fbpx

เมื่ออิสลามในบ้านเราถูกทำให้พูดได้ด้วยจิตสำนึกแห่งยุคสมัย

นักวิชาการทางด้านภาษามีความเห็นว่า ตัวบทที่ประกอบด้วยตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนตัวอักษรต่างๆ ไม่อาจจะสื่อสารสิ่งใดได้หากไม่มีผู้ใดมาทำให้มันพูดได้ สิ่งนี้บ่งบอกถึงความสำคัญของบทบาทผู้อ่านที่จะทำให้ตัวบทมีความหมายขึ้นมาและทำให้เกิดการเข้าถึงความหมายในมิติของบริบทต่างๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบทความใดหรือหนังสือเล่มใด หากไม่มีผู้อ่าน ความหมายของมันก็จะลดทอนลงไปเรื่อยๆ และอยู่ในสภาพที่เปรียบเสมือนคนที่เป็นใบ้และพูดไม่ได้

อิสลามจึงให้ความสำคัญกับการอ่านด้วยบัญชาในโองการแรกที่อัลลอฮฺทรงสั่งใช้ให้มนุษย์ พระองค์ตรัสด้วยถ้อยคำที่สั้นๆ ว่า “อิกเราะอฺ” จงอ่าน ในประโยคนี้พระองค์ไม่ได้ระบุว่าให้อ่านอะไร แต่ทว่าพระองค์ทรงสอนว่าจะอ่านอย่างไร พระองค์ทรงสอนให้มนุษย์อ่านด้วยนามของพระองค์ อิสลามจึงได้บัญญัติให้การอ่านเป็นอิบาดะฮฺ เป็นความดีที่ทำให้เราใกล้ชิดพระเจ้า ประหนึ่งผู้อ่านคือผู้ทำให้ตัวเขาและสรรพสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเกิดความหมายขึ้นมา ประหนึ่งว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจะไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเรา หากเราไม่ใช่มนุษย์ผู้อ่านสิ่งเหล่านั้นด้วยพระนามของอัลลอฮฺ

เมื่อการอ่านที่ทำให้เกิดความหมายและความเข้าใจขึ้นมานั้นเปรียบเสมือนการทำให้สิ่งที่เราอ่านพูดกับเราได้ ทำให้เรารับรู้ได้ว่าสิ่งที่เราอ่านนั้นบอกอะไรแก่เรา การอ่านในแบบที่ไม่ทำให้เกิดความหมายอะไรเลย ไม่แม้กระทั่งทำให้เกิดความรู้สึกใดๆ เลยในตัวผู้อ่าน การอ่านลักษณะนี้เปรียบเสมือนการทรมานตัวเราเองหรือไม่ก็ทรมานสิ่งที่เรากำลังอ่านอยู่หรือไม่? ด้วยเหตุดังกล่าวอิสลามจึงสร้างระบบขึ้นมาให้มีการอ่านอัลกุรอ่านโดยทั่วไปที่ทุกคนจะสัมผัสได้อย่างน้อยด้วยความรู้สึกจากส่วนลึกของจิตใจ และการอ่านอัลกุรอ่านที่ลึกซึ้งและครอบคลุมวิถีชีวิตของยุคสมัยโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการ “อิจญติฮาด” ด้วยเหตุนี้เองท่านอิหม่ามอัสสุยูฏีย์(เสียชีวิต ค.ศ. 1505) ปราชญ์อาวุโสในประวัติศาสตร์อิสลามจึงแต่งหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อภาษาอาหรับว่า “อัรรอดดุ อะลา มัน อัคละดะ อิลัล อัรฎ วะ ญะฮิละ อันนัล อิจญติฮาด ลิกุลลิ อัศริน ฟัรฎ” ซึ่งมีความหมายว่า ข้อโต้แย้งต่อคนที่มีชีวิตอยู่บนหน้าแผ่นดินนี้แล้วปฏิเสธว่าการอิจญติฮาดสำหรับทุกยุคสมัยนั้นเป็นข้อบังคับทางศาสนา ซึ่งชื่อหนังสือบ่งบอกถึงเนื้อหาอย่างชัดเจน นั่นคือการอิจญิติฮาดเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกยุคสมัย อิจญติฮาดจึงเป็นภารกิจที่เป็นอะมานะฮฺที่ยิ่งใหญ่ของประชาชาติอิสลามตามบริบทของกาลเวลาและสถานที่ ซึ่งทุกกาลเวลาและสถานที่จำเป็นจะต้องมีผู้ที่จะมารับผิดชอบต่อภารกิจนี้

ความหมายของอิจญติฮาดในที่นี้อาจจะกล่าวแบบให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับคนทั่วไปว่า เป็นการทำให้อิสลามพูดได้ด้วยจิตสำนึกแห่งยุคสมัย จากแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจากอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮฺ คำถามต่อมาคือ สังคมมุสลิมเราในประเทศไทยและระบบการศึกษาของเรานั้น รองรับและตอบโจทย์ต่อความต้องการของอิสลามในตรงนี้แล้วสักเพียงใด การชี้นำและให้คำปรึกษาทางกิจการอิสลามของเราสามารถสร้างความมั่นใจให้กับเราเองสักแค่ไหน และทันต่อเหตุการณ์และยุคสมัยเพียงใด ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาการศึกษาศาสนาในบ้านเรามีการเพิ่มขึ้นอย่างมากในด้านปริมาณ ทั้งจำนวนของสถาบันการศึกษาและนักศึกษาที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการพัฒนาทางเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ เรามีการพัฒนาทางปริมาณที่ค่อนข้างสูง แต่คำตอบสำหรับการพัฒนาทางด้านคุณภาพยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจในตัวเองให้เราได้ดีเท่าที่ควรอย่างเห็นได้ชัด เพราะเรายังคงต้องนำเข้าความรู้ นักคิดและนักวิชาการในระดับสูงจากต่างประเทศเป็นหลักอยู่อีก ระบบของเรายังไม่เพียงพอที่จะเป็นผู้ผลิตเอง

อย่างไรก็ตาม ความหวังที่จะเป็นหนึ่งในผู้นำทางนวัตรกรรมแนวคิดอิสลามก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นจริงสำหรับมุสลิมในประเทศไทย ในอดีตเราเคยมีนักวิชาการที่เป็นนักคิดที่เคยเขย่าวงการฟื้นฟูอิสลามในโลกมลายู และเป็นที่รู้จักในออตโตมันมาแล้วอย่างเช่น เชค วันอะหมัด บิน มูฮัมหมัด ซัยน์ มุสตอฟา อัลฟาฏอนีย์ และปัจจุบันเรายังมีนักวิชาการ เช่น เจ้าของหนังสือ “อิคติลาฟุดดารอยน์”งานวิจัยทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านกฎหมายอิสลามที่ถูกอ้างอิงในหลายงานวิจัยดังๆ ในประเทศอาหรับ เป็นต้น และยังมีนักวิชาการนอกจากสองท่านนี้อีกที่มีความเชี่ยวชาญในประเทศไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน

แต่สิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อสารตรงนี้คือ เราจะผันตัวเราเองให้เป็นผู้ผลิตที่มีความมั่นใจในคุณภาพของตัวเอง และเป็นที่ยอมรับในระดับโลกด้วยสถาบันของเราเอง ด้วยการทำให้เป็นระบบที่เข้มแข็งขึ้นมาได้อย่างไร? เราจะทำให้อิสลามในบ้านเรา ถูกทำให้พูดได้ด้วยจิตสำนึกแห่งยุคสมัยได้อย่างไร? สิ่งนี้ยังคงต้องการคำตอบจากเราทุกคน

เรื่องโดย : อับดุลเอาวัล สิดิ

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

อับดุลเอาว์วัล สิดิ

อับดุลเอาว์วัล สิดิ

อับดุลเอาว์วัล สิดิ ฝ่ายวิชาการโครงการวากัฟมะดีนะตุสสลาม อดีตรองประธานนักศึกษาไทยในตุรกี