ชะตากรรมของชาวซีเรียนับหมื่นชีวิตในเมืองอะเลปโปตะวันออกได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวโลกช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อกองกำลังฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเข้ายึดครองพื้นที่จากกลุ่มกบฏได้สำเร็จ พลเมืองบางส่วนพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่หลังจากการเจรจาหยุดรบในสัปดาห์นี้ไม่เป็นผลสำเร็จ ในขณะที่หลายชีวิตได้แต่เฝ้ารอนับถอยหลังชะตากรรมของตัวเองอย่างไร้ทางเลือก

สำนักข่าว The Huffington Post ได้มีโอกาสพูดคุยกับบรรดาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมที่ปฏิเสธจะทิ้งเมืองอะเลปโปไป ทั้งๆ ที่เสียงระเบิดดูท่าจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน พวกเขาเลือกที่จะอยู่ดูแลญาติมิตรและผู้คนที่ติดกับอยู่ที่นั่นร่วมหมื่นชีวิต ซึ่งหลายครั้งที่ต้องใช้ชีวิตตัวเองเข้าแลกเป็นเดิมพัน  และนี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าจากฮีโร่เหล่านี้

 

Ahmed Abo Khaled ผู้อำนวยการศูนย์บริการทางการแพทย์ฮะยาทแห่งเมืองอะเลปโป

Ahmed แพทย์หนุ่มผู้เรียกตนเองว่า Abo Khaled แทนการใช้ชื่อสกุลจริงเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำหน้าที่กำกับดูแลหนึ่งในโรงพยาบาลแห่งสุดท้ายของเมืองอะเลปโป Abo Khaled เล่าว่ากองกำลังรัฐบาลพยายามขู่เข็ญบังคับให้เขายอมมอบศูนย์การแพทย์แห่งนี้ให้แก่ฝ่ายกองกำลังหลังจากที่พวกเขายึดครองพื้นที่ได้สำเร็จ

“บรรดาหมอและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ถูกบังคับให้ออกจากโรงพยาบาลก่อนที่ทหารจะเข้ามายึดพื้นที่ ส่วนผู้ป่วยก็ต้องถูกโยกย้ายไปที่อื่นอย่างเลือกไม่ได้” Abo Khaled กล่าว

Abo Khaled ได้เล่าอีกว่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโรงพยาบาลที่มีรัฐบาลเข้ามาคอยกำกับการเช่นนั้น แต่เขาเชื่อแน่นอนว่า “ทุกวันที่ผ่านไป จะยิ่งแย่ลงกว่าเมื่อวานที่ผ่านมา”

Photo by Ibrahim Ebu Leys/Anadolu Agency/Getty Images

Photo by Ibrahim Ebu Leys/Anadolu Agency/Getty Images

 

Abu Lua’i บุรุษพยาบาลในเมืองอะเลปโปตะวันออก

Abu Lua’i   ใช้นามสกุลอาหรับแทนตนเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยเช่นกัน เขาได้บอกเล่าให้แก่เราถึงความน่าสะพรึงกลัวที่เขาพบเห็นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผู้ป่วยนับร้อยชีวิตถูกลำเลียงมายังศูนย์ SAMS (สมาคมการแพทย์แห่งชาวอเมริกันซีเรีย) อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ทั้งๆ ที่อุปกรณ์ทางการแพทย์และเสบียงยาที่มีเริ่มหมดลงเรื่อยๆ ทีมเจ้าหน้าที่ของเราก็มีไม่พอเพียง มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากจริงๆ…

“รถพยาบาลก็ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ามาไม่หยุดหย่อน” Abu Lua’i  บอกเล่าให้ฟัง “เรามีทีมผู้ช่วยไม่พอ และเราก็หาคนมาช่วยไม่ได้”

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หนึ่งวันหลังจากที่ Abu Lua’i  ได้ให้สัมภาษณ์ เราได้รับแจ้งมาว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศในขณะเดินทางไปยังโรงพยาบาลในเมืองอะเลปโปตะวันออกกับเภสัชกรเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง เศษกระสุนกลางอากาศสองชิ้นทะลวงเข้าไปในปอดข้างซ้ายของเขาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่เภสัชกรเพื่อนร่วมงานผู้นั้นก็ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการผ่าตัดเช่นเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของเราในเมือง #อะเลปโป สามคนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศ สองในสามคนนี้มีอาการบาดเจ็บสาหัส #เราจะอยู่เคียงข้างอะเลปโป

 

สาธารณูปโภคทางการแพทย์ในเมืองอะเลปโปตะวันออกก็มักโดนระเบิดจู่โจมอยู่บ่อยครั้ง

“เราร่วมเห็นความหายนะถาโถมรุมเร้า แต่เราช่วยป้องกันอะไรไม่ได้เลย เราได้แต่เฝ้าดูเมื่อกองกำลังรัฐบาลซีเรียโจมตีเมืองอะเลปโปและเข่นฆ่าพลเรือนร่วมหมื่นชีวิต เราได้แต่เฝ้าดูเมื่อกองกำลังรัฐบาลซีเรียกีดกั้นห้ามให้ลำเลียงอาหารและยารักษาโรคเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน เราได้แต่เฝ้าดูเมื่อกองกำลังรัฐบาลซีเรียกระหน่ำระเบิดทำลายล้างโรงพยาบาลหลายสิบแห่งให้สิ้นซากไป … เราได้แต่เฝ้าดู” Elise Baker ผู้ประสานงานวิจัยกลุ่มแพทย์เพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าว

“ห้องหับเนืองแน่นไปด้วยผู้ได้รับบาดเจ็บ” Abu Luai’i  กล่าว “พื้นห้องถูกเติมเต็ม สถานการณ์มันเรียกน้ำตาได้มากจริงๆ”

 

PHOTO PROVIDED BY THE SYRIAN-AMERICAN MEDICAL ASSOCIATION

PHOTO PROVIDED BY THE SYRIAN-AMERICAN MEDICAL ASSOCIATION

 

Dr. Basel Termanini สมาคมการแพทย์แห่งชาวอเมริกันซีเรีย

Dr. Basel Termanini แพทย์ผู้เคยเติบโตในซีเรียและใช้ชีวิตปัจจุบันส่วนใหญ่ในเมืองพิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกา Termanini ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานสมาคมการแพทย์แห่งชาวอเมริกันซีเรีย (SAMS) และเป็นคณะกรรมการศูนย์บรรเทาและช่วยเหลือทางการแพทย์เขตภูมิภาคตุรกีและซีเรียตอนเหนือ  สมาคม SAMS คือหนึ่งในองค์กรการแพทย์เคลื่อนไหวในซีเรียที่คล่องตัวที่สุดซึ่งทำหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ให้การสนับสนุนแก่โรงพยาบาลและรถพยาบาลภาคสนาม ให้การอบรมฝึกทักษะแก่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ชาวซีเรีย และคอยกำกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและอุปกรณ์การช่วยเหลือด้านการแพทย์

เมื่อสองวันที่ผ่านมา SAMS มีทีมแพทย์ประมาณ 16 คนในอะเลปโปตะวันออก แต่ ณ ตอนนี้เหล่าแพทย์ร่วม12 ชีวิตและเจ้าหน้าที่ดูแลด้านสุขภาพอย่างน้อย 150 คนติดกับ ไม่สามารถออกมาได้  ล่าสุดมีรายงานว่าดร.ฟารีดา (ผู้ประสงค์เผยเพียงนามสกุลเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย) สูตินรีแพทย์คนสุดท้ายแห่งเมืองอะเลปโปได้อพยพออกมาพร้อมสามีของเธออย่างปลอดภัยแล้ว  โรงพยาบาลอุบัติเหตุของสมาคม SAMS ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอะเลปโปเคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมาแล้วอย่างน้อย 18 ครั้ง เพื่อกดดันให้ปิดทำการลง

“เหล่าทีมแพทย์ปฏิบัติงานกันด้วยอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่อย่างจำกัดมาก” Termanini กล่าว “จำนวนถังออกซิเจนของเรากำลังจะหมด ทีมแพทย์ต้องทำการผ่าตัดใหญ่โดยที่ไม่มีถังออกซิเจนคอยรองรับ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน”

“บรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บซ้อนทับกันเรียงรายอยู่ในห้องฉุกเฉิน และเราก็มีห้องปฏิบัติการกับห้องไอซียูเพื่อทำการรักษาอยู่ไม่กี่ห้องเท่านั้น” Termanini เล่าให้ฟัง

“สิ่งที่เราอยากจะบอกให้โลกรู้คือ เราอยากให้โลกช่วยกันออกมาทำหน้าที่ปกป้องประชาชนพลเรือนอย่างสุดความสามารถ เพราะที่ผ่านมาโลกยังไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนั้น”

ATTENTION EDITORS - VISUAL COVERAGE OF SCENES OF INJURY OR DEATH Men rescue a boy from under the rubble after what activists said was explosive barrels dropped by forces loyal to Syria's President Bashar Al-Assad in Al-Shaar neighbourhood of Aleppo April 6, 2014. REUTERS/Hosam Katan (SYRIA - Tags: POLITICS CIVIL UNREST CONFLICT TPX IMAGES OF THE DAY)

REUTERS/Hosam Katan

 

Ammar el-Salmo ผู้จัดการกลุ่มพิทักษ์พลเรือนซีเรียแห่งเมืองอะเลปโป

กลุ่มพิทักษ์พลเรือนซีเรีย หรือที่รู้จักกันในนาม “กลุ่มผู้กล้าชาวหมวกขาว” เป็นองค์กรอาสาสมัครที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับมือด่านแรกในเขตควบคุมกบฏของซีเรีย คติพจน์ประจำกลุ่มที่เราสามารถเห็นได้ในเว็บไซต์ของอาสาสมัครใจกล้ากลุ่มนี้คือ “เมื่อใดระเบิดกระหน่ำลงมา กลุ่มหมวกขาวจะเร่งรี่เข้าไป”

Ammar el-Salmo เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันโฟกัสของกลุ่มเริ่มเปลี่ยนไป เพราะ“ปฏิบัติการช่วยชีวิตของเรา ณ ตอนนี้ได้กลายเป็นปฏิบัติการฝังศพไปเสียแล้ว”

“ไม่มีพื้นที่ใดปลอดภัยในอะเลปโป”  el-Salmo ผู้คอยประสานงานทีมกู้ชีวิตกลุ่มหมวกขาวเล่าต่อไป “เราสามารถได้ยินแม้กระทั่งเสียงผู้คนจากใต้เศษหินเศษปูน ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่”

el-Salmo บอกกับเราว่าปัจจุบันยังคงมีคนงานกลุ่มหมวกขาวประจำการในอะเลปโปอยู่ประมาณ 135 นาย และส่วนใหญ่ไม่มีแผนว่าจะออกจากที่นั่น ตลอดช่วงเวลา6 ปีแห่งความขัดแย้งในซีเรียกลุ่มหมวกขาวได้ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตมาแล้วมากกว่า 60,000 ราย การปฏิบัติงานของกลุ่มนี้ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา

สิ่งที่ทำให้ el-Salmo หวาดหวั่นใจมากที่สุดคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลได้ยึดครองอะเลปโปตะวันออกแล้ว “เรากลัวว่าจะมีการโค่นล้างทำลายหมู่ กลัวการสังหารหมู่ เรากลัวการถูกทรมานด้วยความหิวโหยและกลัวการกระหน่ำระเบิด”

 

PHOTO PROVIDED BY THE SYRIAN AMERICAN MEDICAL ASSOCIATION

PHOTO PROVIDED BY THE SYRIAN AMERICAN MEDICAL ASSOCIATION

 

Bassem Ayoubi นักเคลื่อนไหวชาวซีเรีย

Bassem Ayoubi เปิดโรงเรียนใต้ดินร่วมกับองค์กรรากหญ้า Am ou Salam เพื่อสอนหนังสือให้แก่เด็กๆผู้ด้อยโอกาส ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนแหล่งหลบภัยสำหรับเด็กๆ เป็นสถานที่ให้เด็กๆ ได้เล่น ได้ขีดเขียนระบายสีและเรียนรู้กันอย่างอิสระ ปลอดภัยจากสงครามรอบนอก

แต่น่าเสียดาย ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อไปอีกแล้ว

“โรงเรียนทุกแห่งในอะเลปโปปิดให้บริการไปหมดแล้ว”  Ayoubi กล่าว “เด็กๆ ต่างพากันหวาดผวากับเสียงปืนเสียงระเบิดที่ดังกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา”

ในจำนวน 250,000 ชีวิตที่ติดกับอยู่บริเวณฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏในเมืองซีเรียตอนเหนือนั้น เป็นลูกเล็กเด็กแดงทั้งสิ้นราว 100,000 ชีวิต เด็กเหล่านี้เป็นเหยื่อสงครามกลุ่มเสี่ยงที่อ่อนแอต่อระเบิดรุนแรงจากกองกำลังทหารซีเรียและพันธมิตรรัสเซียมากที่สุด  Ayoubi เล่าให้ฟังว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าโรงเรียนจะได้เปิดทำการสอนให้กับเด็กๆได้อีกเมื่อใด

 

แปลและเรียบเรียงโดย : Andalas Farr
ที่มา : These Syrians Are Fighting To Save The Thousands Trapped In Aleppo

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร