fbpx

6 ประเด็นที่ผู้หญิงเพิ่งเริ่มคลุมฮิญาบพึงรู้

บทความสร้างกำลังใจแด่ผู้หญิงมุสลิมที่เริ่มคลุมฮิญาบ จาก Alia Abdullah บล็อกเกอร์สาวมุสลิมชาวสิงคโปร์

ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีที่คุณได้รับทางนำจากอัลลอฮให้เปลี่ยนชีวิตสู่เส้นทางอันเที่ยงตรงในครั้งนี้ คุณคือหนึ่งในผู้ที่พระองค์ได้เลือกให้เปลี่ยนแปลงสู่ความดีงามอันแท้จริง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางเท่านั้น ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่เคยไม่สวมฮิญาบและตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตด้วยอาภรณ์ผืนนั้นด้วยอนุมัติจากพระองค์ จึงอยากนำเสนอและแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวของตนเอง เพื่อที่ว่าคุณจะไม่ตกใจกับสิ่งที่คุณอาจจะต้องเจอหลังจากนี้ และหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกเตรียมพร้อมและมีพลังที่จะก้าวข้ามผ่านต่อไป อินชาอัลลอฮ

เชื่อว่าคุณคงรู้ดีแล้วว่าฮิญาบนั้นคือสัญลักษณ์แห่งความนอบน้อมถ่อมตนที่รวมไปถึงท่วงท่าการเดิน การพูดจา มุมมองและวิธีคิดของคุณ และการนอบน้อมเช่นนี้ไม่ได้ถูกบัญญัติให้กับสตรีเพียงอย่างเดียวแต่อิสลามยังกำชับครอบคลุมไปถึงบุรุษด้วยเช่นกัน อัลลอฮได้ทรงบัญญัติในอัลกุรอานว่าให้บุรุษลดสายตาลงต่ำและปกป้องอวัยวะเพศของตนก่อนที่พระองค์จะทรงบัญญัติหลักการดังกล่าวให้กับสตรีเพศเสียด้วยซ้ำ ทั้งชายและหญิงต่างก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตนและพึงประพฤติปฏิบัติในกรอบของศาสนา ทั้งสองต่างก็ต้องให้เกียรติต่อกันทั้งสิ้น ในวันนี้เราจะมาพูดถึงฮิญาบหรืออาภรณ์ที่ผู้หญิงเราสวมใส่เพื่อปกปิดศีรษะ เพื่อให้คุณได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่ต้องเจอในเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างเข้าใจและมีกำลังใจต่อไป

1. บางคนอาจเดินออกไปจากชีวิตคุณ

บางครั้งชีวิตคนเรามันก็มีให้เลือกแค่ทางเดียว การเปลี่ยนแปลงของคุณอาจทำให้คนรอบข้างบางคนรู้สึกไม่สบายใจหรือรับไม่ได้กับตัวตนใหม่ของคุณ เขาอาจไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องทำตัวแตกต่าง และที่ยิ่งเจ็บปวดกว่านั้นคือคนที่ปลีกตัวไปจากคุณอาจเป็นคนที่คุณคิดว่าเขาจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ คุณอาจพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์ให้กลับมาเหมือนเดิมแต่ก็ไม่สำเร็จ คุณนึกไม่ออกจริงๆ ว่าคุณทำผิดตรงไหน คุณพยายามโทรไปง้อ ส่งข้อความไปถามไถ่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเฉยชา จนสุดท้ายคุณเริ่มเข้าใจว่ามันคงไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว สิ่งเหล่านี้มันอาจทำให้คุณเจ็บปวดหัวใจ แม้บางครั้งคุณรู้สึกว่าตัวเองเริ่มทำใจได้แล้ว แต่พอนึกถึงมันเมื่อไหร่หัวใจของคุณก็แตกสลายอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อยากบอกว่า ขอจงเชื่อมั่นเสมอว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความดีงามซุกซ่อนอยู่ หัวใจของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมเต็มโดยพระเจ้า หาใช่โดยสรรพสิ่งถูกสร้างอื่นใด ใช้เวลาที่ถูกทอดทิ้งตรงนี้ให้ชีวิตเรียนรู้ที่จะพึ่งพาและเติมเต็มหัวใจด้วยพระเจ้าให้มากที่สุด

บางครั้งคุณอาจต้องยอมปล่อยเขาไป เพราะคนที่ทอดทิ้งคุณเขาไม่คู่ควรกับที่ว่างในใจคุณอยู่แล้ว ความเจ็บปวดที่คุณประสบจะยิ่งช่วยย้ำเตือนว่าโลกดุนยาเป็นเพียงแค่ทางผ่าน ความเจ็บปวดจะช่วยย้ำเตือนให้คุณเรียนรู้ที่จะไม่พึ่งพาใคร นอกจากอัลลอฮเพียงองค์เดียว จงใช้โอกาสตรงนี้ให้ตัวเราได้หันหน้าเข้าหาอัลลอฮ พระเจ้าผู้ทรงรักและเมตตาเรายิ่งกว่าแม่ของเราด้วยซ้ำ

เมื่อคุณเลือกสวมฮิญาบนั่นแปลว่าคุณจะไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานปาร์ตี้ไนต์คลับที่ใดอีกแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีบางคนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตัวคุณเลย คุณเท่านั้นที่รู้ตัวดีที่สุด อย่าเสียดายสิ่งเหล่านั้น อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็ช่วยคัดกรองบางคนออกไปจากชีวิตเราได้ จงเชื่อว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนมีความดีงามซ่อนอยู่ หัวใจของคนเราถูกสร้างมาเพื่อเติมเต็มด้วยพระเจ้าผู้ทรงสร้างเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยคนสำคัญหรือเพื่อนที่มีสถานะเป็นเพียงสิ่งถูกสร้าง ต่อให้รักเพื่อนมากเท่าใด เราก็ไม่ควรมอบตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตให้เขาเป็นผู้เติมเต็ม

2. คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ใครฟัง

“ทำไมต้องทำตัวเคร่งครัดด้วยนะ?”
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าเธอแต่งงานใช่ไหม?”
“ทำไมต้องกดขี่ตัวเธอเอง?”
“พ่อเธอบังคับให้ใส่ฮิญาบใช่ไหม?”
“ทำไมต้องโชว์คนอื่นว่าตัวเองเคร่งด้วย? ศาสนามันเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเธอกับพระเจ้าไม่ใช่หรือ?”

บางครั้งคำพูดบางคำมันก็บาดคมยิ่งกว่ามีด มันอาจทิ่มแทงจนคุณต้องเจ็บปวดใจ แต่จำไว้ว่าทั้งหมดคือสิ่งที่คุณเลือกและตัดสินใจแล้ว คุณไม่ได้เลือกมันเพื่อใคร แต่คุณเลือกมันเพื่ออัลลอฮ อย่าไปเสียเวลากับคนที่มีนิยามในตัวคุณในแบบของเขาเองไว้แล้ว เราจะไปบังคับหรือหยุดความคิดใครคงเป็นไปไม่ได้ ให้อภัยพวกเขา ลองยิ้มสวยๆ แล้วเดินจากไป เมื่อมีโอกาสอยู่ตัวคนเดียวก็ลองนั่งนิ่งขอดุอาอ์กับอัลลอฮ บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่าคนที่พูดแบบนั้นเขาเจออะไรมาบ้างในชีวิต เราไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาต้องเดือดดาลถึงเพียงนั้น ลองดุอาอ์ขอต่ออัลลอฮผู้ทรงเปลี่ยนแปลงหัวใจ เพราะพระองค์เท่านั้นที่มีอานุภาพเปลี่ยนแปลงหัวใจทุกคน

3. คุณไม่ใช่ลูกอมในห่อ

คุณอาจเคยคุ้นหูกับประโยคนี้ “ชายคนหนึ่งถามชายมุสลิมว่า ‘ทำไมผู้หญิงมุสลิมต้องปกปิดเรือนร่างและผมของเธอด้วย?’ ชายมุสลิมคนนั้นยิ้มแล้วหยิบลูกอมออกมาสองเม็ด เขาแกะเปลือกลูกอมออกมาหนึ่งเม็ดและไม่แกะหนึ่งเม็ด แล้วโยนลงบนพื้นสกปรกทั้งสองเม็ดและถามว่า “ถ้าผมให้คุณเลือกมาหนึ่งเม็ด คุณจะเลือกเม็ดไหน?’ ชายคนนั้นตอบว่า ‘อันที่อยู่ในห่อ’ แล้วชายมุสลิมนั้นก็พูดต่อว่า “นั่นแหละคือมุมมองและการปฏิบัติต่อผู้หญิงของมุสลิมเรา”

อยากจะบอกว่า ไม่จริงเลย..มันไม่ใช่อย่างนั้น คุณมีค่ายิ่งกว่าลูกอมเม็ดนั้น อันที่จริงคำเปรียบเทียบข้างต้นนี้มันขัดต่อหลักการพื้นฐานที่อิสลามเราส่งเสริมให้ผู้หญิงคลุมฮิญาบมาก เพราะเราไม่ได้สวมฮิญาบปกปิดตัวเองเพื่อผู้ชาย แต่เราปกปิดเพื่ออัลลอฮ ผู้หญิงเราไม่ได้เกิดมาเพื่อสร้างความพอใจให้กับผู้ชาย พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะมาตัดสินคุณค่าของผู้หญิง ผู้ชายไม่มีสิทธิ์จะมาโยนขว้างผู้หญิงเพื่อทดสอบคุณค่าในตัวเธอ และผู้หญิงที่ไม่คลุมฮิญาบก็ไม่ได้อยากให้ตนเองดูต่ำต้อยจากการโยนทิ้งจนคลุกฝุ่นเปื้อนดินจากผู้ชายด้วยเช่นกัน ไม่มีใครสมควรถูกโยนทิ้งเพื่อเปรียบเทียบความสกปรกเช่นนั้น

4. ฮิญาบไม่ได้ช่วยให้คุณล่องหนได้

ฮิญาบไม่ใช่อาภรณ์วิเศษที่จะช่วยคุ้มครองให้คุณปลอดภัย เพราะยังไงเสียโลกนี้ก็ยังมีมนุษย์วิกลจริตที่คิดว่าการคุกคามทางเพศนั้นไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร คนที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ไฝ่ต่ำของตัวเองก็ยังคงข่มขืนผู้หญิงต่อไปแม้เธอจะปกปิดหรือไม่ก็ตาม ผู้หญิงใส่ชุดบิกินีมีสิทธิ์โดนข่มขืน ผู้หญิงคลุมฮิญาบปิดหน้าใส่ถุงมือก็มีโอกาสโดนข่มขืนได้ด้วยเช่นกัน มันอาจฟังดูแล้วน่ากลัว แต่มันคือสัจธรรมของโลกใบนี้

5. อย่าตัดสินคนอื่นเพียงเพราะเขาผิดบาปต่างไปจากคุณ

ผู้หญิงมุสลีมะห์คลุมฮิญาบส่วนใหญ่มักเผลอเรอกับสิ่งเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว เรามักจะลืมไปว่าที่เราสามารถสวมฮิญาบได้ถึงทุกวันนี้นั้นก็เพราะอัลลอฮทรงประทานความง่ายดายให้แก่เราต่างหาก มันไม่ใช่ความดีความชอบอะไรของตัวเราเองเลยแม้แต่นิด

การสวมฮิญาบไม่ได้แปลว่าคุณเหนือกว่าคนอื่น มันคือเรื่องระหว่างคุณกับอัลลอฮ และพระองค์ก็ทรงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ข้างในใจคุณ เราไม่ควรรีบไปตัดสินหรือด่วนสรุปใคร เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าชีวิตเธอคนนั้นเคยผ่านอะไรมาบ้าง หรือเธออาจทำความดีเพื่ออัลลอฮในที่ลับที่เราอาจไม่ล่วงรู้ก็เป็นได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การไม่ตัดสินใครก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถให้คำแนะนำใครด้วยคำพูดที่ดีและห่วงใยได้ เมื่อครั้งที่อัลลอฮได้บัญชาให้ท่านนบีมูซาและฮารูนไปเข้าพบฟิรเอาน์กษัตริย์จอมโอหัง พระองค์ได้กำชับท่านนบีว่า “ให้พูดกับเขา (ฟิรเอาน์) ด้วยคำพูดที่อ่อนโยน เพื่อที่ว่าเขาจะใส่ใจกับคำตักเตือนและยำเกรงต่อพระเจ้า” ขนาดกับฟิรเอาน์มนุษย์ที่เลวและแย่ที่สุดในปฐพีอัลลอฮยังทรงกำชับให้พูดดีด้วย แล้วกับน้องสาวร่วมสายเชือกที่ไม่ได้เป็นฆาตกรฆ่าใครนั้นเราควรจะพูดดียิ่งกว่าไหม? หากอัลลอฮยังไม่เปิดใจเธอคุณก็เปลี่ยนอะไรเธอไม่ได้ ต่อให้คุณพยายามตะโกนให้ดังสุดเสียงแค่ไหนแล้วก็ตาม ดังนั้นจงรู้จักอ่อนโยนกับทุกคน เพราะคงไม่มีใครในโลกนี้ที่ชอบการถูกด่าทออย่างไม่ให้เกียรติแน่นอน

6. มันจะมีบางวันที่คุณรู้สึกอยากถอดฮิญาบเสียดื้อๆ

ฮิญาบไม่ได้ทำให้คุณสมบูรณ์แบบ อย่าลืมว่าคุณคือมนุษย์คนหนึ่งที่มีอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เรามีรัก มีหวัง มีฝัน มีน้ำตา และความกังวลคอยมารุมเร้าในบางช่วงของชีวิต และเส้นทางจะก้าวสู่การใกล้ชิดกับอัลลอฮก็อาจไม่ง่ายดายเสมอไป

แต่จงเชื่อเสมอว่า ไม่มีความคุ้มค่าใดๆที่ได้มาอย่างง่ายดาย พระองค์เท่านั้นที่ทรงรู้ดีในวันที่คุณรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียด  พระองค์เท่านั้นที่รู้ดีในวันที่คุณรู้สึกไม่ปลอดภัย หลายครั้งความกังวลมันอาจทำให้คุณท้อจนอยากถอดฮิญาบ พระองค์เท่านั้นที่รู้ดีว่าคุณกำลังร้องไห้ในใจคนเดียว คุณท้อแท้ในความอ่อนแอของตัวเอง อยากจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติมาก การสวมฮิญาบในโลกที่รายล้อมไปด้วยสิ่งเย้ายวนใจ โลกที่เต็มไปด้วยความสวยงามแห่งวัตถุนิยมให้ชื่นชมหลงใหลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

มันเป็นเรื่องยากที่จะยืนหยัดบนจุดยืนแห่งศาสนาโดยเฉพาะกับโลกปัจจุบันที่ภาพลักษณ์อิสลามตกต่ำจากการถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ให้จำไว้เสมอว่าพระองค์นั้นทรงได้ยิน พระองค์ทรงมองเห็น จำไว้ว่าสิ่งใดไม่ท้าทายพอสิ่งนั้นจะไม่ช่วยให้เราเติบโต จงต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เพื่อความสมบูรณ์แบบ และอัลลอฮจะทรงตอบแทนทุกย่างก้าวแห่งความพยายามของเราโดยไม่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนเลยแม้สักนิด

พึงจำไว้เสมอว่าความศรัทธานั้นมีสามมิติ คือการยอมรับด้วยหัวใจ การประกาศวาจาด้วยลิ้น และการปฏิบัติด้วยส่วนต่างๆ ของร่างกาย เราจะต้องรู้จักหลอมรวมหัวใจกับให้ทำงานสัมพันธ์กับลิ้นผ่านวาจาที่เราพูด และสัมพันธ์กับอวัยวะของร่างกายผ่านการกระทำด้วยเช่นกัน

“หากคุณแก้ไขความดีงามภายในตัวคุณ อัลลอฮจะทรงแก้ไขความดีงามภายนอกให้คุณเอง” จงวิงวอนขอต่ออัลลอฮด้วยพระนามที่งดงามยิ่งของพระองค์เพื่อขัดเกลาจิตใจของเรา จงปกป้องจิตใจของเราให้มั่น เพราะเมื่อใดที่ภายในหัวใจของเราสวยงาม ทุกอย่างภายนอกก็จะสะท้อนความสวยงามออกมาเช่นกัน

อัลลอฮทรงเมตตาเปิดหัวใจคุณแล้ว แค่คุณตัดสินใจสวมฮิญาบก็พิสูจน์ได้แล้วว่าคุณแกร่งกล้ากว่าที่คุณคิดมากมายนัก จงหมั่นสะกิดถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเราเริ่มสวมฮิญาบทำไม และอย่าลืมหมั่นตรวจสอบและทบทวนเหนียต(ความตั้งใจ)ของตนเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่คุณให้ความสำคัญกับอัลลอฮเป็นที่หนึ่ง คุณจะไม่มีวันเป็นคนสุดท้ายในโลกนี้ จงมอบหมายยอมจำนนต่อพระองค์ และจำไว้เสมอว่าพระองค์นั้นไม่เคยจัดวางให้คนหนึ่งต้องเจอกับสถานการณ์ที่เหลือบ่ากว่าแรง และเมื่อใดที่คุณอ่อนแอ ท่องดุอาอฺนี้ไว้ให้ขึ้นใจว่า:

رَبَّنَا لاَ تُزِغْ قُلُوبَنَا بَعْدَ إِذْ هَدَيْتَنَا وَهَبْ لَنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَةً إِنَّكَ أَنتَ الْوَهَّابُ

โอ้พระผู้อภิบาลของพวกเรา ! โปรดอย่าให้หัวใจของพวกเราเอนเอียงออกจากความจริงเลย หลังจากที่พระองค์ได้ทรงแนะนำแก่พวกเราแล้ว และโปรดได้ประทานความเอ็นดูเมตตา จากที่ที่พระองค์ให้แก่พวกเราด้วยเถิด แท้จริงพระองค์นั้นคือผู้ทรงประทานให้อย่างมากมาย

บทความโดย : Alia Abdullah
แปลโดย
 : Andalas Farr
ที่มา : 6 things a girl who just started wearing hijab should know

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts

Andalas Farr

Andalas Farr

คุณแม่ลูกสามผู้หลงใหลงานแปลภาษาเป็นชีวิตจิตใจ และรักงานเขียน งานสอนที่เชิญชวนสู่เส้นทางแห่งความดี ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่รู้สึกผูกพันกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ชนิดเห็นประโยคแล้วสมองต้องประมวลภาษาโดยอัตโนมัติ Andalas จบการศึกษาระดับปริญาตรีและโทคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับครอบครัว ลูก และตัวอักษร