ยังกินได้สะอาดปลอดภัยนะ ไม่ใช่เศษอาหารเหลือๆ

 

อาหารที่ช่วยจากชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์

 

อาหารที่ช่วยจากคลิฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ

 

“ตอนผมไปชิคาโก้ ผมไปอยู่ที่เองเกิ้ลวู้ดซึ่งเป็นย่านที่จนที่สุดในเมือง ผมได้รู้ว่าคนส่วนมากในย่านนั้นต้องเข้านอนพร้อมกับความหิวทุกคืน เมื่อผมเล่าให้พวกเขาฟังว่าผมเจออะไรในถังขยะบ้างพวกเขาก็ไม่ยอมเชื่อ ผมเลยพาพวกเขาไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง แล้วพวกเราก็กลับมาพร้อมอาหารมูลค่ากว่า $2,500 เต็มทุกคันรถภายใน 2 ชั่วโมง”

 

อาหารที่ช่วยจากวอชิงตัน ดี.ซี.

ร็อบจึงริเริ่มโครงการ Food rescued from dumpsters ตอนแรกเขาเอาอาหารจากถังขยะจริงๆ มาจัดแสดงให้ทุกคนดูเพื่อให้ผู้คนได้เห็นว่าในแต่ละวันเรากินทิ้งกินขว้างกันขนาดไหนและรณรงค์ให้ทิ้งน้อยลง เขาไม่ได้ต้องการแจกจ่ายให้กินกันจริงๆ เพราะเป็นอาหารที่มาจากถังขยะโดยตรง แต่ไม่นานก็มีคนที่ต้องการอาหารหลายคนมาขอ เขาจึงเริ่มเจรจากับร้านค้าโดยอาหารที่นำมาแจกจ่ายนั้นไม่ได้เอามาจากถังขยะจริงๆ แต่เป็นการช่วยชีวิตเอาไว้ก่อนที่มันจะลงถัง ซึ่งมีผู้ให้ความร่วมมือเป็นจำนวนมาก หลายคนก็มาช่วยเป็นอาสาสมัครให้บางคนนำอาหารจากบ้านมาก็มี

 

เดวิดเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้กินอาหารครบทุกมื้อในแต่ละวัน เขาดีใจมากที่ร็อบมาช่วย

“ตอนนี้ผมกำลังปั่นจักรยานไปทั่วอเมริกาโดยทานอาหารที่โดนทิ้ง และจัดแสดงอาหารที่ช่วยได้ตามเมืองใหญ่ๆ เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงการลดความสิ้นเปลืองอาหารในอเมริกา” ร็อบเขียนในบล็อกของเขา

 

อาหารที่ช่วยจากนิวยอร์กซิตี้

 

อาหารที่ช่วยจากเมดิสัน รัฐวิสคอนซิน

 

ที่มา : dek-d.com

 

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปิดโหมดสีเทา