ชื่อของเมาลานา อบุล หะซัน อัน-นัดวีย์ ประทับอยู่ในความทรงจำของการเคลื่อนไหวอิสลามตลอดปลายศตวรรษที่ 20 ไม่เฉพาะในอินเดียบ้านเกิดของท่านเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปทั้งโลกอาหรับและดินแดนมุสลิมทุกหนแห่ง ท่านไม่ได้มีอิทธิพลเฉพาะทางความคิดแต่ยังได้ผลิตนักทำงานเพื่ออิสลามแถวหน้าจำนวนมากให้แก่อุมมะฮฺอิสลาม จนเป็นหนึ่งในตำนานนักฟื้นฟูอิสลามร่วมสมัยในระดับโลก

เมาลานา อบุล หะซัน อัน-นัดวียฺ เกิดวันที่ 5 ธันวาคม 1913 รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย ในครอบครัวผู้รู้อิสลามที่มีชื่อเสียงและสืบเชื้อสายจากท่านหะซัน บุตรของท่านอะลี (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ท่านจึงมักมีคำเรียกนำหน้าชื่อว่า “ซัยยิด” ด้วยเหตุผลว่าเป็น “อะหฺลุลบัยตฺ” หรือครอบครัวของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะซัลลัม

ท่านได้รับการศึกษาที่บ้านเกิดของท่านในเมือง ราอิบาเรลี รัฐอุตรประเทศ ของอินเดีย แม่ของท่านเป็นผู้สอนอัลกุรอานให้แก่ท่านในวัยเด็ก และต่อมาท่านได้ศึกษาภาษาอาหรับและเปอร์เซีย นอกเหนือจากภาษาอูรดูที่เป็นภาษาแม่ของท่าน

เมื่อท่านอายุได้ 9 ขวบ พ่อของท่านคือ หะกีม ซัยยิด อับดุล ฮัยยฺ ปราชญ์คนสำคัญของอินเดีย ได้เสียชีวิตลง (ปี 1928) ท่านจึงได้รับการศึกษาภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแม่ของท่านและพี่ชายของท่านที่เป็นผู้รู้คนสำคัญของสังคมอินเดียยุคนั้น คือเมาลานา หะกีม ซัยยิด อับดุล อะลี หะสะนีย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาแพทย์และสำเร็จการศึกษาจากสถาบันนัดวะตุลอุละมาอ์

ด้วยเหตนี้ เมาลานา อบุล หะซัน จึงได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันนัดวะตุลอุละมาอ์ ที่นี่เองท่านศึกษาวรรณกรรมอาหรับ อุรดู อังกฤษ เทววิทยา และอิสลามศึกษา ท่านได้เรียนจากปราชญ์ของสถาบันนัดวาฯ สมัยนั้นหลายท่าน ต่อมาในปี 1927 ท่านได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยลัคเนาเป็นเวลา 3 ปี (ระดับป.โท) ที่นี่เองทำให้ท่านมีความชำนาญในการใช้งานวิชาการในภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

ท่านยังท่องไปในทะเลแห่งความรู้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านมุ่งไปสู่การศึกษาคำอธิบายอัลกุรอานเป็นการเฉพาะ ในปี 1923 ท่านศึกษา “ตัฟซีร” (การอธิบายอัลกุรอาน) จากเมาลานา คอลีล อะหฺซัน และเมาลานา อะหฺมัด อะลี แห่งลัคเนา จนจบทั้งเล่ม ในปีเดียวกันท่านได้ใช้เวลาสองสามเดือนที่ดารุล อุลูม แห่งเดียวบัน เพื่อศึกษาตำราหะดีษบุคอรียฺและติรมิซีย์เป็นการเฉพาะ

ไม่แปลกที่เมื่อท่านเริ่มการเคลื่อนไหวทางความรู้ ท่านจึงแตกต่างจากผู้รู้คนอื่นในยุคร่วมสมัย ท่านมีความสามารถเชื่อมโยงศาสตร์จากอดีตเข้าสู่การอธิบายปรากฏการณ์ในบริบทร่วมสมัยได้ งานชิ้นแรก ๆ ในวัยหนุ่มของท่านที่ทำให้ท่านรู้จักกันดีไปตลอดโลกมุสลิม เป็นงานที่ท่านเขียนด้วยภาษาอาหรับ เป็นงานวิเคราะห์ประวัติศาสตร์อิสลามในชื่อว่า “มาซา เคาะซิร็อล อะละมุ บิ อินฮิฏอฏิล มุสลิมีน (โลกสูญเสียอะไรจากความตกต่ำของมุสลิม) หรือชื่อในภาษาอักฤษว่า Islam and the World

หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือที่ขายดี และทรงอิทธิพลต่อความคิดต่อคนหนุ่มสาวมุสลิมและขบวนการอิสลามเป็นอย่างยิ่ง มีการตีพิมพ์นับสิบครั้ง นักคิดคนสำคัญของโลกอาหรับสมัยนั้น คือท่านซัยยิด กุฏบฺ ได้กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า

“นี่เป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งจากหนังสือในแนวนี้ที่ข้าพเจ้าได้อ่านนับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ มีลักษณะพิเศษที่ยอดเยี่ยมคือการเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อรายละเอียดทั้งหมดของสปิริตแห่งอิสลามในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หนังสือนี้ไม่เพียงมีความยอดเยี่ยมในรูปแบบการวิจัยทางศาสนาและสังคมเท่านั้น แต่รวมไปถึงรูปแบบทางประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนจากมุมมองของอิสลาม”

ความเป็นผู้คงแก่เรียนที่ทุ่มเท มีความเข้าใจต่อศาสนาที่ลึกซึ้งของท่าน ทำให้การเคลื่อนไหวของท่านแพร่ขจายไปสู่ระดับนานาชาติ

  • ปี 1956 ท่านได้เป็นสมาชิกของ Arabic Academy ที่ดามัสคัส
  • ปี 1962 ท่านเป็นเลขาธิการของการประชุมครั้งแรกในการจัดตั้ง “สันนิบาตโลกมุสลิม” (World Muslim League) ที่มักกะฮฺ
  • ปี 1963 ท่านได้เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของสภาที่ปรึกษามหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมะดีนะฮฺ
  • ปี 1980 ท่านได้รับรางวัล King Faisal Award สาขาการรับใช้อิสลาม
  • ปี 1980 ท่านเป็นประธาน Islamic Centre Oxford
  • ปี 1981 ท่านได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแคชเมียร์
  • ปี 1999 ท่านได้รับรางวัล ‘The personality of the year’ (บุคคลแห่งปี) จัดโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • ปี 1999 ท่านได้รับรางวัล “Sultan Brunei Award” จัดโดย Oxford Islamic Center เนื่องจากงานวิชาการของท่านที่ชื่อว่า ‘Tareekh Dawat-o-Azeemat’

ท่านยังเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่ก่อตั้งองค์กรที่มีอิทธิพลในโลกมุสลิมคือสันนิบาตโลกมุสลิม (Al Rabita Al ‘Alam Al Islami) อีกด้วย นอกเหนือจากงานประจำของท่านคือการเข้ามารับตำแหน่งอธิบการบดีของสถาบันนัดวะตุลอุละมาอ์ ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งมายาวนานจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

เมาลานา อบุล หะซัน ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 1999 ที่บ้านเกิดของท่านเอง ด้วยอายุ 86 ปี มีผู้เข้าร่วมละหมาดญะนาซะฮฺของท่านมากกว่า 200,000 คน และยังมีการละหมาดฆออิบที่มัสญิดหะรอมและมัสยิดนะบะวียฮฺ ด้วยความผูกพันของอุละมาอ์ที่นั่นมีต่อท่าน

โดย Ummah Islam
ที่มา Halal Life Magazine ฉบับที่ 20

อ่านเรื่องอื่นๆ

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *