กองบรรณาธิการ Halal Life คัดสรรค์ 10 มัสยิดสวยงามที่ควรค่าแก่การเดินทางไปเยือนจากทุกมุมโลกมานำเสนอ ซึ่งมัสยิดส่วนใหญ่มีความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมอีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่น่าสนใจอีกด้วย ส่วนจะมีมัสยิดอะไรและตั้งอยู่ที่ไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

 

1- มัสยิดอัลฮะรอม นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย
1-al-Haram-011-al-Haram-02 1-al-Haram-03
มัสยิดอัลฮะรอม นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นมัสยิดที่สำคัญที่สุดของอิสลาม ตั้งอยู่ใจกลางมหานครมักกะฮ์ เป็นสถานที่ตั้งของกะอฺบะฮ์หรือบัยตุลลอฮ์(บ้านแห่งพระเจ้า) มัสยิดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติศาสนกิจของมุสลิมทั่วโลก ชาวมุสลิมทั่วโลกจะหันหน้ามาทางมัสยิดแห่งนี้(กะอฺบะฮ์) และเป็นสถานที่ตั้งของสิ่งสำคัญต่างๆ เช่น บ่อน้ำซัมซัม มะกอมอิบรอฮีม(สถานที่อับราฮัมยืน) สถานที่สะแอ(การเดินไปมาระหว่างเนินเขา2ลูก) คือเนินเขาศอฟา กับเนินเขามัรวะฮ์ และเป็นสถานที่ในการทำพิธีอุมเราะห์และพิธีฮัจย์

 

2- มัสยิดอัลนะบะวีย์ ตั้งอยู่ที่นครมะดีนะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย
2-al-Nabawi-01 2-al-Nabawi-02 2-al-Nabawi-03

มัสยิดอัลนะบะวีย์ตั้งอยู่ที่นครมะดีนะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นมัสยิดที่ท่านศาสนทูตมุฮัมมัด (ซ.ล.) สร้างขึ้นเมื่อท่านอพยพไปยังนครมะดีนะฮ์ มัสยิดแห่งนี้เริ่มแรกก่อสร้างด้วยรูปแบบที่เรียบง่าย โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น กิ่งอินทผลัม ใบอินทผลัม ดินและโคลน ตัวมัสยิดติดกับบ้านของท่านศาสนทูตมุฮัมมัด (ซ.ล.) ด้านหน้าหันไปยังด้านทิศกิบลัต(กะอฺบะฮ์ในมัสยิดอัลฮะรอม) โดยมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยม และมีพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ล้อมรอบ ต่อมามัสยิดแห่งนี้ได้มีการขยายต่อเติมอีกหลายครั้งตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ภายในมัสยิดมีสุสานของท่านศาสนทูตมุฮัมมัด (ซ.ล.) และคอลีฟะฮ์ [ผู้นำของประชาชาติอิสลามต่อจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.)] ทั้ง ๒ คน คือ ท่านอบูบักร และท่านอุมัร ชาวมุสลิมถือว่า มัสยิดอัลนะบะวีย์เป็นมัสยิดของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) จึงเป็นต้นแบบในการสร้างมัสยิดทั่วโลก

 

3- มัสยิดอัลอักซอ ,เยรูซาเล็ม, อิสราเอลปาเลสไตน์

3-Al-Aqsa-01 3-Al-Aqsa-02 3-Al-Aqsa-03

มัสยิดอัลอักซอตั้งอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติศาสนกิจของมุสลิมในอดีต ก่อนเปลี่ยนไปเป็นมัสยิดอัลฮะรอม เป็นสถานที่ที่ท่านศาสนทูตมุฮัมมัด (ซ.ล.) เดินทางอิสรออ์ (การเดินทางจากมัสยิดอัลฮะรอมไปยังมัสยิดอัลอักซอ) และเดินทางมิอ์รอจ (การเดินทางจากมัสยิดอัลอักซอขึ้นไปเข้าเฝ้าพระเจ้า ณ ชั้นฟ้าเบื้องบน เพื่อรับโองการในเรื่องการละหมาด) มัสยิดอัลอักซอจึงเป็นมัสยิดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก

 

4- สุเหร่าสีน้ำเงิน(Blue Mosque) หรือ Sultan Ahmed Mosque ประเทศตุรกี
4-bluemosque-01 4-bluemosque-02 4-bluemosque-04

สุเหร่าสีน้ำเงิน(Blue Mosque) หรือ Sultan Ahmed Mosque ตั้งอยู่ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี สุเหร่าสีน้ำเงินแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวังที่ประทับของจักรพรรดิไบแซนไทน์ ในสมัย Sultan Ahmed Camii ใช้เวลาสร้างนานถึง 7 ปี(ช่วงระหว่างปี 1609 – 1616) มัสยิดถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน(คนจึงเรียกว่าสุเหร่าสีน้ำเงินในเวลาต่อมา) และมีหออะซานซึ่งเป็นเสาสูงถึง 6 ต้น

 

5- Sheikh Zayed Grand Mosque ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
5-Sheikh-Zayed-01 5-Sheikh-Zayed-03 5-Sheikh-Zayed-04

มัสยิดหลวงเชคซัยยิด ตั้งอยู่ในกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan เพื่อที่จะแสดงให้โลกเห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโลกอิสลาม คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และความทันสมัยของสถาปัตยกรรมอิสลาม มัสยิดสร้างเสร็จในปี 2007 เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 8 ของโลก สามารถรองรับผู้คนได้มากกว่ามากกว่า 40,000 คน นอกจากนี้มัสยิดยังเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการศึกษาสำหรับผู้เข้าชมอีกด้วย แถมยังมีห้องสมุดที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือและตำหรับตำราวิชาการอิสลามที่หายาก เช่น วิทยาศาสตร์ อารยธรรม การประดิษฐ์ตัวอักษรศิลปะ รวมไปถึงสิ่งพิมพ์หายากที่บางเล่มอายุกว่า 200 ปี

6- มัสยิดอูบูดียะห์ (Masjid Ubudiah) ประเทศมาเลเซีย

6-ubudiah-01 6-ubudiah-02 6-ubudiah-03

มัสยิดอูบูดียะห์ (Masjid Ubudiah) มงกุฏเกียรติยศของ คือมัสยิดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บูกิตชันตัน(Buki Chandan) ในเมืองกัวลา คังซาร์(Kuala Kangsar)  สร้างขึ้นเมื่อช่วงเปลี่ยนของศตวรรษและมีชื่อเสียงในฐานะมัสยิดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ สง่างามด้วยสถาปัตยกรรมอิสลาม ด้วยยอดโดมสีทองตระหง่าน และหออะซานที่มีลักษณะเฉพาะ การก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เริ่มขึ้นสมัยสุลต่าน มูร์ชีดุล อัดซัม ชาห์ที่ 1 (Sultan Edris Murshidul Adzam Shah) ซึ่งเป็นสุลต่าน องค์ที่ 28 ของรัฐเปรัค และถึงแม้จะมีอุปสรรคในการก่อสร้างตลอดเวลา แต่ท้ายที่สุดมัสยิดก็เปิดอย่างเป็นทางการในปี 1917

7- มัสยิดสุลต่านโอมาร์อาลี ศูนย์รวมจิตใจของชาวบรูไน

7-omar-ali-01 7-omar-ali-02 7-omar-ali-03


มัสยิดสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน (Sultan Omar Ali Saifuddien Mosque)
เป็นมัสยิดใจกลางเมืองหลวง บันดาร์เสรีเบกาวัน สำหรับชื่อมัสยิดนั้นตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 28 ของบรูไน ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำบรูไน มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายนอกมีสัญลักษณ์ที่เด่นชัดมาก คือ โดมทองคำ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดสูงสุดของมัสยิด หออะซานหินอ่อน ภายในมัสยิดประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนและกระเบื้องสีอย่างเรียบง่าย งานสถาปัตยกรรมของมัสยิดแห่งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอิสลามกับสถาปัตยกรรมอิตาลี ได้รับการขนานนามว่า มินิทัชมาฮาล ออกแบบโดย Cavalierre Rudolfo Nolli ชาวอิตาลี บริเวณด้านหน้าของมัสยิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีการจำลองเรือพระราชพิธีมาประดับ นับเป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่ง มัสยิดแห่งนี้ภายนอกแวดล้อม ไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ มีสะพานข้ามแม่น้ำจากมัสยิดไปถึงหมู่บ้านน้ำ กัมปง อาเยอร์

 

8- The Hassan II Masjid มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดใน Morocco
8-HassanII-01 8-HassanII-02 8-HassanII-03

Hassan II Mosque เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโมรอคโคและทวีปแอฟริกา และใหญ่เป็นอันดับเจ็ดของโลก นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้ยังมีหออะซานที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย มัสยิดตั้งอยู่ใกล้ทะเลแตแลนติคในเมืองคาซาบลังก้า และสามารถมองเห็นทะเลได้จากที่ตั้งของมัสยิด มัสยิดแห่งนี้สามารถจุคนได้ถึง 105,000 คนเลยทีเดียว

 

9- มัสยิด Jama ประเทศอินเดีย
9-Jama-Masjid-Delhi-india-5 9-Jama-Masjid-Delhi-india-8 9-Jama-Masjid-Delhi-india-14

มัสยิดญามา เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงนิวเดลี อยู่ในเขตย่านเมืองเก่า สร้างจากหินทรายแดงสลับกับหินอ่อนในปี ค.ศ. 1644 – 1658 โดยพระเจ้าชาร์ จาฮานเป็นผู้ออกแบบและเป็นองค์เดียวกันกับที่สร้างทัชมาฮาล และเป็นมัสยิดหลักในสมัยชาร์จาฮานาบัดเป็นราชธานีของอินเดีย สถาปัตยกรรมของมัสยิดไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก ดูออกจะเรียบๆ แต่ขนาดความใหญ่โตที่สามารถบรรจุคนที่เข้ามาทำพิธีทางศาสนา ได้ถึง 25,000 คน ทางขึ้นด้านหน้า เป็นบันไดไปสู่เนินเขาชื่อ โบจาลา (Bho Jala) จากนั้นพอผ่านประตูเข้าไปก็จะพบกับมัสยิดที่มีโดมสีขาวขนาดใหญ่ 3 โดมอยู่บนหอคอยสูง (ภายในคือห้องละหมาด) ยอดโดมยังสามารถขึ้นไปชมกรุงเดลีเก่าในมุมสูงได้อีกด้วย

 

10- มัสยิด Qolsharif ที่ประเทศรัสเซีย
10-qol-01 10-qol-02 10-qol-03


มัสยิดคุล ชาริฟ (Qolsharif Mosque)
มัสยิดที่มีชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในรัสเซียและในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในเมืองคาซาน (Kazan) เมืองหลวงของสาธารณรัฐตาตาร์สถาน (Republic of Tatarstan) สาธารณรัฐปกครองตนเองในเขตสหพันธ์วอลกา (Volga Federal District) 1 ใน 7 เขตสหพันธ์ (federal districts) ของประเทศรัสเซีย   โดยมัสยิดถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 16 – 17 และได้รับการบูรณะในภายหลังอีกครั้งหนึ่งโดยการสมทบทุนจากนานาๆประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งปัจจุบันมัสยิดแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของมุสลิมจากทุกมุมโลก

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

  • http://travel.thaiza.com
  • การท่องเที่ยวมาเลเซีย
  • http://kanchanapisek.or.th
  • http://wikipedia.org
  • http://indiaindream.com
  • http://beautifulmosque.com
  • http:/modernpublishing.co.th
อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *