ในฐานะ นักเดินทางมุสลิม คงจะดีไม่น้อยหากจุดหมายของการออกเดินทางไม่ได้มีเพียงแค่ความงดงามและประสบการณ์แปลกใหม่ที่รอให้ไปสัมผัส แต่ยังมีความเป็นมิตรกับความเป็นมุสลิมของเราอีกด้วย ไม่ว่าจะเรื่องอาหารฮาลาลที่หาทานได้ง่าย หรือความอบอุ่นใจเมื่อเจอกับมัสยิดและชุมชนมุสลิม และนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับนักเดินทางมุสลิม

 

1- เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) ประเทศโมร็อคโค

chefchaouen

เชฟชาอูน เมืองสีฟ้า เป็นเมืองในฝันของใครหลายคน ตั้งอยู่ในหุบเขาริฟทางตอนเหนือของประเทศโมร็อคโค เสน่ห์ที่ทำให้เมืองนี้เป็นที่ถูกใจผู้มาเยือนคือ ทั้งเมืองถูกทาด้วยสีฟ้าเฉดต่างๆ  ให้ความรู้สึกเย็นตาสบายใจ  เมืองเชฟชาอูนก่อตั้งขึ้นในปี 1471 เพื่อป้องกันการรุกรานของชาวโปรตุเกส และยังเป็นเมืองที่ต้อนรับชาวมุสลิมที่ต้องเดินทางออกจากประเทศสเปนหลังพ่ายแพ้สงคราม และไม่เพียงชาวมุสลิมเท่านั้น ที่นี่ยังต้อนรับชาวยิวและชาวคริสเตียนที่ต่างอพยพลี้ภัยมาอยู่อาศัยและกลายเป็นพลเมืองของเมืองเล็กๆ แห่งนี้

จุดเด่นของ เชฟชาอูน คือทิวทัศน์ที่งดงามแบบเมดิเตอร์เรเนียนคล้ายตอนใต้ของอิตาลีและสเปน บวกกับรสชาติอาหารชั้นเลิศ และที่สำคัญสำหรับใครชื่นชอบร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ เก๋ๆ คงต้องหลงรักร้านกาแฟท้องถิ่นของที่นี่อย่างแน่นอน

หากอยากรู้ว่าทำไมต้องทาสีฟ้า ลองอ่านบทความนี้ดูครับ

 

2- เกาะปันหยี ประเทศไทย

panyee

เกาะปันหยี หมู่บ้านกลางน้ำ  หากใครชื่นชอบความสงบและการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติคงต้องห้ามพลาดสถานที่แห่งนี้ เกาะปันหยี เป็นชุมชนมุสลิมที่ตั้งอยู่กลางทะเลอันดามัน ถึงแม้จะเป็นเกาะ แต่ที่นี่แทบจะไม่มีพื้นดิน บ้านเรือนของที่นี่จึงใช้วิธีปักเสาลงไปในทะเลและทำทางเดินเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นเมืองขนาดย่อมเมืองหนึ่ง และถึงแม้เกาะปันหยีจะเป็นเมืองที่อยู่บนน้ำ แต่ที่นี่มีทั้งโรงเรียนและมัสยิด และที่น่าอุ่นใจสำหรับนักเดินทางท่องเที่ยวมุสลิมคือ ร้านอาหารทุกร้านบนเกาะนี้ฮาลาล 100% และเป็นเพียงไม่กี่เกาะบนโลกใบนี้ที่ปลดเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด

หากอยากรู้จักผู้คนบนเกาะให้มากขึ้นกว่านี้ ลองดูคลิปนี้ครับ

 

3- โบคาป (Bo Kaap) ประเทศแอฟริกาใต้

bokaap

โบคาป เมืองสีรุ้ง เป็นชุมชนมุสลิมเก่าแก่ของแอฟริกาใต้ ตั้งอยู่ในกรุงเคปทาวน์ เมืองหลวงของประเทศแอฟริกาใต้ บรรพบุรุษส่วนใหญ่ของผู้คนที่นี่เป็นทาสชาวมาเลย์ที่ถูกนำตัวมาจากหมู่เกาะอินโดนีเซีย โดยชาวดัตช์เมื่อศตวรรษที่ 17 ที่นี่เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า เคปมาเลย์ (Cape Malay)

จากชุมชนที่ต้องปฏิบัติศาสนกิจอย่างลับๆ ในยุคสมัยที่ยังมีการค้าทาส จนกระทั่งมีการเลิกทาสในปี 1805 การปฏิบัติศาสนกิจของพวกเขาก็ได้รับการยอมรับ เมืองนี้จึงเติบโตขึ้นกลายเป็นชุมชนมุสลิมจนถึงปัจจุบัน

โบคาป เป็นย่านที่มีสีสันมากที่สุดในกรุงเคปทาวน์ เพราะบ้านเรือนที่นี่จะทาสีสันสดใสตัดกันหลายสี ด้วยเหตุผลที่ว่าการทาสีบ้านให้เป็นสีสดใสนั้นเป็นการแสดงออกถึงเสรีภาพของพวกเขา หลังจากที่ถูกกดขี่มายาวนาน

 

4- มอสตาร์ (Mostar) ประเทศบอสเนีย

mostar

มอสตาร์ ดินแห่งเทพนิยาย หากได้มาเยือนเมืองนี้คุณจะรู้สึกเหมือนถูกดูดไปอยู่โลกอีกใบหนึ่งเลยทีเดียว เพราะที่นี่เป็นเมืองที่มีความงดงามราวกับอยู่ในเทพนิยาย ไฮไลต์ของเมืองนี้คือสะพานโบราณซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของอาณาจักรออตโตมัน สร้างขึ้นโดยสุลต่านสุไลมานผู้เกรียงไกร

คุณสามารถนั่งชมชาวเมืองกระโดดลงมาจากสะพานโบราณแห่งนี้ หรือคุณอาจจะลองกระโดดดูก็ได้ถ้าต้องการ  ขอบคุณอาณาจักรออตโตมันที่สร้างสรรค์ความงดงามเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม และแน่นอนว่า คุณสามารถหาอาหารฮาลาลทานได้อย่างง่ายดายในเมืองแห่งนี้

 

5- เซโกเบีย (Segovia) ประเทศสเปน

segovia

เซโกเบีย เสน่ห์แห่งมนต์ขลัง ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเที่ยวประเทศสเปน มักจะไปเยือนเมือง Granada และ Cordoba เพราะต้องการชื่นชมความงดงามที่สรรค์สร้างโดยชาวมุสลิมเมื่อครั้งมุสลิมเคยปกครองสเปน ทำให้มักมองข้ามเมืองเล็กๆ ที่ความงดงามไม่แพ้เมืองใหญ่อย่าง เซโกเบีย ที่นี่เป็นเมืองที่มีป้อมปราการโบราณอันงดงาม สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิม ว่ากันว่าป้อมปราการแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างการ์ตูนอันโด่งดังของดีสนีย์เรื่องซินเดอเรลล่า

นอกจากนี้คุณจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ทางด้านวิศกรรมโบราณของอาณาจักรโรมันที่สร้างขึ้นเมื่อกว่า 2,000 ปี ก่อน และยังคงสมบูรณ์แบบจนกระทั่งทุกวันนี้

 

เรียบเรียงจาก : Muslimtravelers.com

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

kamariah Ismael

kamariah Ismael

นักแปลผู้มีผลงานตีพิมพ์มาแล้วหลายเล่ม รู้และเข้าใจหลายภาษา ทั้งอังกฤษ มลายู และอาหรับ วาดหวังไว้ว่าจะพาผู้อ่าน Halal Life Magazine เปิดพรมแดนทางความรู้และความใจจากเรื่องราวของมุสลิมที่กระจายอยู่ทั่วโลก

ปิดโหมดสีเทา