FourMaps
            เมื่อเกิดเหตุการณ์เข่นฆ่าในฉนวนกาซ่า ผมต้องประสบตรง ๆ กับปฏิกิริยาของพี่น้องมุสลิมโดยเฉพาะคนที่เรียกว่า “เอาศาสนา” แตกต่างกันออกไป แต่ที่หนักใจมากคือคนจำนวนหนึ่งที่เคร่งครัดอิบาดะฮฺมาก ๆ แต่พวกเขากลับตีความสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นเพราะคนปาเลสไตน์ไม่มีอะมัลอิสลาม อัลลอฮฺจึงลงบาลาอ์ … พูดง่าย ๆ ว่า อัลลอฮฺลงภัยพิบัติให้แก่ชาวปาเลสไตน์ เพราะพวกเขาไม่เอาศาสนา

ผมแปลกใจมาก เพราะการตีความศาสนาแบบนี้เท่ากับบอกว่า สถานการณ์การกดขี่ต่าง ๆ เป็นผลของการไม่เอาศาสนาของมุสลิมเอง ยังเป็นการบอกอีกว่า ความดีอยู่แค่การมีผู้ชายไปละหมาดมัสญิดทั้งห้าวักตู มีแค่การปรากฏผู้หญิงคลุมหน้ามาก ๆ  … คือเป็นความดีที่ได้ปฏิบัติศาสนาในแง่มุมส่วนตัว แม้ว่าโลกมุสลิมจะเกิดการกดขี่ปานใดก็ตาม เป็นการปฏิบัติศาสนาที่เคร่งครัดในสภาพที่ไร้การต่อสู้ดิ้นรนในมิติอื่น ๆ

ผมไม่ต้องการให้เดาว่าเป็นกลุ่มใด เพราะผมบอกได้ว่าไม่เกี่ยวกับกลุ่มใดทั้งสิ้น มันเป็นการคิดที่ขาดความรู้ของปัจเจกชนบางคน ที่พอดีมันมีอยู่หลาย ๆ คน ก็เลยทำให้ภาพลักษณ์เสียหายในวงกว้าง

ผมพยายามอธิบายให้เข้าใจมิติของอิสลามในการเผชิญหน้ากับการกดขี่ การอ้างว่าต้องต่อสู้กับนัฟซูตัวเองเพื่อปฏิเสธความสำคัญของการต่อสู้กับการกดขี่ภายนอกนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกยอมรับ ทุกอย่างต้องดำเนินไปบนความพอดีและได้ดุลยภาพ เรื่องนี้ต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจกัน

บางครั้ง ความคิดแบบนี้ทำให้ผมนึกไปถึงสมัยสงครามครูเสด ในขณะที่กองทัพครูเสดกรูกันมายึดครองปาเลสไตน์ แต่อาณาจักรที่ครูเสดไม่ได้เข้าไป อย่างเช่น อิรัก หิญาซ ต่างก็อยู่กันปกติ ในช่วงต้นของการยึดครอง ได้มีอุละมาอ์หนีตายไปร้องขอความช่วยเหลือจากคอลีฟะฮฺแห่งบัฆดาด(ที่ตอนนั้นอ่อนแอมาก) เคาะลีฟะฮฺก็ทำเพียงแค่แสดงความเห็นใจ และชีวิตในดินแดนอิสลามที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครูเสดก็ยังปกติ …เช้าชามเย็นชาม

โลกมุสลิมปล่อยให้นูรุดดีน ซังกี และศอลาฮุดดีน อัยยูบีย์ เผชิญกับกองทัพครูเสดชาติต่าง ๆ ตามลำพัง มิใช่ว่าศอลาฮุดดีนจะไม่เคยส่งสาส์นไปขอความช่วยเหลือให้เข้าร่วมสมรภูมิญิฮาด แต่ส่งไปยังหลาย ๆ เมืองแล้ว แต่มีดินแดนใดบ้างเล่าที่ตอบรับ !!!

ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ค่อยสบายใจกับปฏิกริยาของพี่น้องอีกหลายคน ที่มีหัวใจเร้าร้อน มีความปวดร้าวกับการเข่นฆ่าเด็ก ๆ และผู้หญิงในปาเลสไตน์ พวกเขาพยายามเรียกร้องให้คนออกมาประท้วงกันให้เยอะ ๆ ให้ออกมาบอยคอตสินค้ายิว … แต่สังคมมุสลิมกลับตอบรับคำเรียกร้องด้วยท่าทีเฉยเมย ยังกับว่าไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก จนพวกเขาต้องหลุดคำประณามสังคมมุสลิมที่ยังคงดื่มโค๊ก ซดเป๊ปซี่ กันอย่างซาบซ่า … ครั้นมองไปยังเวทีบรรยายเรื่องปาเลสไตน์ก็มองไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม ทุกคนมาบอกเล่าความเลวของยิวแล้วก็กลับ สังคมมุสลิมเราทำได้แค่นี้เองหรือ !!!

ผมเห็นด้วยกับการประท้วงเพื่อแสดงความโกรธในขอบเขตที่อิสลามอนุมัติ … แต่สิ่งที่ผมขออธิบายกับหลายท่าน(ดังที่ผมอธิบายไปหลายที่แล้ว)ว่า พยายามเข้าใจกระแสหน่อยว่า แม้สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องรุนแรงที่สุด แม้ประเด็นอัลกุดส์ก็ถือว่าเป็นประเด็นอันดับหนึ่ง แต่ต้องยอมรับความจริงว่า มุสลิมเราอ่อนแอเกินกว่าจะเข้าใจระดับความรุนแรงของมัน บางคนอ้างไปยังสมัยการยึดครองอัฟฆอนิสถานมีคนออกมาประท้วงเป็นเรือนหมื่น เรือนแสน ทั้งที่ภาคกลางและภาคใต้ คนพวกนั้นหายไปไหนหมด

ครับ นั่นเป็นกระแสที่ตามมาหลัง 11 กันยา ที่หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในโลกพาดข่าวหน้าหนึ่งกันทุกวัน ติดต่อกันมาจนถึงวันที่สหรัฐใช้กำลังบุกอัฟฆอนิสถาน … เพราะกระแสมันพาไป

ผมอยากจะบอกว่า มุสลิมเราก็เป็นประเภทตามกระแส เรื่องของชาวปาเลสไตน์มันเข้าถึงคนในระดับปัญญาชนได้ แต่มันไม่สามารถทะลุไปยังคนทุกระดับได้ เพราะเป็นเรื่องที่ถูกทำให้อยู่นอกกระแสมานานแล้ว … ดังนั้น เราน่าจะมีมาตรการอะไรที่ควรกระทำต่อปัญหาปาเลสไตน์ที่มากกว่าการเกาะกระแส ครั้งแล้วครั้งเล่า

ผมให้คำตอบไปว่า สิ่งสำคัญกว่าการประท้วงและการบอยคอย แต่เรามักไม่ค่อยได้กระทำกัน ทั้ง ๆ ที่ต้องกระทำก่อน นั่นคือการผนึกหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ ซึ่งแสดงให้เห็นในทางปฏิบัติด้วยการติดตามข่าวเรื่องปาเลสไตน์ ศึกษาประวัติศาสตร์ปาเลสไตน์ เช่นเดียวกันแฟนพันธ์แท้ของเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงที่นั่งหน้าจอตามติดอยู่ตลอดเวลา หรือบางคนพาตัวเองไปนอนในที่ประท้วงอย่างชนิดยอมเจ็บยอมตายกันเลย  หรืออย่างแฟน ๆ ดาราเกาหลี หรือแฟนดาราฟุตบอลที่รู้ไปในรายละเอียดของแฟนโปรดของตัวเองทุกเรื่อง…

เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเป็นแฟนพันธ์แท้ปาเลสไตน์ ติดตามข่าวคราวพวกเขาอย่างใกล้ชิด… ผนึกหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ รับรู้ความรู้สึกของพวกเขา หลั่งน้ำตาร่วมไปกับพวกเขา วิงวอน(ดุอาอ์)ให้กับพวกเขา ให้กระทำอย่างนี้ตลอดไป

สำหรับ นักดะอฺวะฮฺให้ใช้โอกาสนี้นำประเด็นปัญหาปาเลสไตน์กลับคืนมาสู่หัวใจของคนมุสลิม ออกตระเวนบรรยายตามชุมชนที่ตนเองมีสายสัมพันธ์อยู่ นำเรื่องนี้ไปปราศรัยบนคุฏบะฮฺวันศุกร์ หาช่องทางเปิดวงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่พบปะต่าง ๆ แล้วก็ให้ลด ๆ ประเด็นทะเลาะหยุมหยิมหาประโยชน์จริง ๆ อะไรไม่ได้เลย

อย่าทำให้ปฏิกิริยาของเราที่มีต่อปัญหาปาเลสไตน์เป็นเรื่องวูบวาบ ชั่วระยะ นี่เป็นปัญหาที่หนักที่สุดอีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ เราอยู่ในยุคการยึดครองอัล-กุดส์เป็นครั้งที่สอง เรากำลังอยู่ในสมัยเฉกเช่นสมัยของศอลาฮุดดีน ขอให้เราอย่าเป็นเช่นมุสลิมเช้าชามเย็นชาม ปล่อยให้ศอลาฮุดดีนและกองทัพของท่านต่อสู้อย่างเดียวดาย

โดย : อัลอัค

อ่านเรื่องอื่นๆ

Comments

comments

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life Magazine เว็บไซต์แม๊กกาซีนที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตของมุสลิมที่มีไลฟสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การแนะนำร้านอาหารฮาลาล และการเดินทางท่องเที่ยวแบบฮาลาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *